7 เหตุผลที่ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงไทย 'รอไม่ได้' อีกต่อไป
ระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569 งาน THECA 2026 ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และซัพพลายเชนด้านอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงทั้งไทยและระดับสากลไว้ในที่เดียว พร้อมการลงนาม MOU สองฉบับที่มีน้ำหนักต่ออุตสาหกรรมนี้โดยตรง คือ Siam Silica Framework และ SI ASEAN+ และประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ การที่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้พูดตรงกันตลอดสามวันของงานว่า ‘รอไม่ได้’ ต่อไปนี้คือ 7 เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังคำนั้น
Table of Contents
- THECA 2026 รวมผู้เล่นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงไทยและระดับโลกไว้ในงานเดียว
- 7 เหตุผลที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงไทย ‘รอไม่ได้’ อีกต่อไป
- จากความต้องการในตลาด สู่การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงผ่านโครงสร้างที่จับต้องและประเมินผลได้จริง
THECA 2026 รวมผู้เล่นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงไทยและระดับโลกไว้ในงานเดียว
สิ่งที่ทำให้ THECA 2026 ในปีนี้มีความน่าสนใจกว่าปีที่ผ่านๆ มาและอาจเรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจที่สุดกิจกรรมหนึ่งของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของไทย คือ การรวบรวมองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่หลากหลาย ตลอดจนการเน้นประเด็นความเร่งด่วนในอุตสาหกรรมผ่านการจัดแสดงงานได้อย่างชัดเจน ทั้งงานสัมมนาที่เจาะลึกในแต่ละประเด็น ตั้งแต่ชิ้นส่วน กระบวนการ ไปจนถึงแอปพลิเคชันปลายน้ำ ทั้งยังมีพื้นที่พิเศษอย่าง Power2Motion, Workforce Pavilion และ Local Supply Chain Pavilion ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครบมิติ
นอกจากนี้ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการประกาศ Framework สำหรับขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงอย่าง Siam Silica ที่สร้างความชัดเจนให้กับการพัฒนาอุตสาหกรรม กำลังคน และอนาคตเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งยังมีกิจกรรมสำคัญอย่าง MOU สำหรับ SI ASEAN+ ที่เติมเต็มและเสริมแกร่งการบูรณาการระบบในระดับภูมิภาคเพื่อรับมือ FDI ที่เกิดขึ้นอีกด้วย
7 เหตุผลที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงไทย ‘รอไม่ได้’ อีกต่อไป
ภายในงาน THECA 2026 เต็มไปด้วยประเด็นที่นาขบคิดมากมาย ทั้งเรื่องการพัฒนากำลังคน อุตสาหกรรมปลายน้ำที่ต้องการชิ้นส่วนจากอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ไปจนถึงความร่วมมือต่างๆ และการแลกเปลี่ยนมุมมองความรู้ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่เราไม่สามารถอยู่ในทุกที่ในงานได้ในเวลาเดียวกัน MMThailand จึงขอนำประเด็นบางส่วนที่ได้ร่วมวงรับฟังและพูดคุยมาแบ่งปันกับผู้อ่าน ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความเร่งรีบในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างชัดเจน
1. Siam Silica Framework ถูกประกาศใช้เต็มรูปแบบแล้ว ไม่ใช่แค่แนวคิด
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เปิดตัว Siam Silica Framework อย่างเต็มรูปแบบผ่านการลงนาม MOU ในงาน THECA 2026 นี่คือจุดที่แผนระดับยุทธศาสตร์เปลี่ยนสถานะจากข้อเสนอมาเป็นข้อผูกพันที่มีภาคีร่วมลงนามจริง โดยมีหลักการและเหตุผลในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ตอกย้ำความแน่วแน่ของภาครัฐในฐานะ Enabler และ Regulator ว่าจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้อย่างจริงจังและสอดคล้องกับความต้องการจริงที่เกิดขึ้นของตลาด
2. การเติบโตของอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงไทยต้องพึ่งทุนต่างชาติในตอนต้นเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านกำลังคน
จากเวทีเสวนาในงาน THECA 2026 ผู้ร่วมเสวนาระบุว่า หากประเทศไทยต้องการก้าวกระโดดในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยเฉำพาะอย่างยิ่งในกรณีของ IC Design ที่การพัฒนาบุคลากรออกแบบชิปแม้เพียง 100 คนก็เป็นเรื่องยากมากในเวลาอันสั้น การดึงบริษัทต่างชาติเข้ามาจ้างและพัฒนาคนไทยไปพร้อมกันจึงเป็นเส้นทางที่จำเป็น เนื่องจากการขาดแคลนแรงงานทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมได้ สวนทางกับคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ก่อนตั้งโรงงานแล้ว
3. Wafer Fabrication เดินด้วยคนระดับปริญญาโทและปริญญาเอกเป็นหลัก
ดร. วุฒินันท์ เจียมศักดิ์ศิริ นักวิจัยอาวุโสจาก TMEC ระบุบนเวทีสัมมนาภายในงานว่า ความท้าทายสำคัญของกำลังคนในสาย Wafer Fab คือ ชุดทักษะที่ต้องการนั้นจำเพาะเจาะจงสูงมาก ทำให้ระดับการศึกษาที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ส่วนใหญ่อยู่ที่ปริญญาโทและเอก ซึ่งระดับปริญญาตรีโดยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำงานใน Wafer Fab ได้
4. สัญญาณความร่วมมือระดับภูมิภาคของ ASEAN
หนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่เกิดขึ้น คือ การลงนาม MOU ของ SI ASEAN+ ในงาน THECA 2026 สะท้อนว่าแต่ละประเทศในอาเซียนกำลังใช้จุดแข็งที่ต่างกันร่วมกันดึงดูดการลงทุนและบริหารผลประโยชน์ในระดับภูมิภาค แทนที่จะแข่งกันเองแบบต่างคนต่างทำ เพื่อสร้างศักยภาพในการรับมือกับ FDI ที่มาจากภูมิภาคอื่น ความร่วมมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนภาพความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันของกลุ่มประเทศ ASEAN ซึ่งในตลาดของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงก็ไม่แตกต่างกันมาก โดยแต่ละประเทศก็มีเป้าหมายยุทธศาสตร์และความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างประเทศไทยที่มีอุตสาหกรรม PCB แข็งแกร่งที่สุดเป็นต้น
5. รัฐเร่งวางโครงสร้างพื้นฐานเพราะเห็นจังหวะที่อุตสาหกรรมโลกกำลังเร่งตัว
จากสไลด์ของศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในงาน Siam Silica ระบุว่า ประเทศไทยมีศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางระดับชาติแล้ว 3 แห่งในมหาวิทยาลัย โรงงานนำร่องระดับชาติ 2 แห่ง และศูนย์ฝึกอบรมภูมิภาคอีกกว่า 10 แห่ง ความเร็วในการวางโครงสร้างนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการตอบสนองต่อจังหวะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงระดับโลกกำลังเร่งตัวเองอยู่ในเวลานี้ โดยเป็นการวางสัดส่วนตามความต้องการที่เกิดขึ้นของภาคอุตสาหกรรมจริง
6. Wafer Fab ต้องเดินเครื่อง 24/7 เพราะคำสั่งซื้อรอไม่ได้และเงินลงทุนสูงเกินจะหยุดนิ่ง
ด้วยมูลค่าการลงทุนที่สูงและคำสั่งซื้อที่ต่อแถวรออยู่แล้ว โรงงานส่วนใหญ่โดยเฉพาะ Wafer Fabrication จำเป็นต้องเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งนี้ทำให้ธรรมชาติของอุตสาหกรรมนี้ต่างจากยานยนต์ในอดีตที่ค่อย ๆ พัฒนาซัพพลายเชนและกำลังคนไปทีละขั้นได้ การสร้างคนและซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมนี้จึงต้องเดินไปพร้อมกับการทำธุรกิจ ไม่ใช่เดินก่อนธุรกิจเหมือนที่เคยชินกันมา นอกจากนี้ยังมีประเด็นของ Yield ที่ต้องลองผิดลองถูกและใช้เวลาอีกหลายปีกว่าโรงงานจะเกิดความคงที่ เรื่องของความเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะเรียนรู้ให้เร็ว ล้มให้เร็ว และมีการทำงาน-พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
7. Fab ไม่ได้แพงแค่ตอนตั้งโรงงาน แต่ต้นทุนดำเนินการก็สูงไม่แพ้กัน
หลายคนอาจรู้มาว่าการจัดตั้ง Wafer Fab เริ่มต้นที่หลักหลายพันล้านไปจนถึงหมื่นล้านต้น ๆ บาท แต่อาจไม่เคยรู้ว่าต้นทุนในการดำเนินการ Fab นั้นมีมูลค่ามากมายขนาดไหน ยกตัวอย่าง Fab ที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ต้นทุนค่าดำเนินการก็ยังสูงถึงราว 3 ล้านบาทต่อเดือน ทำให้การใช้งานฝึกอบรมทักษะก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีต้นทุนมหาศาลในเวลาเดียวกัน
จากความต้องการในตลาด สู่การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงผ่านโครงสร้างที่จับต้องและประเมินผลได้จริง
ทั้ง 7 เหตุผลข้างต้นชี้ไปทางเดียวกัน คือประเทศไทยไม่ได้ขาดโครงสร้างรองรับอีกต่อไป สิ่งที่เปลี่ยนไปจากปีก่อน ๆ คือศูนย์ความเป็นเลิศ โรงงานนำร่อง ศูนย์ฝึกอบรม และคอร์สฝึกทักษะฟรีผ่าน STEM+ ล้วนเปิดใช้งานจริงแล้ววันนี้ ไม่ใช่แผนที่รอการอนุมัติ แต่เป็นการเปิดประตูบานใหม่ของโอกาสที่ทรงพลัง และชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใดๆ
การขับเคลื่อนในครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน-สมาคม และภาคการศึกษา เกิดเป็นหลักสูตรฝึกอบรมทักษะที่หลากหลาย และหลายหลักสูตรก็ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แม้แต่การเข้าไปอบรมทักษะที่โครงสร้างพื้นฐานแห่งชาติอย่าง TMEC เองก็ตาม
โอกาสที่เกิดขึ้นในวันนี้ส่งผลถึงทั้งมิติของผู้ประกอบการและแรงงานได้อย่างไม่ต้องสงสัย ผู้ประกอบการที่ไม่ขยับหรือปรับตัวก็มีแนวโน้มที่ธุรกิจจะถูกคลื่นลูกใหม่และการเปลี่ยนแปลงกลืนไป ในขณะเดียวกันก็เป็นทางเลือกของแรงงานเช่นกันที่จะเพิ่มพูนทักษะเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมใหม่เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้อยู่เบื้องหน้าของภาคอุตสาหกรรมไทยแล้ว หากผู้ประกอบการไม่เปลี่ยนหรือปรับ แรงงานอาจเดินจากไปเพื่อสิ่งใหม่ที่ดีกว่า แต่หากแรงงานเองไม่พิจารณาถึงความเสี่ยงและค่าเสียโอกาสให้ดี อาจเป็นแรงงานเองที่จะตกขบวนการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้โดยไม่รู้ตัว หากคุณรู้แบบนีเแล้วยังจะ ‘รอ’ อะไร?