classicliterature.it.com

ไม่ได้มีแค่ฟินจิกหมอน ‘วาย-ยูริ’ ยุคนี้ บู๊ ดราม่า สืบสวนสอบสวน มาเต็มมาก สายชิปทำถึง เปย์จนขึ้นเสาหลักใหม่ ตลาดหนังสือนิยาย 7 พันล้าน - Marketeer Online


ตลาดนิยายวายและยูริก้าวข้ามกรอบเดิมสู่เนื้อหาที่เข้มข้นหลากหลาย ผสานพลังเปย์ของแฟนด้อมและการต่อยอดลิขสิทธิ์สู่ซีรีส์ จนผงาดขึ้นเป็นเสาหลักใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนตลาดหนังสือนิยายไทยมูลค่า 7,000 ล้านบาท พร้อมพลิกโฉมกลยุทธ์สำนักพิมพ์สู่ยุคดิจิทัลและการบริหารจัดการแบบ Y-Economy อย่างเต็มรูปแบบ 

ก่อนอื่น ลองย้อนมาดูเส้นทางตลาดหนังสือในไทยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าฟื้นตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงวิกฤตโรคระบาด และดีดตัวชัดเจนเมื่องานหนังสือกลับมาจัดออนไซต์เต็มรูปแบบ ส่งผลให้ตลาดโตเฉลี่ย 10% ต่อปี

ตลาดหนังสือมีคนรุ่นใหม่เป็นกำลังซื้อหลัก ผลักดันยอดขายหมวดนิยายวาย-ยูริ การ์ตูน มังงะ และฮาวทู เสริมด้วยกระแสสื่อผสมอย่างซีรีส์กับภาพยนตร์ดัดแปลง รวมถึงตลาดอีบุ๊ก และออดิโอบุ๊ก ที่ขยายตัว จนมูลค่ารวมตลาดปีที่ผ่านมา ขยายตัวแตะ 20,000 ล้านบาท

แต่ส่วนหนึ่งในการเติบโตของตลาดหนังสือ ยังมาจากราคาหนังสือที่ขยับขึ้นราว 40% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับค่าครองชีพและเงินเฟ้อ ทว่าหลังจากนี้คาดว่าราคาจะเริ่มทรงตัว เนื่องจากต้นทุนได้สะท้อนไปชัดเจนแล้วตั้งแต่ช่วงวิกฤตโรคระบาด

ไม่ได้มีแค่ฟินจิกหมอน ‘วาย-ยูริ’ ยุคนี้ บู๊ ดราม่า สืบสวนสอบสวน มาเต็มมาก 

สายชิปทำถึง เปย์จนขึ้นเสาหลักใหม่ ตลาดหนังสือนิยาย 7 พันล้าน

ปี ค.ศ. มูลค่าตลาดหนังสือในไทย มูลค่าตลาดหนังสือนิยายในไทย เฉพาะมูลค่าตลาดกลุ่มนิยายวาย หรือ Boy’s Love (BL) และยูริ หรือ Girl’s Love (GL)
2021 13,000 4,550 1,138
2022 15,000 5,250 1,313
2023 17,000 5,950 1,488
2024 17,000 5,950 1,488
2025 20,000 7,000 1,750
2026 (คาดการณ์) 21,000 7,350 1,838
สัดส่วนมูลค่าตลาดหนังสือไทยของสามหมวดหลัก 2025 

นิยาย: 35%

การ์ตูนและมังงะ: 30%

จิตวิทยาและให้กำลังใจ: 20%

หนังสือเล่มปกใหม่ 2025: 21,000 ปก 

หนังสือแปลต่างประเทศ: 60%

หนังสือไทย: 40%

ที่มา: Marketeer รวบรวม อ้างอิง สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (The Publishers and Booksellers Association of Thailand: PUBAT) / กรกฎาคม 2026

ทีนี้ มามองดูภาพรวม ‘ตลาดหนังสือนิยาย’ โดยเฉพาะ จะพบว่ามีสัดส่วนมูลค่าตลาดในปี 2025 อยู่ที่ 35% ของตลาดรวม หรือประมาณ 7,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวแตะ 7,350 ล้านบาทในปี 2026 โดยมีกลุ่มนิยายวาย (Boy’s Love) และยูริ (Girl’s Love) เป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างมูลค่าได้สูงถึง 1,838 ล้านบาท

ตลาดนิยายวายและยูริในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านจากสินค้านิชสู่การเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

มิติของโครงสร้างคอนเทนต์ พบว่ามีการนำเสนอเรื่องราวที่เปิดเผยและแปลกใหม่มากขึ้น ทั้งแนวดราม่า แอ็กชัน สืบสวนสอบสวน และแฟนตาซี ซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศ

ทิศทางของผู้บริโภค พบว่าตลาดนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมการอ่านเพียงอย่างเดียว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วย ‘ความผูกพัน’ หรือแฟนคลับที่มีความเต็มใจในการจ่ายที่สูงมากสำหรับสินค้ากลุ่มพรีเมียม กล่องสุ่ม และฉบับพิเศษ

ขณะเดียวกัน แม้การเข้ามาของยุคดิจิทัลอย่างอีบุ๊กจะมีบทบาทสำคัญ แต่ก็ไม่ได้เข้ามาฆ่าหนังสือรูปเล่ม 

ทว่าเป็นการเปลี่ยนนิยามการเสพสื่อ อีบุ๊กจะถูกใช้เพื่อการอ่านเนื้อหาอย่างรวดเร็ว โดยจะพบว่านิยายวายและยูริครองแชมป์ยอดขายสูงสุดบนแพลตฟอร์มอีบุ๊กชั้นนำ ในขณะที่หนังสือรูปเล่มถูกยกระดับให้เป็นสินค้าสะสมสำหรับแฟนคลับ

นอกจากนี้ ปัจจัยหนุนหลักที่ขาดไม่ได้ยังมาจากการจัดงานหนังสือที่ปรับรูปแบบไปสู่การเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมหรือเฟสติวัล โดยมีการเปิดเวทีให้นักแสดงและศิลปินมาร่วมงาน รวมถึงการจัดกิจกรรมแจกลายเซ็น ซึ่งกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดกลุ่มแฟนคลับ 

ขณะที่งานใหญ่อย่างสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 ที่ผ่านมา ก็ได้ประเดิมเปิดโซนนิยายวาย-ยูริโดยเฉพาะ เพื่อตอบรับกระแสนิยมของนักอ่านกลุ่มนี้

การผสานรวมระหว่างงานหนังสือกับการทำแฟนเซอร์วิส ไม่เพียงแต่สร้างความผูกพันให้กับผู้เข้าร่วม แต่ยังก่อให้เกิดพื้นที่สื่อ ขยายฐานผู้ติดตาม และช่วยกระตุ้นยอดขายหนังสือรูปเล่มรวมถึงสินค้าพรีเมียมให้พุ่งสูงขึ้น 

สอดรับกับกระแสสื่อผสมที่นำนิยายวาย-ยูริไปต่อยอดเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ดัดแปลงเป็นซีรีส์และภาพยนตร์ที่เรียกว่า Y-Economy (วาย-อีโคโนมี) หรือการสร้างระบบนิเวศแบบครบวงจรตั้งแต่นักเขียน นักแสดง นักอ่าน ไปจนถึงงานอีเวนต์ได้อย่างแข็งแกร่ง

ด้านการปรับตัว สำนักพิมพ์ไม่สามารถใช้โมเดลธุรกิจแบบพิมพ์สต็อกไว้จำนวนมากได้อีกต่อไป จึงเกิดกลยุทธ์ใหม่ขึ้นมารองรับผ่านการใช้วิธี ดิจิทัลเฟิร์ส หรือการปล่อยนิยายลงแพลตฟอร์มออนไลน์และอีบุ๊กก่อนเพื่อเช็กกระแสและสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียน

จากนั้นจึงใช้ระบบพรีออเดอร์ผลิตตามจำนวนสั่งซื้อจริงเพื่อลดปัญหาสต็อกจม ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้รูปเล่มด้วยบ็อกซ์เซ็ต หรือของแถมเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงการยกระดับบทบาทจากแค่ผู้ผลิต สู่การเป็นผู้บริหารจัดการลิขสิทธิ์ เพื่อผลักดันผลงานสู่การสร้างซีรีส์

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่า นิยายวายและยูริไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นเสาหลักใหม่ที่ช่วยสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาล และเป็นสิ่งที่เข้ามาช่วยพยุงภาพรวมอุตสาหกรรมหนังสือไทยในยุคที่ความสนใจของผู้บริโภคถูกแบ่งปันไปยังสื่อดิจิทัลอื่น ๆ ได้อย่างสมบูรณ์


Update: 2026-07-31
Tags: