classicliterature.it.com

นายก อบจ.เชียงใหม่ นำทีมลุยเตรียมพร้อมรับผู้เชี่ยวชาญยูเนสโกลงพื้นที่ตรวจประเมินขอขึ้นมรดกโลก-หวังข่าวดีฉลอง730ปี

  1. หน้าหลัก 
  2. ภูมิภาค 
  3. ภาคเหนือ 

นายก อบจ.เชียงใหม่ นำทีมลุยเตรียมพร้อมรับผู้เชี่ยวชาญยูเนสโกลงพื้นที่ตรวจประเมินขอขึ้นมรดกโลก-หวังข่าวดีฉลอง730ปี

เผยแพร่: 28 ก.ค. 2569 20:46   ปรับปรุง: 28 ก.ค. 2569 20:46   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ - "พิชัย" นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นำทีมลุยสำรวจและเร่งความพร้อมโค้งสุดท้ายเตรียมรับผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกลงพื้นที่เชียงใหม่ 3-8 ส.ค.69 เพื่อตรวจประเมิน“อนุสรณ์สถานแหล่งต่างๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” ที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก(UNESCO)เผยเตรียมความพร้อมทุกด้าน 100% หวังข่าวดีฉลองเมืองเชียงใหม่อายุ 730 ปี ในปี2570


วันนี้(28 ก.ค.69)ที่วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่(อบจ.เชียงใหม่) นำเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเตรียมความพร้อมในการรับผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก ที่จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 3-8 ส.ค.69 เพื่อตรวจประเมินทางเทคนิค (Technical Evaluation Mission) แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “อนุสรณ์สถานแหล่งต่างๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” ที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ในระหว่างวันที่ 3-8 ส.ค.69 ซึ่งในวันที่ 3 ส.ค.69 ที่ห้องประชุมสภา อบจ.เชียงใหม่ จะมีการจัดบรรยายข้อมูลต่างๆ ให้ผู้เชี่ยวชาญICOMOSได้รับทราบก่อนที่จะลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจประเมินต่อไป

สำหรับการขอขึ้นทะเบียนของเชียงใหม่เพื่อเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก (UNESCO)นั้น ครอบคลุมพื้นที่ประวัติศาสตร์ 8 แหล่ง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มกำแพงเมือง คูเมือง และแจ่งเมือง ประกอบด้วย 5 ประตูเมือง (ประตูช้างเผือก, ท่าแพ, เชียงใหม่, สวนปรุง, สวนดอก) 4 แจ่งเมือง (แจ่งศรีภูมิ, ก๊ะต๊ำ, กู่เฮือง, หัวลิน) และโบราณสถานสำคัญภายในเขตเมืองเก่า ได้แก่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และวัดสวนดอก 2.กลุ่มวัดป่าและภูเขา ได้แก่ วัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม และวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร และ 3.กลุ่มสถาปัตยกรรมเฉพาะ ได้แก่ วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง


ทั้งนี้นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า อบจ.เชียงใหม่ เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนผลักดันการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของเชียงใหม่มาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งได้สนับสนุงบประมาณในช่วงนั้นไปแล้วประมาณ 30 ล้านบาทตั้งแต่ก่อนที่ตัวเองจะได้เข้ามารับตำแหน่งนายก อบจ.เชียงใหม่ จนกระทั่งตัวเองได้เข้ามารับตำแหน่งจึงได้ขอดูราละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินการในช่วงก่อนหน้า ซึ่งพบว่าจะเสนอพื้นที่วัดในเขตเมืองเก่ารวมแล้วประมาณ 40-50 วัด และต่อมาในช่วงปี 2567 ที่มีการเลือกตั้ง อบจ.ทางสภาเมืองเชียงใหม่ ได้มีการสอบถามถึงนโยบายเกี่ยวกับการผลักดันเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งตัวเองยืนยันว่าพร้อมที่จะสนับสนุนผลักดันอย่างเต็มที่

จากนั้นเมื่อได้รับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 แล้ว ทาง อบจ.เชียงใหม่ ได้สนับสนุนงบประมาณในเบื้องต้นจำนวน 5 ล้านบาท เพื่อให้คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ดำเนินการจัดทำรายละเอียดข้อเสนอต่างๆ พร้อมทั้ง อบจ.เชียงใหม่ ยังได้คอยประสานงานและให้การสนับสนุนในทุกด้านอย่างเต็มที่ตลอดช่วงที่ผ่านมา จนผ่านขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ กระทั่งถึงขั้นตอนล่าสุดนี้ที่ทางผู้เชี่ยวชาญICOMOS กำลังจะเดินทางมาลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจประเมินในช่วงวันที่ 3-8 ส.ค.69 โดยหลังจากการลงพื้นที่เชียงใหม่แล้ว จากนั้นทางยูเนสโก จะมีการประชุมพิจารณากันในช่วงประมาณเดือน พ.ย.-ธ.ค.69 และจะมีการประกาศผลในช่วงปี 2570 ต่อไป


นอกจากนี้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมนั้น ขณะนี้ทาง อบจ.ได้จัดบุคลากรและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เร่งดำเนินการปรับปรุงสภาพพื้นที่ทุกจุดที่จะต้องรับการตรวจประเมินให้มีความพร้อมมากที่สุด ซึ่งมั่นใจว่าจะมีความพร้อม 100% อย่างแน่นอน และอยากเชิญชวนให้ชาวเชียงใหม่ทุกคนและทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยกัน ทั้งนี้จากการร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลังความสามารถตลอดช่วงที่ผ่านมาเพื่อขับเคลื่อนผลักดันเชียงใหม่สู่การเป็นเมืองมรดกโลก คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าที่สุดแล้วในปี 2570 ที่เมืองเชียงใหม่ มีอายุครบ 730 ปี น่าจะได้รับข่าวดีในโอกาสดังกล่าว.

Update: 2026-07-28
Tags: