การทูต กัญชา การค้า กงสุล ไฟใต้: 5 ปี ของ มาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษในไทย
มาร์ค กูดดิ้ง (Mark Gooding) กำลังพ้นจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตอังกฤษในปลายเดือนกรกฎาคม หลังอยู่ประเทศไทยถึง 6 ปีเขาปลีกเวลาที่ยุ่งกับงานโค้งสุดท้ายที่รวมถึงการเตรียมการรับเสด็จการเยือนของเจ้าหญิงแอนน์ (Princess Anne) พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร ระหว่าง 16-17 ก.ค. 2569 มาให้สัมภาษณ์กับ นพพร วงศ์อนันต์ ผู้สื่อข่าวพิเศษของวันโอวันถึงผลงาน ความก้าวหน้าของความสัมพันธ์ของราชอาณาจักรไทยและสหราชอาณาจักร ที่เพิ่งฉลองความสัมพันธ์ 170 ปี กันไปตลอดปีที่แล้ว จนถึง เม.ย. ปีนี้
หนึ่งวันภายหลังคลิปวิดีโอภาษาไทยของเขาทางเฟซบุ๊กที่กล่าวต้อนรับการเสด็จเยือนประเทศไทยของเจ้าหญิงแอนน์ มียอดไลก์กว่า 8 พัน และยอดชมกว่า 1.82 แสนครั้งใน 24 ชั่วโมง เอกอัครราชทูตวัย 51 ปี ผู้ใช้เวลาเรียนภาษาไทยในประเทศไทย 1 ปี ในช่วงโควิด-19 ก่อนรับงานในตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี ใช้เวลาเกือบ 60 นาทีกับวันโอวัน เล่าถึงเรื่องการค้า การลงทุน การศึกษา การท่องเที่ยว ความมั่นคง และนโยบายกัญชาของไทยที่กระทบต่อการจับกุมชาวอังกฤษ เขาจะเริ่มงานใหม่ในกลางเดือนสิงหาคม ในตำแหน่งอธิบดีกรมเอเชียที่ยังเกี่ยวข้องกับไทยและอีกกว่า 40 ประเทศในทวีปนี้ มุมมองของเขานับว่าน่าสนใจไม่น้อย

เมื่อมองย้อนกลับไปตลอด 5-6 ปีที่คุณอยู่ในประเทศไทย ประเทศนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ทั้งในมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ท่ามกลางภูมิทัศน์โลกที่เปลี่ยนไปอย่างมาก หากต้องอธิบายประเทศไทยในวันนี้ให้ผู้กำหนดนโยบายที่ลอนดอนฟัง คุณจะอธิบายอย่างไร
ที่จริงผมอยู่ในประเทศไทยมา 6 ปีแล้ว ผมมาถึงในปี 2020 เพื่อเรียนภาษาไทยเป็นเวลา 1 ปี ก่อนเริ่มทำหน้าที่เอกอัครราชทูต ตอนนั้นเราอยู่ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ดังนั้นถ้าถามว่าสิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปอย่างไร ก็ต้องบอกว่าเปลี่ยนไปในหลายประเด็นสำคัญ
ในช่วงปีแรกหรือสองปีแรกของผมในประเทศไทย เรามีข้อจำกัดมากมาย มีแรงกดดันอย่างมากต่อระบบสาธารณสุข แทบไม่มีนักท่องเที่ยวอังกฤษในประเทศไทย และโอกาสในการปฏิสัมพันธ์ในระดับการเมืองก็จำกัดมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีมากที่ได้เห็นความเชื่อมโยงเหล่านี้ฟื้นตัวหลังโควิด-19 ตอนนี้เรามีนักท่องเที่ยวอังกฤษมากกว่าก่อนเกิดโรคระบาด มีการหารือระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศจำนวนมาก และมีธุรกิจเดินหน้าไปมาระหว่างกันมากขึ้น ในแง่สุขภาพ ผมคิดว่าสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว
ในช่วงเวลาเดียวกัน ประเทศไทยก็มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์โลกที่แตกแยกและมีการแข่งขันมากกว่าช่วงใดๆ ในชีวิตของผม เรามีประเด็นอย่างการรุกรานยูเครนอย่างผิดกฎหมายของรัสเซีย ซึ่งเป็นการท้าทายกฎบัตรสหประชาชาติโดยตรง และยังมีประเด็นอื่นๆ ทั่วโลกที่ทำให้ผู้คนตั้งคำถามถึงคุณค่าขององค์กรพหุภาคี ดังนั้นผมคิดว่าในวันนี้ สิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่เคยคือสหราชอาณาจักรและไทยต้องทำงานร่วมกันในเรื่องที่เรามีผลประโยชน์และค่านิยมร่วมกัน รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศ ระบบพหุภาคี และการค้าเสรี ซึ่งล้วนกำลังถูกคุกคาม ผมคิดว่าเราควรทำงานร่วมกันมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกข้อสังเกตหนึ่งจากช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาคือ ทั้งไทยและสหราชอาณาจักรต่างมีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลหลายชุด จึงมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาก เป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจในการเฝ้าติดตาม แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับทั้งสองประเทศในแง่ภาวะผู้นำทางการเมือง ผมหวังว่าเราจะเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีเสถียรภาพในเร็วๆ นี้
เราไม่รู้ว่าคุณจะได้ทำงานกับรัฐมนตรีต่างประเทศ หรือนายกรัฐมนตรีอีกกี่คน ในตำแหน่งใหม่ของคุณ
