ต่างชาติถือครองพันธบัตรอเมริกาเดือนก.ค.ต่ำสุดในรอบ 9 เดือน
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลในวันพุธ (16 ก.ย.) ว่า ยอดรวมการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยต่างชาติในเดือนก.ค. ปรับตัวลง 5.04 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 9.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนหรือนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2568
ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุด ได้ลดการถือครองลง 1.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงเดือนก.ค.นั้น ญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยน ซึ่งตัวเลขล่าสุดจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นบ่งชี้ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นน่าจะขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่ถือครองอยู่ออกไปบางส่วน เพื่อนำเงินมาใช้ในการแทรกแซงค่าเงินเยน
ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ชี้แจงต่อสภาคองเกรสเปิดเผยเมื่อวันอังคาร (15 ก.ย.) ว่า เหตุผลหนึ่งที่สหรัฐฯ ร่วมมือกับญี่ปุ่นในการเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการซื้อเงินเยนเมื่อวันที่ 31 ก.ค.นั้น คือการช่วยลดความจำเป็นของญี่ปุ่นในการขายสินทรัพย์สหรัฐฯ ที่ถือครองอยู่
เมื่อพิจารณาจากการที่ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดแล้ว เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นหมายความว่ารัฐบาลญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องขายสินทรัพย์ของสหรัฐฯ เพื่อนำเงินมาใช้ในการแทรกแซงเงินตราต่างประเทศ เบสเซนต์กล่าว เมื่อคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรขอให้อธิบายว่าสหรัฐฯ ได้ประโยชน์อย่างไรจากการดำเนินการดังกล่าว
สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นผู้ถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ รายใหญ่อันดับสอง ได้เพิ่มการถือครอง 5.84 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 9.983 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก.ค. ขณะที่จีน ซึ่งเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่อันดับสาม ได้ลดการถือครองลง 1.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ระดับ 6.18 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนประเทศที่ปรับลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มากที่สุดคือฝรั่งเศสและแคนาดา โดยฝรั่งเศสได้ลดการถือครองลง 4.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 3.484 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และแคนาดาลดการถือครองลง 3.33 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 4.263 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์