classicliterature.it.com

กลุ่มบ้านปู เร่งทรานส์ฟอร์มพอร์ต มุ่งเพิ่มสัดส่วน ‘ก๊าซฯ-ไฟฟ้า’ เกิน 50% ชูโซลูชันพลังงานเสถียรแก้คอขวด Data Center & AI พร้อมรุก LNG เทรดดิ้งข้ามทวีป

กลุ่มบ้านปู ประกาศยุทธศาสตร์ปรับพอร์ต เร่งดันสัดส่วนก๊าซฯ-ไฟฟ้าเกิน 50% ชูนวัตกรรมเครื่องยนต์ก๊าซฯ มอดูลาร์และ BESS แก้โจทย์คอขวดพลังงาน AI ระดับโลก พร้อมรุก LNG Trading ข้ามทวีป

  • ลดถ่านหิน ดัน ‘ก๊าซฯ-ไฟฟ้า’ ขึ้นแท่นแกนหลักสร้างกระแสเงินสด
  • นวัตกรรมก๊าซฯ มอดูลาร์ ปลดล็อก Data Center
  • ต่อยอดแหล่งก๊าซฯ สหรัฐฯ สู่ตลาดโลก
  • หนุนแผน PDP ไทย ถอดบทเรียนโมเดล CCUS จากสหรัฐฯ

กลุ่มบ้านปู ประกาศปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอเชิงรุก มุ่งเพิ่มสัดส่วนกระแสเงินสดจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้ารวมกันให้มากกว่า 50% เพื่อลดสัดส่วนธุรกิจถ่านหินและสร้างการเติบโตยั่งยืน พร้อมดึงศักยภาพฐานธุรกิจในสหรัฐอเมริกาเข้าแก้โจทย์วิกฤตการขาดแคลนพลังงานของกลุ่ม Data Center และ AI ระดับโลก เช่น Anthropic และ OpenAI ผ่านนวัตกรรมติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติแบบมอดูลาร์ (Modular Gas Engine) ที่สามารถจ่ายไฟได้เร็วภายใน 12-36 เดือน ควบคู่การจับมือ NPI Cloud พัฒนา GPU Data Center นอกจากนี้ยังเดินหน้าต่อยอดแหล่งก๊าซฯ สหรัฐฯ รุกตลาด LNG Trading เชื่อมดีมานด์เอเชีย พร้อมชู BESS กว่า 2.3 GWh การันตีความเสถียรไฟฟ้า 99.99% และพร้อมหนุนแผน PDP ไทย

ลดถ่านหิน ดัน ‘ก๊าซฯ-ไฟฟ้า’ ขึ้นแท่นแกนหลักสร้างกระแสเงินสด

สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของโลก กลุ่มบ้านปู ได้ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนองค์กรครั้งสำคัญ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) และการลดคาร์บอน (Decarbonization) โดยเร่งปรับสัดส่วนพอร์ตโฟลิโอเพื่อสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว

ปัจจุบัน โครงสร้างกระแสเงินสดของบ้านปูมาจากธุรกิจถ่านหินราว 50% ขณะที่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติคิดเป็น 25% และธุรกิจไฟฟ้าอีก 25% ทั้งนี้ บ้านปูได้วางเป้าหมายระยะถัดไปอย่างชัดเจนในการเพิ่มสัดส่วนกระแสเงินสดจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้ารวมกันให้มากกว่า 50% เพื่อก้าวขึ้นเป็นหัวเจาะหลักในการสร้างการเติบโตเฟสใหม่ขององค์กร

นวัตกรรมก๊าซฯ มอดูลาร์ ปลดล็อก Data Center

โจทย์ใหญ่ระดับโลกในปัจจุบันคือ บริษัทเทคโนโลยี AI ชั้นนำอย่าง Anthropic และ OpenAI กำลังเผชิญข้อจำกัดร้ายแรงด้านพลังงานไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอต่อการประมวลผล ขณะที่การรอคอยการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในสหรัฐฯ ต้องใช้เวลานานถึง 5-7 ปี

บ้านปูจึงใช้ศักยภาพจากฐานธุรกิจในสหรัฐฯ นำเสนอโซลูชันเร่งด่วนด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติแบบมอดูลาร์ (Modular Gas Engine) ซึ่งสามารถจ่ายไฟให้กับ Data Center ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 12-36 เดือน ก่อนที่จะขยายไปสู่ระบบกังหันแก๊สขนาดใหญ่ พร้อมทั้งผนึกกำลังกับพันธมิตรจากไต้หวันอย่าง NPI Cloud ในการพัฒนา GPU Data Center ทั้งในสหรัฐฯ และภูมิภาคเอเชีย เพื่อออกแบบระบบประมวลผลที่ใช้พลังงานน้อยที่สุด

ทั้งนี้ โซลูชันพลังงานของบ้านปูเพื่อรองรับ AI และ Data Center มีดังนี้

  • Modular Gas Engine : จ่ายไฟด่วนให้ Data Center ภายใน 12-36 เดือน (แทนโรงไฟฟ้าใหญ่ที่ใช้เวลา 5-7 ปี)
  • GPU Data Center : ร่วมมือกับ NPI Cloud (ไต้หวัน) พัฒนาระบบประมวลผลประหยัดพลังงาน
  • BESS Power Bank : ระบบกักเก็บพลังงาน 2.3 GWh การันตีความเสถียรของไฟฟ้าระดับ 99.99%

ต่อยอดแหล่งก๊าซฯ สหรัฐฯ สู่ตลาดโลก

ในฝั่งธุรกิจต้นน้ำ ปัจจุบันบ้านปูมีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ จากแปลง Barnett และ Marcellus รวมราว 1 Bcf/d ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเขตเชื่อมต่อการส่งออก LNG บริเวณ Gulf Coast บ้านปูจึงเตรียมใช้ประโยชน์จากทีมงานและคอนเนกชันในสหรัฐฯ เพื่อรุกตลาด LNG Trading โดยเชื่อมโยงอุปทานก๊าซฯ จากอเมริกา ไปตอบสนองอุปสงค์ในภูมิภาคเอเชีย เช่น ไทย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ท่ามกลางราคา LNG ตลาดโลกที่คาดการณ์ระยะยาวอยู่ที่ราว 8-12 ดอลลาร์สหรัฐ/MMBtu

ขณะเดียวกัน บ้านปูยังขึ้นแท่นผู้นำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) รวม 10 โครงการใน 4 ประเทศ (ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, สหรัฐฯ, จีน) รวมกำลังการผลิตกว่า 2.3 GWh โดยทำหน้าที่เสมือน ‘Power Bank’ เปลี่ยนพลังงานหมุนเวียนที่ไม่แน่นอนให้เป็นพลังงานที่จ่ายได้อย่างสม่ำเสมอ ตอบโจทย์ Data Center ที่ต้องการความเสถียรของไฟฟ้าระดับ 99.99%

หนุนแผน PDP ไทย ถอดบทเรียนโมเดล CCUS จากสหรัฐฯ

สำหรับทิศทางนโยบายพลังงานในประเทศไทย บ้านปูพร้อมที่จะสนับสนุนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) โดยมองว่าภาครัฐควรรักษาสมดุลระหว่างราคาค่าไฟที่ไม่กระทบต่อภาคประชาชน ควบคู่ไปกับการดีคาร์บอนไนเซชัน เพื่อสร้างแรงดึงดูดเม็ดเงินลงทุน Data Center เข้าสู่ประเทศ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ถอดบทเรียนจากโมเดลการอุดหนุนของสหรัฐฯ ผ่านนโยบาย 45Q ที่อุดหนุนการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ที่ 85 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน CO2 ซึ่งสามารถสร้างผลประโยชน์ต่อ GDP (Multiplier Effect) ได้สูงถึง 5-10 เท่า

Update: 2026-09-15
Tags: