อธิบดีกรมการปกครองกำชับ 878 อำเภอ เร่งอำนวยความสะดวกประชาชน ย้ำผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ต้องกด “ขอทบทวนสิทธิ” ภายใน 31 สิงหาคมนี้
- หน้าหลัก
- การเมือง
- ข่าวประชาสังคม
อธิบดีกรมการปกครองกำชับ 878 อำเภอ เร่งอำนวยความสะดวกประชาชน ย้ำผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ต้องกด “ขอทบทวนสิทธิ” ภายใน 31 สิงหาคมนี้
เผยแพร่: 24 ส.ค. 2569 22:49 ปรับปรุง: 24 ส.ค. 2569 22:49 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
วันนี้(24 ส.ค.)นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ได้กำชับศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ระดับอำเภอ หรือ One Stop Service (OSS) ทั่วประเทศ 878 อำเภอ เร่งประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายของการดำเนินการ โดยเฉพาะการยืนยันตัวตนของผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ และการยื่นขอทบทวนสิทธิของผู้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการได้อย่างทั่วถึงและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
อธิบดีกรมการปกครอง เน้นย้ำให้ศูนย์ OSS ระดับอำเภอ ทำหน้าที่เป็น “หน่วยงานกลาง ให้บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว” ประสานการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะประชาชนที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการของรัฐ พร้อมกำชับให้ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เร่งลงพื้นที่สร้างการรับรู้และติดตามประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิด
เผยตัวเลขล่าสุด ยอดตกค้างยังสูง เร่งดำเนินการก่อนครบกำหนด
จากข้อมูลการประมวลผล ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569 พบว่า ในกลุ่มผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ มีผู้ยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว 8,812,679 คน แต่ยังมีผู้ที่ไม่ได้ยืนยันตัวตนอีก 693,852 คน
ขณะที่กลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ มีผู้กดขอทบทวนสิทธิแล้ว 4,564,683 คน และยังมีประชาชนที่ไม่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิอีกสูงถึง 4,744,570 คน
ขอให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวเร่งดำเนินการตามขั้นตอนภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่ประสงค์จะขอทบทวนสิทธิ ซึ่ง ต้องกดขอทบทวนสิทธิในระบบภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
2 กลุ่มสำคัญ ต้องดำเนินการอย่างไร?
1. กลุ่มผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ — ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC)
* ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่
* ผู้มีบัตรรายใหม่ สามารถยืนยันตัวตนผ่าน แอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570
* หรือยืนยันตัวตนผ่าน ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม – 14 ตุลาคม 2569
* สำหรับผู้ที่ มอบอำนาจ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ ต้องดำเนินการยืนยันตัวตนผ่านธนาคารทั้ง 5 แห่งข้างต้นเท่านั้น
* ผู้ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จ จะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
2. กลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ประสงค์ขอทบทวนสิทธิ
ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์และประสงค์จะขอทบทวนสิทธิ ต้องดำเนินการ 2 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 กดขอยืนยัน “การขอทบทวนสิทธิ” ในระบบ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่
1. แอปพลิเคชันเป๋าตัง
2. แอปพลิเคชันทางรัฐ
3. เว็บไซต์โครงการฯ
4. ธนาคารทั้ง 5 แห่งที่กำหนด
ขั้นตอนที่ 2 ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ ศูนย์ประสานงานฯ ระดับอำเภอ ภายในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
ทั้งนี้ มีบางหลักเกณฑ์ที่ระบบจะดำเนินการ ทบทวนข้อมูลโดยอัตโนมัติ โดยผู้ยื่นไม่ต้องนำเอกสารมาแสดงเพิ่มเติม เช่น กรณีเกณฑ์รถยนต์อายุเกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี เกณฑ์นักเรียนนอกระบบ เกณฑ์หุ้นวิสาหกิจชุมชน รวมถึงบัญชีฝากหลักทรัพย์/ตราสารหนี้ที่มีมูลค่าต่ำและไม่มีการเคลื่อนไหว ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด
สำหรับการประกาศผลการทบทวนสิทธิ กำหนดประกาศผลในวันที่ 30 กันยายน 2569
นอกจากนี้ อธิบดีกรมการปกครองยังได้กำชับให้ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ปูพรมอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพื่อให้ได้รับการยืนยันตัวตนทุกราย พร้อมทั้งประสานสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่เพื่อส่งเจ้าหน้าที่มาสกัดและดูแลอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน กรณีพบว่าถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปแอบอ้างในระบบของหน่วยงานตรวจสอบสิทธิ เพื่อให้สามารถลงบันทึกประจำวันและแก้ไขข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปตามกรอบเวลาและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน