classicliterature.it.com

สปสช.ผนึก กทม.จัดเครือข่ายใหม่รับบัตรทอง 61,876 คน รักษาต่อเนื่องไม่สะดุด

สปสช.ผนึก กทม.จัดเครือข่ายใหม่รับบัตรทอง 61,876 คน รักษาต่อเนื่องไม่สะดุด

วันนี้ (1 ตุลาคม 2569) พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ ถัมภ์บรรฑุ ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร (สปสช.เขต 13 กทม.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา สปสช.เขต 13 กทม.จัดประชุมชี้แจงหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมจัดเครือข่ายรองรับประชาชน โดยความร่วมมือจากสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรณีหน่วยบริการปฐมภูมิ 4 แห่ง ขอลดศักยภาพการให้บริการ ยกเลิกการขึ้นทะเบียน และสิ้นสุดสัญญาให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดยการจัดเครือข่ายใหม่ จะมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าวว่า หน่วยบริการทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง มีผู้ลงทะเบียน 5,703 คน คลินิกเวชกรรมไอเอ็มเอช สีลม 9,959 คน เพิ่มรักษ์คลินิกเวชกรรม 1,244 คน และ โรงพยาบาล (รพ.) มงกุฎวัฒนะ 44,970 คน รวมประชาชนที่ต้องจัดเครือข่ายบริการใหม่ 61,876 คน

“อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นการยกเลิกการขึ้นทะเบียนเฉพาะการเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำ แต่ยังคงให้บริการในฐานะหน่วยบริการรับส่งต่อในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประชาชนที่ได้รับการจัดให้มี รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ จึงยังเข้ารับบริการตามระบบส่งต่อได้ตามปกติ

ประชาชนไม่ต้องดำเนินการเปลี่ยนหน่วยบริการประจำด้วยตนเอง สปสช.จะลงทะเบียนกับหน่วยบริการแห่งใหม่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยยึดที่อยู่ในระบบเป็นหลัก เพื่อให้มีหน่วยบริการใกล้บ้านหรือเดินทางสะดวก พร้อมคำนึงถึงความต่อเนื่องในการรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษา” พ.ท.ธนศักดิ์ กล่าว

ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 13 กทม. กล่าวว่า การจัดเครือข่ายครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากสำนักอนามัย กทม. โดยศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่จะเข้ามาเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำแห่งใหม่ เพื่อดูแลผู้มีสิทธิบัตรทองตามที่อยู่ในระบบ ทำให้ประชาชนยังมีหน่วยบริการใกล้บ้าน และสามารถเชื่อมต่อการรักษาไปยังโรงพยาบาลรับส่งต่อได้อย่างต่อเนื่อง

ภายใต้เครือข่ายใหม่ ผู้ลงทะเบียนกับสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง จะได้รับการจัดสรรไปยังศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขน โดยมี รพ.ภูมิพลอดุลยเดช เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ ส่วนผู้ลงทะเบียนกับคลินิกเวชกรรมไอเอ็มเอช สีลม จะย้ายไปยังศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา และมี รพ.ไอเอ็มเอช สีลมเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ ขณะที่ผู้ลงทะเบียนกับเพิ่มรักษ์คลินิกเวชกรรม จะย้ายไปยังศูนย์บริการสาธารณสุข 53 ทุ่งสองห้อง โดยมี รพ.มงกุฎวัฒนะเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ

“ส่วนผู้ที่เดิมลงทะเบียนกับ รพ.มงกุฎวัฒนะ จำนวน 44,970 คน จะได้รับการจัดหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำแห่งใหม่ในสังกัด กทม.ตามที่อยู่ โดยประชาชน 40,893 คน ซึ่งอยู่ในเครือข่ายพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตอนเหนือ ยังคงมี รพ.มงกุฎวัฒนะเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ ขณะที่อีก 4,077 คน ซึ่งมีที่อยู่นอกพื้นที่ จะได้รับการจัดโรงพยาบาลรับส่งต่อให้สอดคล้องกับเครือข่ายของแต่ละเขต เพื่อให้เดินทางสะดวกและได้รับบริการใกล้บ้านมากขึ้น” พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าวและว่า การจัดสรรจะคำนึงถึงความต่อเนื่องในการรักษา ศักยภาพของหน่วยบริการ และให้สมาชิกในครอบครัว หรือผู้ที่อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันมีหน่วยบริการปฐมภูมิแห่งเดียวกัน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้มีประวัติส่งต่อ ซึ่งจะได้รับการดูแลเชื่อมต่อไปยังหน่วยบริการแห่งใหม่อย่างเหมาะสม

พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าวว่า การลงทะเบียนที่ สปสช.ดำเนินการให้ครั้งนี้ จะไม่นับเป็นการเปลี่ยนหน่วยบริการประจำของประชาชนตามปกติ 4 ครั้งต่อปี ทั้งนี้ เพื่อให้การรักษาในช่วงเปลี่ยนผ่านไม่สะดุด หน่วยบริการเดิมจะออกหนังสือส่งตัวล่วงหน้าตามใบนัด และจัดเตรียมประวัติการรักษาให้ผู้ป่วยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากมีนัดรักษาระหว่างวันที่ 1-31 ตุลาคม 2569 และมีใบส่งตัวจากหน่วยบริการเดิม สามารถไปรับบริการตามนัดได้ทันที โดยไม่ต้องกลับไปขอใบส่งตัวจากหน่วยบริการแห่งใหม่

“โรงพยาบาลสามารถใช้เลขที่ใบส่งตัวเดิมหรือหนังสือรับรองสิทธิจากสายด่วน สปสช. 1330 ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ได้ แต่หากใครยังไม่มีใบส่งตัว มีเพียงแต่ใบนัด ให้ขอประวัติการรักษาไปให้หน่วยบริการแห่งใหม่พิจารณารักษา หรือส่งต่อตามความเหมาะสม ผู้มีสิทธิเดิมของ รพ.มงกุฎวัฒนะ สามารถขอเอกสารสรุปประวัติการรักษาได้ที่ฝ่ายเวชระเบียนผู้ป่วยนอก อาคาร 2 ชั้น 1 ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 วัน หากต้องการตรวจสอบหน่วยบริการแห่งใหม่ หรือสอบถามเรื่องการรักษาต่อเนื่อง ติดต่อสายด่วน สปสช.1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สปสช.เขต 13 กทม. และ กทม.ได้เตรียมเครือข่ายรองรับไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนมีหน่วยบริการใกล้บ้านและผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษาได้รับบริการอย่างต่อเนื่อง โดยจะติดตามการดำเนินงานร่วมกับหน่วยบริการอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเปลี่ยนผ่าน” พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าว

Update: 2026-10-01
Tags: