หวิดซ้ำรอย 'ครูทราย'! หมอบอกแค่เครียด เมียรั้นควัก 7 พันสแกนสมองช็อกแทบทรุด
วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.52 น.
กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจครั้งใหญ่บนโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้งาน TikTok ชื่อ kattaleya3 ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอเล่าเรื่องราวนาทีชีวิตของสามี พร้อมกับภาพหน้าปกคลิป ระบุข้อความชวนสะท้อนใจว่า "ด่านแรกคือการวินิจฉัยของหมอ ถ้าคืนนั้นเราตัดสินใจผิด ชีวิตเปลี่ยน เกือบซ้ำรอยเหมือนเคสครูทราย"
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.30 น. ขณะที่กำลังจะเข้านอน จู่ๆ สามีของเธอก็บ่นว่า "ปวดหัว ปวดแบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน" และอาการไม่ดีขึ้นแม้จะลองนอนพัก ด้วยความกังวลว่าหากปล่อยทิ้งไว้จนถึงเช้าอาจเกิดอันตราย ภรรยาจึงตัดสินใจรีบพาสามีไปโรงพยาบาลทันทีในเวลา 23.00 น.
เมื่อถึงห้องฉุกเฉิน ภรรยาได้แจ้งประวัติว่าสามีเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) มาก่อน แพทย์จึงได้ทำการตรวจเช็กอาการเบื้องต้น แต่พบว่าแขนขายังมีแรง ไม่น่าจะใช่อาการของสโตรก ประกอบกับสามีเป็นคน "เก็บอาการ" ไม่ค่อยแสดงออกว่าปวดรุนแรงแค่ไหน แพทย์จึงวินิจฉัยเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากความเครียดหรือพักผ่อนน้อย แม้ความดันจะสูง แต่ก็แนะนำให้กลับไปทานยาแก้ปวดที่บ้านได้
อย่างไรก็ตาม สัญชาตญาณของคนเป็นภรรยาและตัวสามีเองรู้สึกว่าความผิดปกติครั้งนี้ไม่ธรรมดา จึงตัดสินใจ "ไม่กลับบ้าน" โดยขอแพทย์นอนดูอาการ 1 คืน พร้อมกับแจ้งความประสงค์ขอทำ CT Scan (เอกซเรย์สมองคอมพิวเตอร์) ด้วยตนเองเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งแพทย์ได้แจ้งเงื่อนไขว่า หากผลตรวจออกมาปกติ ผู้ป่วยจะต้องสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายเองประมาณ 7,000 กว่าบาท ซึ่งทางครอบครัวก็ยินดีจ่ายเพื่อแลกกับความสบายใจ

หลังจากเข้าทำ CT Scan ในเวลา 00.05 น. และรอผลเพียง 20 นาที แพทย์ได้แจ้งข่าวช็อกว่า "พบเลือดออกในสมองทั้ง 2 ข้าง" จากสถานการณ์ที่เกือบจะได้กลับบ้านไปนอนทานยาแก้ปวด กลายเป็นการต้องเจาะเลือด ตรวจไต ตับ แบบชุดใหญ่ และถูกส่งตัวเข้าห้อง ICU อย่างเร่งด่วนในทันที
เจ้าของโพสต์ได้เผยความรู้สึกในใจว่า โชคดีมากที่คืนนั้นตัดสินใจไม่กลับบ้านตามคำแนะนำเบื้องต้น เพราะหากกลับไปนอนที่บ้าน เช้าตื่นมาเลือดคงคั่งเต็มสมองสามีอย่างแน่นอน
ในช่วงท้ายคลิป เธอได้ฝากข้อคิดเตือนใจถึงทุกคนไว้ 2 ประเด็นสำคัญคือ
อย่าเก็บอาการ เวลาไปหาหมอ ปวดกี่เปอร์เซ็นต์ เจ็บแค่ไหนให้ร้องหรือบอกออกมาให้หมด เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการได้ถูกต้องที่สุด
อย่าเชื่อหมอ 100% หากร่างกายส่งสัญญาณเตือนว่าผิดปกติอย่างรุนแรง และเราไม่มั่นใจในการวินิจฉัย ให้กล้าที่จะร้องขอการตรวจเชิงลึก หรือหากโรงพยาบาลปฏิเสธ ก็ให้เปลี่ยนโรงพยาบาลทันที เพราะนี่คือชีวิตของเราเอง
ทั้งนี้ เธอระบุว่าไม่ได้โกรธหรือโทษแพทย์ผู้ทำการรักษา เพราะเมื่อร้องขอการตรวจเพิ่มเติม แพทย์ก็ยินดีดำเนินการให้ด้วยความสุภาพ ปัจจุบันสามีของเธอได้รับการรักษาจนอาการปลอดภัยแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนล้ำค่าที่เกือบต้องแลกมาด้วยชีวิต หากคืนนั้นเธอและสามีเลือกที่จะ "กลับบ้าน" ตามคำแนะนำแรก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





