classicliterature.it.com

แบงค์ วีเปอร์กี เปิด 7 บทเรียนชีวิตเฉียดตาย ประสบการณ์เดินทางที่เตือนใจสายเที่ยวทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.21 น.

แบงค์ วีเปอร์กี อีกหนึ่งยูทูปและครีเอเตอร์สายเดินทางท่องเที่ยวชื่อดัง ที่มีผู้ติดตามกว่า 7.9 แสน บน youtube ได้ออกมรวบรวม 7 บทเรียนสำคัญจากประสบการณ์ของตัวเอง โดยมีข้อความ ดังนี้ 

หลายปีที่ผ่านมา ผมใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนถนนและต่างประเทศ เดินทางคนเดียวไปหลายประเทศ จนหลายสถานที่ที่เคยเป็นเพียงจุดหมายปลายทาง ค่อยๆ กลายเป็นพื้นที่ที่ผมได้เรียนรู้ ใช้ชีวิต และเรียกมันว่า "บ้านชั่วคราว" ในช่วงเวลาหนึ่ง


ระหว่างทาง ผมได้เจอกับทั้งเรื่องราวที่สวยงาม และช่วงเวลาที่ทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนตัวเอง วันนี้ผมเลยอยากรวบรวม 7 บทเรียนสำคัญจากประสบการณ์ของตัวเอง มาแบ่งปันไว้ เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่รักการเดินทางเหมือนกันครับ

ลาว วันที่ผมเกือบไม่ได้กลับบ้าน… ผมรอดมาได้เหมือนได้ชีวิตใหม่ อุบัติเหตุรถชนกลางป่า เลือดออกในสมอง อาเจียนเป็นเลือด ตอนนั้นจำอะไรแทบไม่ได้ ภาพทุกอย่างดำๆ ติดๆ ดับๆ หมอที่หลวงพระบางให้ผมกลับไทยโดยด่วนเพราะเครื่องมือทางการแพทย์ของเขาไม่พร้อม… ถ้าผมไม่รีบกลับ ผมอาจจะเสียชีวิตที่นั่นในไม่ช้า เหตุการณ์วันนั้นเปลี่ยนวิธีคิดของผมไปตลอด จากคนที่เคยคิดว่า “ผมลุยได้” กลายเป็นคนที่รู้ว่าบางสถานการณ์เราอาจควบคุมไม่ได้ และต้องคิดถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นมากกว่าเดิม

คาซัคสถาน ความมั่นใจเกือบทำให้ผมไม่ได้กลับโรงแรม ผมมั่นใจว่าตัวเองขี่สกู๊ตเตอร์ได้ เพราะที่นี่มีสกู๊ตเตอร์ให้เช่าตามถนนเรียงรายเต็มไปหมด สุดท้าย… ผมล้ม… ล้มครั้งแรกก็คิดว่าเป็นอุบัติเหตุธรรมดา ไม่ได้เข็ด ไม่นานก็ล้มครั้งที่สอง หัวกระแทกพื้น ขาพลิก เลือดไหลอาบแขน ขา ตอนนั้นเกือบสี่ทุ่ม อยู่ในซอยเปลี่ยว ไม่มีคนช่วย ผมต้องประคองตัวเองไปร้านขายยา ก่อนฝืนขี่สกู๊ตเตอร์กลับโรงแรมทั้งที่เจ็บมาก วันนั้นผมได้เรียนรู้ว่า ความมั่นใจมากเกินไป อันตรายไม่แพ้ความประมาท

Papua New Guinea  บางครั้งการถอย คือการตัดสินใจที่ดีที่สุด… ผมถูกกลุ่มคนท้องถิ่นข่มขู่กลางเมืองหลวง ตอนนั้นยังกล้าๆ กลัวๆ ยังดื้อหาไกด์จากคนรู้จักเพื่อเที่ยวต่อ คิดอย่างเดียวว่ามาไกลแล้วจะเที่ยวต่อให้ได้ แต่สุดท้ายไกด์และเพื่อนๆ คนท้องถิ่นที่ผมไว้ใจบอกตรง ๆ ว่า "ตอนนี้อย่าอยู่ต่อเลย ออกจากประเทศเถอะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยถ้าจะเที่ยวคนเดียว”
ผมเชื่อคำแนะนำ ยอมยกเลิกแผนทั้งหมด และเดินทางออกจากประเทศก่อนกำหนด ทุกวันนี้ผมยังคิดว่า การตัดสินใจวันนั้น อาจเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดของชีวิต

เนปาล อย่าฝากความปลอดภัยไว้กับคนแปลกหน้าทั้งหมด วันนั้นผมเดินไปจุดท่องเที่ยวผ่านภูเขาคนเดียว จนเดินไกลเกินกว่าจะกลับเองได้ จะไปต่อก็ไม่ไหว สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี แต่โชคดีที่มีชาวบ้านขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา ผมจึงขอติดรถมอเตอร์ไซค์กลับ แต่เขากลับพาผมแวะหากลุ่มเพื่อนหลายแห่ง ก่อนจะพาเข้าไปในใต้ถุนมืดแห่งหนึ่ง… เมื่อประตูเปิดออก ข้างในเต็มไปด้วยคนท้องถิ่นที่กำลังมั่วสุม มีควันฟุ้งไปทั่ว ตอนนั้นผมรู้ทันทีว่าไม่อยากอยู่ตรงนั้น ผมจึงแกล้งบอกว่าเพื่อนกำลังตามหา ขอให้เขาพากลับเข้าหมู่บ้าน ก่อนตัดสินใจเดินกลับที่พักเองประมาณ 1.5 กิโลเมตร วันนั้นผมรู้ว่า การรับความช่วยเหลือเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีสติ และต้องเตรียมทางออกให้ตัวเองเสมอ

ปาปัวตะวันตก เพราะยอมฟังคำเตือน ผมตั้งใจจะขี่รถเข้าไปน้ำตกกลางป่าลึกเพียงคนเดียว ระยะทางเกือบ 30 กิโลเมตร แค่นี้จิ๊บๆ แต่ระหว่างทางมีคนท้องถิ่นเรียกผมไว้… เขาบอกว่า
"อย่าไปคนเดียว" ผมจึงย้อนกลับถึงโรงแรม แล้วขอให้ช่วยหาเพื่อนร่วมทาง สุดท้ายมีน้องๆ คนท้องถิ่นอาสาพาผมเข้าไป เมื่อไปถึง ผมก็เข้าใจทันทีว่าทำไมทุกคนถึงห้าม เพราะตลอดทางมีแต่คนเมา และพื้นที่ค่อนข้างเปลี่ยว… ผมเชื่อจริงๆ ว่า ถ้าวันนั้นผมดื้อไปคนเดียว ผลลัพธ์อาจไม่เหมือนเดิม

จายาปุระ อินโดนีเซีย ธรรมชาติที่สวยงาม อาจมีอันตรายที่มองไม่เห็น… อีกครั้งที่ผมเรียนรู้ว่า สิ่งที่สวยงามไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป ตอนนั้นผมอยู่ที่ชายหาดแห่งหนึ่ง น้ำทะเลสีฟ้ามรกต สวยสะดุดตา จนอยากลงไปเล่นน้ำคนเดียว แต่ไม่นานผมเริ่มรู้สึกถึงแรงคลื่นดูดและพื้นทะเลที่เป็นแอ่งลึกไวผิดปกติ จึงรีบออกจากน้ำทันที หลังจากนั้นผมจึงค้นข้อมูลและพบว่า ชายหาดแห่งนี้เคยมีนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุจากคลื่นดูดหลายครั้ง พื้นที่ห่างไกลบางแห่งไม่มีระบบเตือนภัยเหมือนชายหาดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ วันนั้นทำให้ผมรู้ว่า แม้สถานที่ตรงหน้าจะสวยงามแค่ไหน เราก็ไม่มีทางรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมัน

Mentawai ความเสี่ยงไม่ใช่มีแค่คน หลายคนคิดว่าป่าอันตรายเพราะสัตว์หรือคน แต่สิ่งที่ผมกังวลที่สุดกลับเป็นเรื่องการรักษาพยาบาล หากเกิดป่วยหนักหรือติดเชื้อ การออกจากพื้นที่อาจต้องเดินข้ามเขา ใช้เวลาหลายชั่วโมง หรืออาจเป็นวันกว่าจะถึงโรงพยาบาล สุดท้ายร่างกายเริ่มไม่ไหว ผมตัดสินใจออกจากป่าก่อนกำหนด เพราะประเมินแล้วว่าความเสี่ยงด้านการรักษาพยาบาลไม่คุ้มกับการอยู่ต่อ

ทุกเหตุการณ์ที่ผมเล่ามา ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่ออวดความกล้า หรือทำให้การเดินทางดูน่าตื่นเต้นกว่าความเป็นจริง แต่เป็นบทเรียนจากประสบการณ์ของผมเอง ซึ่งหวังว่าจะช่วยให้ใครสักคนหยุดคิด และเตรียมตัวให้พร้อมขึ้นก่อนออกเดินทาง

ธรรมชาติ ชุมชน และความท้าทายในการเดินทาง คือเหตุผลที่ทำให้ผมยังรักการออกเดินทางเสมอ แต่ระหว่างทาง สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มากที่สุด อาจไม่ใช่สถานที่ที่ผมไปถึง แต่อาจเป็นการเข้าใจว่า โลกใบนี้ไม่ได้สวยงามเสมอไป…

Update: 2026-07-31
Tags: