classicliterature.it.com

ราคาน้ำมันร่วง 5 วันติด หลังทรัมป์เผยสหรัฐฯ เจรจาอิหร่านนาน 3 ชั่วโมง ซาอุฯ เตรียมเปิดท่อส่งน้ำมันอีกครั้ง

ราคาน้ำมันดิบ BRENT ร่วงหลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับน้ำมันดิบ WTI ที่ร่วงลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ความหวังทางการทูตบวกกับการกลับมาเดินเครื่องท่อส่ง East-West ช่วยคลายแรงตึงด้านอุปทาน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงเพิ่มขึ้นกว่า 60% จากปลายปีก่อน

  • ซาอุฯ เตรียมเปิดท่อส่งน้ำมันอีกครั้ง
  • ปริมาณขนส่งผ่านฮอร์มุซเพิ่มขึ้น
  • ความเสี่ยงที่ยังไม่หมดไป

ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันทำการที่ 5 หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับอิหร่านเป็นเวลาหลายชั่วโมง จุดความหวังว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจหาทางออกทางการทูตได้

ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบ BRENT ร่วงลงมาแตะระดับ 98 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ลดลงแตะระดับ 89 ดอลลาร์ โดยราคาปรับลงกว่า 4% ในสัปดาห์นี้

ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ ได้พบกับคณะผู้แทนอิหร่านเป็นเวลา 3 ชั่วโมง นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก “เป็นการประชุมที่ดีมาก” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการหารือทวิภาคีกับ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครน

อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวสวนทางกับสุนทรพจน์ของเขาต่อที่ประชุม UN ในช่วงก่อนหน้าของวันเดียวกัน ที่ระบุว่าตนกำลังมีการตัดสินใจครั้งใหญ่ว่าจะเจรจาข้อตกลงกับเตหะราน หรือจะทำลายล้างสาธารณรัฐอิสลาม ซึ่งทำให้คณะผู้แทนอิหร่านเดินออกจากห้องประชุม

“ผมเชื่อว่าเราจะทำข้อตกลงกันได้ทันทีหลังการเลือกตั้ง เพราะมันไม่สมเหตุสมผลเลยที่พวกเขาจะไม่ทำ” ทรัมป์กล่าวในสุนทรพจน์ พร้อมระบุว่าอิหร่านกำลังรอดูว่าเขาจะทำผลงานอย่างไรในการเลือกตั้งกลางเทอม โดยสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือเขาไม่ได้ลงสมัคร

ซาอุฯ เตรียมเปิดท่อส่งน้ำมันอีกครั้ง

อีกปัจจัยที่กดราคาคือสัญญาณว่าภาวะตึงตัวด้านอุปทานในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลง โดยซาอุดีอาระเบียอยู่ในขั้นต้นของการกลับมาเดินเครื่องท่อส่งน้ำมัน East-West ซึ่งมีกำลังส่ง 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยตั้งเป้าให้มีปริมาณไหลผ่านในระดับที่มีนัยสำคัญภายในวันเสาร์

มีรายงานว่าท่อดังกล่าวเริ่มสูบน้ำมันในอัตราต่ำแล้ว และอาจกลับมาส่งออกที่ท่าเรือ Yanbu ริมทะเลแดงได้ภายในวันอังคาร

ซาอุดีอาระเบียปิดท่อส่งนี้หลังได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนที่ปล่อยมาจากอิรักเมื่อวันที่ 10 กันยายน โดยท่อดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการเบี่ยงเส้นทางส่งออกน้ำมันดิบของซาอุฯ ไปยังทะเลแดง เพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซที่สหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังแย่งชิงการควบคุม และในช่วงที่ท่อปิด ริยาดต้องหันกลับไปส่งออกผ่านฮอร์มุซแทน

ปริมาณขนส่งผ่านฮอร์มุซเพิ่มขึ้น

ทรัมป์ระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้คุ้มกันการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปแล้วกว่า 1 พันล้านบาร์เรล และปัจจุบันมีน้ำมันไหลผ่านช่องแคบภายใต้การคุ้มกันของกองทัพสหรัฐฯ มากกว่าช่วงใดของสงคราม แม้ปริมาณโดยรวมจะยังต่ำกว่าระดับก่อนสงคราม

ข้อมูลจาก Kpler บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการเดินเรือ ระบุว่าท่าเรือ Ras Tanura บนชายฝั่งตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย มีวันขนถ่ายน้ำมันคึกคักที่สุดนับตั้งแต่ก่อนสงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ 6 ลำขนน้ำมันเกือบ 12 ล้านบาร์เรลที่ Ras Tanura และ Juaymah เมื่อวันจันทร์

“ปริมาณที่ไหลผ่านช่องแคบในระดับสูงบ่งชี้ว่าอิหร่านกำลังสูญเสียอำนาจต่อรอง ซึ่งอาจทำให้พวกเขาเปิดรับการทำข้อตกลงมากกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเป็นไปได้ของการยกระดับความรุนแรงเพื่อทวงคืนการควบคุม” Ryan McKay นักกลยุทธ์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ TD Securities ระบุ

ความเสี่ยงที่ยังไม่หมดไป

แม้บรรยากาศจะผ่อนคลายลง แต่โอกาสที่สหรัฐฯ กับอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงยังห่างไกลจากความแน่นอน โดย โมฮัมหมัด บาเกร กาลิบัฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจากับสหรัฐฯ ในการเจรจาหยุดยิงครั้งก่อน ระบุว่าทรัมป์ไม่สามารถใช้อำนาจบีบอิหร่านได้ และอิหร่านจะไม่ยอมจำนน

ความพยายามยุติสงครามที่ป่วนตลาดพลังงานมากว่า 6 เดือนล้มเหลวมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่มีผลอยู่ช่วงสั้นๆ ในฤดูร้อนที่ผ่านมา นับจากนั้นสหรัฐฯ ได้ปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านเพื่อจำกัดรายได้จากการส่งออกพลังงาน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

นอกจากนี้ กลุ่มฮูตีในเยเมนยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางเดินเรือ ส่วนกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับมีรายงานว่าเตรียมกดดันให้ทรัมป์หลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งกับอิหร่าน

ทรัมป์ยังเปิดเผยว่าได้ผลักดันให้ที่ปรึกษาอนุมัติมาตรการห้ามส่งออกเชื้อเพลิง ตามข้อเรียกร้องของสมาชิกรัฐสภาจากรัฐที่พึ่งพาดีเซล เพื่อบรรเทาราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูง ในช่วงที่โรงกลั่นสำคัญในตะวันออกกลางเดินเครื่องต่ำกว่ากำลังการผลิต และยูเครนยังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นมาตรการที่ผู้บริหารในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซหลายรายออกมาเตือนว่าไม่ควรทำ

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันยังปรับขึ้นกว่า 65% นับตั้งแต่ต้นปี จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบการขนส่งผ่านจุดยุทธศาสตร์พลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดยราคาในตลาดเชื้อเพลิงสำเร็จรูปปรับขึ้นแรงยิ่งกว่า

อ้างอิง:

Update: 2026-09-23
Tags: