ท่องเที่ยวชลบุรีชี้ 5 พันกำลังพลสหรัฐฯ เติมสีสันพัทยาโลว์ซีซัน คาดเงินสะพัด 50–100 ล้าน
- หน้าหลัก
- ภูมิภาค
- ภาคกลาง-ตะวันออก
ท่องเที่ยวชลบุรีชี้ 5 พันกำลังพลสหรัฐฯ เติมสีสันพัทยาโลว์ซีซัน คาดเงินสะพัด 50–100 ล้าน
เผยแพร่: 6 ก.ย. 2569 17:46 ปรับปรุง: 6 ก.ย. 2569 17:46 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ศูนย์ข่าวศรีราชา - นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี เผยกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ราว 5,000 นาย จากเรือ USS Abraham Lincoln ขึ้นฝั่งพัทยาช่วง 2–6 ก.ย. ช่วยเติมความคึกคักช่วงโลว์ซีซัน คาดใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 1–2 หมื่นบาท ตลอดช่วงที่อยู่ในพื้นที่ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนราว 50–100 ล้านบาท ชี้พฤติกรรมนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่กระจายตัวทั้งร้านอาหาร ห้าง แหล่งท่องเที่ยว และวัฒนธรรม มากกว่าภาพจำเรื่องสถานบันเทิง
นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี เปิดเผยถึงภาพรวมหลังมีกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นาย จากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln (CVN-72) ขึ้นฝั่งพักผ่อนและท่องเที่ยวในเมืองพัทยาและพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน 2569 ว่า แม้เมื่อเทียบกับขนาดของเมืองพัทยาในปัจจุบัน จำนวนกำลังพลที่ทยอยขึ้นฝั่งในแต่ละช่วงอาจไม่ได้รู้สึกมากเหมือนในอดีต แต่การเดินทางเข้ามาครั้งนี้ถือว่าช่วยสร้างความคึกคักให้กับเมืองในช่วงโลว์ซีซันได้อย่างชัดเจน
กลุ่มธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ ได้แก่ ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีก แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมในเครือเชนต่างประเทศ ขณะที่พฤติกรรมของกำลังพลสหรัฐฯ รุ่นใหม่พบว่ามีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการเที่ยวสถานบันเทิงหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหมือนภาพจำในอดีต แต่มีการกระจายตัวไปยังแหล่งท่องเที่ยว รับประทานอาหาร และจับจ่ายซื้อสินค้าตามสถานที่ต่าง ๆ
นายธเนศ กล่าวว่า จากการสังเกตตลอดช่วงที่ผ่านมา พบกำลังพลเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม รวมถึงสวนนงนุชพัทยา รับประทานอาหารท้องถิ่น และเลือกซื้อสินค้าตามศูนย์การค้าและร้านค้าต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของเมืองพัทยา เพราะสะท้อนให้เห็นว่าพัทยามีสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ได้พึ่งพาการท่องเที่ยวกลางคืนเพียงอย่างเดียว
“ตอนแรกในโซเชียลอาจมีการตีความไปในแง่ลบ แต่พอได้เห็นจริง ๆ เขาไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ไปสวนนงนุช ไปกินอาหารพื้นเมือง และจับจ่ายตามร้านค้าในห้าง ผมว่าทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาดูดีขึ้น เพราะพัทยาไม่ได้พึ่งพาการท่องเที่ยวกลางคืนเพียงอย่างเดียว วันนี้เรามีทั้งห้าง ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรม” นายธเนศ กล่าว
สำหรับการประเมินเม็ดเงินจากกำลังพลประมาณ 5,000 นาย นายธเนศระบุว่า หากมีการใช้จ่ายเฉลี่ยคนละประมาณ 10,000–20,000 บาท ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในพื้นที่ จะคิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนประมาณ 50–100 ล้านบาท โดยคาดว่าการใช้จ่ายส่วนใหญ่กระจายไปยังสินค้า อาหาร การเดินทาง และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ในช่วงโลว์ซีซัน
นายธเนศกล่าวว่า โดยปกติช่วงเดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องถึงประมาณเดือนมีนาคม–เมษายน ถือเป็นช่วงไฮซีซันของพัทยา ขณะที่หลังเทศกาลสงกรานต์ไปจนถึงเดือนตุลาคมจะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซัน ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงตามฤดูกาล ดังนั้นการเดินทางเข้ามาของกำลังพลสหรัฐฯ ในช่วงดังกล่าว แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างความเคลื่อนไหวให้กับภาคธุรกิจท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทาย ทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และต้นทุนการเดินทางทางอากาศที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลหรือผู้ที่ต้องต่อเครื่องผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันประเทศคู่แข่งในภูมิภาค โดยเฉพาะเวียดนาม ก็มีบทบาทมากขึ้นจากความได้เปรียบด้านค่าครองชีพ ราคาที่พัก และค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว
นายธเนศมองว่า การมาของกำลังพลสหรัฐฯ ครั้งนี้ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ช่วยเติมกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสร้างสีสันให้เมืองพัทยาในช่วงโลว์ซีซัน อีกทั้งยังสะท้อนศักยภาพของพัทยาที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้หลากหลายกลุ่ม และมีผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมทั้งอาหาร แหล่งชอปปิง ธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และความบันเทิง ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ควรผลักดันต่อไปในอนาคต