รื้อแฟ้ม กสทช. เช็กสถานะ 6 คดีร้อน เมื่อศาลชั้นต้นทยอย 'ยกฟ้อง' สะท้อนอะไรในความขัดแย้งองค์กร?
การฟ้องร้องคดีที่เกิดขึ้นที่ กสทช. ทั้งหมด จำนวน 6 คดีพบว่า โจทก์ที่ยื่นฟ้องหลัก คือ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. จำนวน 4 คดี โดยมี 2 คดีมาจากกรณีกรรมการ กสทช. สี่คน ได้แก่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ มีมติให้เปลี่ยนตัวรักษาการเลขาธิการ กสทช. เพื่อเข้าสู่การสอบวินัยจากกรณีลิขสิทธิ์บอลโลก 600 ล้านบาท และ อีก 2 คดีจากกรณีที่นายไตรรัตน์ไม่ได้รับการเห็นชอบให้เป็นเลขาธิการ กสทช. ส่วน ศ.คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ฟ้องข้อหาละเมิด ไขข่าว เรียกค่าเสียหายกรรมการ กสทช.สี่คน 1 คดี ขณะที่ กรรมการ กสทช.สี่คนฟ้อง ศาสตราจารย์คลินิกสรณ จำนวน 1 คดีข้อหาละเลยต่อหน้าที่กรณีไม่ลงนามในคำสั่งเปลี่ยนตัวรักษาการเลขาธิการ กสทช. ตามมติที่ประชุม กสทช.
การฟ้องร้องจำนวน 6 คดี มียุทธวิธีฟ้องกระจายไปแทบทุกศาล ดังที่ปรากฏในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จำนวน 2 คดี ศาลแพ่งจำนวน 1 คดี และศาลปกครองจำนวน 3 คดี ปัจจุบันคดีที่นายไตรรัตน์เป็นผู้ฟ้อง ไม่ว่าจะเป็นคดีอาญามาตรา 157 หรือคดีปกครองศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแล้วทั้งหมดโดยผู้ฟ้องได้ทำการยื่นอุทธรณ์ มีเพียงคดีเดียวที่รอคำพิพากษาได้แก่ คดีที่ ศ.คลินิกสรณฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายจากกรรมการ กสทช.ทั้งสี่
หากแบ่งการฟ้องร้องทั้ง 6 คดี อันเกี่ยวเนื่องกับสาเหตุและที่มาสามารถวิเคราะห์ เหตุผลยื่นฟ้อง และผลลัพธ์ของแต่ละคดี ซึ่งจะเห็นได้ว่าคดีทั้งหมดถูกผูกเชื่อมโยงกับปมความขัดแย้งหลักเพียงสองเรื่อง ได้แก่ คดีงบซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 600 ล้านบาท และกระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. โดยสามารถวิเคราะห์เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่หนึ่ง คดีอันสืบเนื่องมาจากงบลิขสิทธิ์บอลโลก 600 ล้าน
สืบเนื่องจากกรณีที่ กสทช. อนุมัติเงินจำนวน 600 ล้าน เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 โดยให้สำนักงาน กสทช. ทำ MOU กับการกีฬาแห่งประเทศไทย แต่นายไตรรัตน์ในฐานะรักษาการเลขาธิการฯ มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้การถ่ายทอดสดดังกล่าวไม่เป็นไปตาม MOU เป็นเหตุให้ผู้รับใบอนุญาตจาก กสทช. บางส่วนต้องจอดำ ซึ่งที่ประชุม กสทช. มีมติเสียงข้างมากให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยนายไตรรัตน์ และเปลี่ยนตัวรักษาการเลขาธิการ กสทช.
นายไตรรัตน์ได้ฟ้องร้องคดีอาญาในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท 155/2566 ลงวันที่ 11 กันยายน 2566 ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 โดยอ้างว่ามติ กสทช. ที่ให้ปลดตนออกจากตำแหน่งรักษาการฯ ชั่วคราวและตั้งกรรมการสอบสวนวินัย เป็นการกระทำโดยมิชอบ ขัดต่อระเบียบ กสทช.และทำให้ตนเสียหายด้านชื่อเสียงและหน้าที่การงาน และเปิดทางให้จำเลยที่ห้า ผศ.ดร.ภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ทำให้เสียหายด้านชื่อเสียงและหน้าที่การงาน การฟ้องมาตรา 157 มีโทษถึงจำคุก ซึ่งถือเป็นยุทธวิธีสร้างภาระและความเสี่ยงระดับสูงให้แก่กรรมการ กสทช.ทั้งสี่คน อย่างไรก็ตามสถานะของคดีปัจจุบัน ศาลอาญาคดีทุจริงฯ พิพากษายกฟ้อง ปัจจุบันโจทก์ยื่นอุทธรณ์
ต่อมา กรรมการ กสทช.สี่คน ได้แก่ พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต, รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และ รศ.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ได้ยื่นฟ้องศ.คลินิกสรณ คดีปกครองหมายเลขดำที่ 1764/2566 ลงวันที่ 6 ก.ย. 2566 ข้อหา ละเลยต่อหน้าที่ เนื่องจากไม่ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและไม่ลงนามในคำสั่งเปลี่ยนตัวรักษาการเลขาธิการ กสทช. ตามมติที่ประชุม กสทช. ซึ่งถือเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ถกฟ้องคดีปฏิบัติตามมติ กสทช. สถานะคดีปัจจุบัน ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง ปัจจุบันผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์
กลุ่มที่สอง คดีอันสืบเนื่องจากการสรรหาเลขาธิการ กสทช.
กรรมการ กสทช. ทั้ง 4 คน มีมติไม่เห็นชอบให้นายไตรรัตน์ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ กสทช. ตามที่ประธาน กสทช. เสนอ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับกระบวนการแต่งตั้งเลขาธิการ นายไตรรัตน์จึงยื่นฟ้อง คดีปกครอง1463/2567 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2567 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่หนึ่งคือประธาน กสทช. ผู้ถูกฟ้องคดีที่สองคือ กสทช.(พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ,ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต,รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย,รศ. สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์) ข้อหา คำสั่งทางปกครองตามมติ กสทช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยโจทก์อ้างว่ามติ กสทช. เรื่องการคัดเลือกและแต่งตั้งเลขาธิการ กสทช. เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากขณะนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นคู่กรณี/ถูกฟ้องเป็นคดีอาญา (อท.155/2566) จึงไม่มีอำนาจมีมติเรื่องการให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเลขาธิการ กสทช. โดยมีคำขอให้เพิกถอนมติ กสทช. ปัจจุบันคดีนี้ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง ปัจจุบันผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์
ต่อมา เดือนธันวาคม 2567 นายไตรรัตน์ยื่นฟ้องคดีปกครอง (รับโอนจากศาลแพ่ง) คดีหมายเลขดำที่ 1722/2568 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ข้อหา ละเมิด, เรียกค่าเสียหาย อันสืบเนื่องจากมติที่ประชุม กสทช. ที่ไม่แต่งตั้งโจทก์เป็นเลขาธิการ กสทช. โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการไม่ได้รับแต่งตั้ง คำขอ ได้แก่ 1) ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินเดือนที่เสียโอกาส 3,322,260 บาท พร้อมดอกเบี้ย 2) ให้ชดใช้ค่าตอบแทน ประจำตำแหน่ง 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 3) ให้ผู้ถูกฟ้อง ในฐานะส่วนตัว ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายจากการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในลำดับชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) แก่โจทก์คนละ 10,000,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 40,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ปัจจุบัน ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง ปัจจุบันผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์
จากนั้น เดือนเมษายน 2568 นายไตรรัตน์ยื่นฟ้องกรรมการ กสทช.ทั้งสี่ ในคดีหมายเลขดำที่ อท 68/2568 ลงวันที่ 4 เมษายน 2568 ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คำฟ้องของโจทก์คือ กรรมการทั้งสี่ลงมติไม่เห็นชอบการแต่งตั้งโจทก์เป็นเลขาธิการ กสทช. ตามที่ประธาน กสทช. เสนอ โดยมิชอบและมีเจตนาพิเศษ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเสียโอกาสในความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานสถานะคดีปัจจุบัน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษายกฟ้อง ปัจจุบันโจทก์ยื่นอุทธรณ์
กลุ่มที่สาม คดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย
ศ.คลินิกสรณ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรรมการทั้งสี่ และสำนักข่าวอิศรา คดีหมายเลขดำที่ พ5748/2567 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ข้อหา ละเมิด, ไขข่าว, เรียกค่าเสียหาย คำฟ้องคือกรรมการทั้งสี่ ร่วมกันแถลงข่าวและเผยแพร่เอกสารที่โจทก์อ้างว่าเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้เสียชื่อเสียง โดยสำนักข่าวอิศรา นำไปเผยแพร่ต่อทางเว็บไซต์อิศรา คำขอ ให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 20 ล้านบาท และห้ามกระทำละเมิด/ไขข่าวซ้ำอีกสถานะคดีปัจจุบัน รอคำพิพากษา
รายละเอียดของคดีความทั้ง 6 คดี สะท้อนว่าข้อพิพาททางกฎหมายใน กสทช. เป็นเรื่องที่ฝ่ายบริหารใช้คดีความในการตอบโต้กรรมการเสียงข้างมากมากกว่าเป็นเรื่อง “บอร์ดขัดแย้งกันเอง” อันนำมาซึ่งความพยายามปั่นวาทกรรม ‘ยุบ กสทช.ไปเถอะ’ จึงเป็นเรื่องที่น่าตั้งคำถามว่าเป็นยุทธวิธีเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น ย้ายเป้าหมายความผิดเพื่อปกปิดแก่นกลางของปัญหาที่แท้จริงไม่
| คดี | ผู้ฟ้อง | ผู้ถูกฟ้อง | สรุปสาระสำคัญของคำฟ้อง | สถานะของคดี |
| คดีอาญา
ในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อท 155/2566 ลงวันที่ 11 ก.ย. 2566 |
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล | จำเลยที่ 1-พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ/จำเลยที่ 2-ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต/จำเลยที่ 3-รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย/จำเลยที่ 4-รศ.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ และจำเลยที่ 5-ผศ.ดร.ภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ | ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
สรุปคำฟ้อง สืบเนื่องจากมติ กสทช. ให้ตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนกรณีอนุมัติงบประมาณ 600 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งไตรรัตน์มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะรักษาการเลขาธิการฯ โจทก์อ้างว่ามติ กสทช. ที่ให้ปลดโจทก์ออกจากตำแหน่งรักษาการเลขาธิการฯ ชั่วคราว และตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย เป็นการกระทำโดยมิชอบ ขัดระเบียบ กสทช. และเปิดทางให้จำเลยที่ 5 ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ทำให้โจทก์เสียหายด้านชื่อเสียงและหน้าที่การงาน |
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษายกฟ้อง ปัจจุบันโจทก์ยื่นอุทธรณ์ |
| คดีอาญา
ในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อท 68/2568 ลงวันที่ 4 เม.ย. 2568 |
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล | จำเลยที่ 1-พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ/จำเลยที่ 2-ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต/จำเลยที่ 3-รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย/จำเลยที่ 4-รศ.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ | ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
สรุปคำฟ้อง จำเลยทั้ง 4 ลงมติไม่เห็นชอบการแต่งตั้งโจทก์เป็นเลขาธิการ กสทช. ตามที่ประธาน กสทช. เสนอ โดยมิชอบและมีเจตนาพิเศษ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเสียโอกาสในความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน |
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษายกฟ้อง ปัจจุบันโจทก์ยื่นอุทธรณ์ |
| คดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย
พ5748/2567 ลงวันที่ 26 ธ.ค. 2567 |
ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ | จำเลยที่ 1-พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ/จำเลยที่ 2-ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต/จำเลยที่ 3-รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย/จำเลยที่ 4-รศ.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ และ จำเลยที่ 5- สำนักข่าวอิศรา | ข้อหา ละเมิด, ไขข่าว, เรียกค่าเสียหาย
สรุปคำฟ้อง จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันแถลงข่าวและเผยแพร่เอกสารที่โจทก์อ้างว่าเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้เสียชื่อเสียง โดยจำเลยที่ 5 นำไปเผยแพร่ต่อทางเว็บไซต์อิศรา คำขอ ให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 20 ล้านบาท และห้ามกระทำละเมิด/ไขข่าวซ้ำอีก |
รอคำพิพากษา |
| คดีปกครองหมายเลขดำที่ 1764/2566 ลงวันที่ 6 ก.ย. 2566 | พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต, รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และ รศ.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ | ศ.คลินิก นายแพทย์ สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ | ข้อหา ละเลยต่อหน้าที่
สรุปคำฟ้อง ประธาน กสทช. ไม่ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและไม่ลงนามในคำสั่งเปลี่ยนตัวรักษาการเลขาธิการ กสทช. ตามมติที่ประชุม กสทช. ซึ่งถือเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย คำขอ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ถกฟ้องคดีปฏิบัติตามมติ กสทช. |
ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง ปัจจุบันผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์ |
| คดีปกครอง
1463/2567 ลงวันที่ 8 ส.ค. 2567 |
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล | ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-ประธาน กสทช.
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2-กสทช.(พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ,ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต,รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย,รศ. สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์) |
ข้อหา คำสั่งทางปกครองไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สรุปคำฟ้อง โจทก์อ้างว่ามติ กสทช. เรื่องการคัดเลือกและแต่งตั้งเลขาธิการ กสทช. เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากขณะนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นคู่กรณี/ถูกฟ้องเป็นคดีอาญา (อท.155/2566) จึงไม่มีอำนาจมีมติเรื่องการให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเลขาธิการ กสทช. คำขอ ขอให้เพิกถอนมติ กสทช. |
ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง ปัจจุบันผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์ |
| คดีปกครอง (รับโอนจากศาลแพ่ง)
คดีหมายเลขดำที่ 1722/2568 ลงวันที่ 6 ธ.ค. 2567 |
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล | ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-คณะกรรมการ กสทช./จำเลยที่ 2-พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ/จำเลยที่ 3-ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต/จำเลยที่ 4-รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย/จำเลยที่ 5-รศ.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ | ข้อหา ละเมิด, เรียกค่าเสียหาย
สรุปคำฟ้อง สืบเนื่องจากมติที่ประชุม กสทช. ที่ไม่แต่งตั้งโจทก์เป็นเลขาธิการ กสทช. โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการไม่ได้รับแต่งตั้ง คำขอ 1. ให้จำเลยทั้งห้าชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินเดือนที่เสียโอกาส 3,322,260 บาท พร้อมดอกเบี้ย 2. ให้จำเลยทั้งห้าชดใช้ค่าตอบแทน ประจำตำแหน่ง 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 3. ให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 ในฐานะส่วนตัว ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายจากการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในลำดับชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) แก่โจทก์คนละ 10,000,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 40,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย |
ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง ปัจจุบันผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์ |