classicliterature.it.com

พาณิชย์จับมือคมนาคม-7 สายการบิน โหลดผลไม้ฟรี 10 กก.นาน 1 ปี

พาณิชย์จับมือกระทรวงคมนาคมและ 7 สายการบิน เปิดโครงการโหลดผลไม้ใต้ท้องเครื่องฟรีไม่เกิน 10 กิโลกรัมต่อผู้โดยสาร 1 คน ผ่านสนามบินกรมท่าอากาศยาน 20 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 กันยายน 2569-31 สิงหาคม 2570 เตรียมกล่องมาตรฐาน 100,000 กล่อง ตั้งเป้ากระจายผลไม้ 1,000 ตัน ขณะที่กรมการค้าภายในเร่งรับมือมังคุดใต้ปลายฤดู หลังน้ำท่วมบ่อเต็นกระทบเส้นทางบ่อเต็น-โม่หาน ซึ่งรองรับมังคุดไทยไปจีนราว 65% ของปริมาณขนส่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา เร่งเพิ่มจุดรับซื้อและหาเส้นทางรถไฟ-แม่น้ำโขงทดแทน

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมความร่วมมือสนับสนุนการกระจายผลไม้ผ่านช่องทางท่าอากาศยานและสายการบิน ประจำปี 2569-2570 ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน และกระทรวงคมนาคม โดยกรมท่าอากาศยาน ได้ร่วมกับสายการบินพันธมิตร 7 แห่ง ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเพื่อช่วยกระจายผลไม้ในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด

สายการบินที่เข้าร่วมประกอบด้วย การบินไทย แอร์เอเชีย บางกอกแอร์เวย์ส นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ ไทยเวียตเจ็ทแอร์ และอีซี่แอร์ไลน์ โดยจะอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารนำผลไม้โหลดใต้ท้องเครื่องบินได้ฟรี น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัมต่อผู้โดยสาร 1 คน

โครงการมีระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2570 เพื่อเพิ่มช่องทางกระจายผลไม้จากแหล่งผลิต เชื่อมโยงกับการเดินทางและการท่องเที่ยว รวมถึงกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทย ตามแนวทางที่ต้องการผลักดันให้ผลไม้ไทยเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำหรับผู้มาเยือนประเทศ ภายใต้แนวคิด “Thailand : The Land of Tropical Fruits”

เปิด 20 สนามบินเมืองรอง แจกกล่องฟรี 1 แสนใบ

กรมการค้าภายในจะจัดสรรกล่องบรรจุผลไม้มาตรฐานขนาด 10 กิโลกรัมไปยังท่าอากาศยาน พร้อมประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนำเกษตรกรเข้าจำหน่ายผลไม้ตามฤดูกาลในพื้นที่ที่จัดไว้

ขณะที่กรมท่าอากาศยานจะจัดจุดให้บริการกล่อง อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และเปิดพื้นที่จำหน่ายผลไม้ชั่วคราวให้เกษตรกรในท่าอากาศยานนำร่อง 20 แห่ง ได้แก่ น่าน ลำปาง ตาก พิษณุโลก เลย อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง และนราธิวาส

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เบื้องต้นได้เตรียมกล่องบรรจุผลไม้ไว้ 100,000 กล่อง ตั้งเป้าช่วยกระจายผลไม้มากกว่า 1,000 ตัน

ผู้โดยสารสามารถรับกล่องขนาด 10 กิโลกรัมได้ 1 กล่องต่อ 1 คน ณ จุดบริการในสนามบินที่ร่วมโครงการ และนำผลไม้โหลดใต้ท้องเครื่องได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของโครงการ

“ความร่วมมือนี้ไม่แค่ช่วยระบายผลไม้ ยังเชื่อมโยงการท่องเที่ยว กระตุ้นการซื้อจากนักท่องเที่ยว ช่วยส่งเสริมการรู้จักผลไม้ไทย สนับสนุนการค้าของเกษตรกรและรายย่อยโดยตรง ต่อไปก็จะขยายไปสินค้าแปรรูปด้วย” นางสาวบรรจงจิตต์กล่าว

ทุเรียน-ผลไม้มีกลิ่นแรงห้ามโหลด

นายวิทยากรกล่าวว่า ผลไม้ที่จะใช้บริการต้องเป็นผลไม้สด น้ำหนักรวมไม่เกิน 10 กิโลกรัม และต้องไม่เปียกชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายต่อกล่อง

ต้องบรรจุในกล่องของกรมการค้าภายในที่ได้รับจากจุดบริการ พร้อมปิดผนึกด้วยเทปกาวหรือสายรัดอย่างมิดชิด เพื่อป้องกันมด แมลง สิ่งแปลกปลอม รวมถึงการรั่วซึมของน้ำและกลิ่น

ทั้งนี้ ทุเรียนหรือผลไม้ที่มีกลิ่นรุนแรงจะไม่สามารถนำขึ้นห้องโดยสารหรือโหลดใต้ท้องเครื่องได้

สำหรับผลไม้ที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วง 3-4 เดือนนี้ ได้แก่ มังคุด ลองกอง สละ กล้วย มะม่วง ส้มโอ แก้วมังกร ลำไย และอโวคาโด

มังคุดใต้ยังเหลือทยอยออกตลาด

นายวิทยากรกล่าวถึงสถานการณ์มังคุดภาคใต้ว่า ปี 2569 มีผลผลิตประมาณ 139,396 ตัน โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2569 มีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 85,644 ตัน หรือประมาณ 61% และยังมีผลผลิตอีกส่วนทยอยออกสู่ตลาดในช่วงปลายฤดูกาล

ในเดือนสิงหาคมมีมังคุดออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดส่งออกโดยเฉพาะจีนมีการซื้อขายชะลอลง เนื่องจากมีผลไม้ชนิดอื่นเข้าสู่ตลาดพร้อมกัน และกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ส่งผลให้ราคามังคุดช่วงนี้ปรับตัวลดลง

ล่าสุดยังมีปัจจัยด้านการขนส่งเข้ามากดดันเพิ่มเติม จากสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณบ่อเต็น สปป.ลาว ซึ่งกระทบการขนส่งทางถนนผ่านเส้นทางบ่อเต็น-โม่หานเข้าสู่จีน ทำให้มังคุดบางส่วนขนส่งล่าช้าและระบายไปยังตลาดปลายทางไม่เป็นไปตามแผน

เส้นทางบ่อเต็น-โม่หานรับมังคุดไทย 65%

กรมการค้าภายในระบุว่า เส้นทางบ่อเต็น-โม่หานเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งมังคุดไทยเข้าสู่จีน โดยเฉพาะตลาดภาคตะวันตกของจีน

ข้อมูลการส่งออกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามังคุดไทยที่ผ่านเส้นทางดังกล่าวมีประมาณ 298 ตู้ จากทั้งหมด 455 ตู้ หรือประมาณ 65%

เมื่อการขนส่งทางบกมีข้อจำกัด จึงทำให้มังคุดบางส่วนที่รอส่งออกต้องชะลออยู่ภายในประเทศ เพิ่มแรงกดดันต่อการระบายผลผลิตในช่วงที่มังคุดใต้ยังออกสู่ตลาด

กรมการค้าภายในจึงประสานสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เวียงจันทน์ และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ คุนหมิง เพื่อติดตามสถานการณ์การขนส่งและการผ่านแดน พร้อมหารือผู้ส่งออกให้ปรับแผน โดยพิจารณาใช้เส้นทางรถไฟและการขนส่งผ่านแม่น้ำโขงเป็นทางเลือกเพิ่มเติม

เพิ่มจุดรับซื้อรับมังคุดตกค้าง 2-3 วันนี้

ในประเทศ กรมการค้าภายในได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพิ่มจุดรับซื้อมังคุด โดยเฉพาะมังคุดลูกสีม่วงและมังคุดเกรดโรงงานหรือเบอร์ดำ เพื่อรองรับผลผลิตที่อาจตกค้างเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 วันนี้

พร้อมนำผู้ประกอบการและผู้รับซื้อเข้าไปรับซื้อจากเกษตรกรเพิ่ม เพื่อลดการกระจุกตัวในแหล่งผลิตและลดแรงกดดันด้านราคา รวมถึงเร่งกระจายผ่านภาคเอกชน สถานีโทรทัศน์ แหล่งชุมชน และโครงการโหลดผลไม้ขึ้นเครื่องบินฟรี

ก่อนหน้านี้ กรมการค้าภายในเปิดจุดรับซื้อมังคุดเกรดโรงงานในราคานำตลาดกิโลกรัมละ 2 บาท รวม 8 จุด ในจังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี และนราธิวาส รวมถึงส่งเสริมตลาดรวบรวมรับซื้อผลไม้ในระบบประมูล 3 จุด ในชุมพรและนครศรีธรรมราช และเชื่อมผลผลิตเข้าสู่ห้างค้าส่งค้าปลีก หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรขนาดใหญ่ ตลอดจนจุดจำหน่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

“ช่วงนี้เป็นจังหวะที่มังคุดภาคใต้ยังทยอยออกสู่ตลาด ขณะที่มีปัจจัยด้านตลาดส่งออกและการขนส่งเข้ามากระทบพร้อมกัน กรมการค้าภายในจึงดำเนินการทั้งด้านการประสานปรับเส้นทางขนส่งไปจีนผ่านช่องทางอื่น และการเพิ่มกำลังรับซื้อภายในประเทศ เพื่อให้ผลผลิตเคลื่อนออกจากแหล่งผลิตได้มากขึ้น ลดปริมาณมังคุดตกค้าง และช่วยประคองสถานการณ์ราคาในช่วงปลายฤดูกาล” นายวิทยากรกล่าว

Update: 2026-09-02
Tags: