"พลพีร์" ยันไม่ล็อกสเปก ชงงบ 7.5 หมื่นล้าน ลุยโซลาร์รูฟท็อป 1.5 ล้านครัวเรือน
วันนี้ (12 ก.ย.2569) กระทรวงมหาดไทย เสนอรายละเอียดโครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคครัวเรือน เพื่อขอใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงินสูงสุดประมาณ 75,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าช่วยเหลือประชาชน 1,500,000 ครัวเรือน ในอัตราครัวเรือนละ 50,000 บาท
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ระบุว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้งบ พ.ร.ก.กู้เงินฯ แล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา
เป้าหมายโครงการเพิ่มขึ้นจากแนวคิดเดิมที่กำหนดไว้ 1,000,000 ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรอง และยังต้องรอประกาศรายละเอียด หลักเกณฑ์ ตลอดจนขั้นตอนการรับสมัคร หากผ่านความเห็นชอบตามกระบวนการ
สำรวจหลังคา-ปรับมิเตอร์ ก่อนเชื่อมระบบและขายไฟคืน
หากโครงการได้รับอนุมัติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าสำรวจความพร้อมของหลังคาเรือนและพื้นที่ติดตั้งของผู้ที่ประสงค์เข้าร่วม เพื่อประเมินความเหมาะสมทั้งด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า
ในส่วนการรับซื้อไฟฟ้าคืน การไฟฟ้าจะรับซื้อไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์/ครัวเรือน โดยมีเงื่อนไขว่า ระบบต้องได้รับการเปลี่ยนเป็นสมาร์ตมิเตอร์ และสามารถเชื่อมต่อไฟฟ้าแบบ 2 ทางได้ก่อน เพื่อรองรับทั้งการใช้ไฟภายในบ้านและการส่งไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่โครงข่าย
ประเด็นดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญที่ต้องพิจารณาควบคู่กับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เนื่องจากการขยายจำนวนผู้ผลิตไฟฟ้าภาคครัวเรือนในระดับ 1,500,000 ราย จะส่งผลต่อการบริหารโครงข่าย การวัดหน่วยไฟฟ้า และระบบรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าในพื้นที่ต่าง ๆ
ยืนยันไม่ล็อกสเปก เปิดเอกชนร่วมติดตั้ง
นายพลพีร์ยืนยันว่า โครงการไม่สามารถดำเนินการในลักษณะล็อกสเปก หรือผูกขาดให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง เนื่องจากต้องผ่านระบบและมาตรฐานของทั้ง กฟภ. และ กฟน. อีกทั้งปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ขึ้นบัญชี และมีความเชี่ยวชาญด้านการติดตั้งมากกว่า 2,300 บริษัท
การไฟฟ้าคาดว่า จะสามารถดำเนินการติดตั้งได้เองราว 300,000-400,000 ครัวเรือน ส่วนที่เหลือจะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการ เพื่อให้การติดตั้งครอบคลุมตามเป้าหมายและไม่กระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย
แม้โครงการจะถูกวางเป้าหมายให้ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของครัวเรือนและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด แต่ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือ หลักเกณฑ์คัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ ความพร้อมของระบบโครงข่ายในแต่ละพื้นที่ มาตรฐานอุปกรณ์และการติดตั้ง รวมถึงกลไกกำกับดูแลการใช้งบประมาณจำนวนมากให้เกิดความคุ้มค่าและตรวจสอบได้
อ่านข่าว :
"ศุภชัย" โต้ "อภิสิทธิ์" ปมคดีฮั้ว สว. ลั่น กกต.มีอำนาจ "ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์"
"โภคิน" ชี้การเมืองไทยวนลูปอำนาจนิยม-อุปถัมภ์ องค์กรอิสระกลายเป็นเครื่องมือ
"ชวน" ชี้องค์กรอิสระถูกแทรกแซง จี้ยึดซื่อสัตย์เหนือบุญคุณการเมือง