ในสหราชอาณาจักร เรามีวาระรัฐสภา 5 ปี และการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2024 ดังนั้นวาระนี้จะไปถึงปี 2029 ตำแหน่งใหม่ของผมจะเริ่มกลางปี 2026 และมีระยะเวลาประมาณ 3 ปี ผมจึงไม่รู้ว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปของสหราชอาณาจักรจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ก็เป็นไปได้ว่าจะยังไม่มีการเลือกตั้งก่อนที่วาระของผมจะสิ้นสุดลง
หลังจากอยู่ประเทศไทยมา 6 ปี บทเรียนสำคัญที่สุดที่คุณได้เรียนรู้ ซึ่ง FCDO (Foreign, Commonwealth & Development Office – กระทรวงการต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนา) หรือมหาวิทยาลัย Oxford ไม่ได้สอน หรือไม่อาจสอนคุณได้ คืออะไร
ผมเรียนที่ Oxford ในช่วงทศวรรษ 1990 และเข้าทำงานที่ FCDO ในปี 1999 ซึ่งรู้สึกเหมือนเป็นคนละยุค หลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน จำนวนความขัดแย้งทั่วโลกในทศวรรษ 1990 ต่ำกว่าช่วงใดๆ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีสมมติฐานบางอย่างว่าเสรีนิยม การเปลี่ยนแปลง และเสถียรภาพจะเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ต่อไป แต่เมื่อมองจากวันนี้ สิ่งนั้นไม่มีอยู่แล้ว โลกมีการแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะระหว่างมหาอำนาจ แต่จริงๆ แล้วก็เกิดขึ้นในระดับอื่นๆ ด้วย
ดังนั้นมุมมองของผมจึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากช่วงที่เรียน Oxford และจากตอนที่เข้าทำงานใน FCO (ชื่อเดิมของกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร Foreign and Commonwealth Office ได้ยุติการใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 กันยายน 2020 หลังยุบรวมเข้ากับกระทรวงการพัฒนาระหว่างประเทศ – DFID) เพราะตอนนี้เราต้องคาดการณ์อยู่เสมอว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน อย่างโควิด-19 ซึ่งเป็นแรงกระแทกทางสังคมและเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าสิ่งใดๆ ที่ผมเคยประสบ เรายังมีภูมิรัฐศาสตร์ที่ปั่นป่วนมากขึ้น มีความขัดแย้งในปี 2026 มากกว่าช่วงใดๆ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และยังมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทั้ง AI ควอนตัม และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่จะเปลี่ยนสังคมของเราโดยสิ้นเชิง ในด้านบวก เทคโนโลยีเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงการดูแลสุขภาพ การวินิจฉัย การรักษา และการศึกษา ทำให้ผู้คนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงได้มากขึ้น และทำให้บริการต่างๆ เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงมหาศาลเช่นกัน หาก AI ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่เป็นอันตราย ดังนั้นอัตราการเปลี่ยนแปลงจึงเร่งตัวขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับตอนที่ผมอยู่ Oxford ในทศวรรษ 1990 บทเรียนสำคัญคือ คุณไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงจะเป็นอะไร แต่คุณต้องปรับตัวได้มาก ต้องสามารถบริหารทั้งโอกาสเชิงบวกและความเสี่ยงใหม่ๆ ได้
จากมิตรภาพสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ สหราชอาณาจักรและไทยได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ สิ่งนี้หมายถึงอะไรในทางปฏิบัติ และคุณเห็นความคืบหน้ามากที่สุดในด้านใด ประชาชนของทั้งสองประเทศควรคาดหวังประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมอะไรในช่วงหลายปีข้างหน้า
ผมคิดว่ามีเหตุผลสำคัญ 2 ประการสำหรับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ประการแรกคือการยอมรับในระดับการเมืองของทั้งสหราชอาณาจักรและไทยว่า เรามีผลประโยชน์และค่านิยมร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง นี่เป็นสัญญาณทางการเมืองว่าเราต้องการเสริมสร้างความสัมพันธ์ เราเป็นประเทศยุโรปประเทศแรกที่ไทยตกลงจัดตั้งหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้วย ประการที่สองคือความมุ่งมั่นร่วมกันใหม่ที่จะทำงานใกล้ชิดมากขึ้นในหลายภาคส่วน ดังนั้นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์จึงมองความสัมพันธ์ทั้งระบบ
ผมมักมองประเด็นเหล่านี้เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือด้านความมั่นคง เราตกลงทำงานในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ต่อความท้าทายด้านความมั่นคงต่างๆ ในภูมิภาคและทั่วโลก เรามีความร่วมมือเชิงปฏิบัติมากขึ้นในด้านกลาโหม การต่อต้านการก่อการร้าย และความมั่นคงไซเบอร์ ครอบคลุมประเด็นความมั่นคงทั้งหมด เราประกาศจัดตั้งเวทีหารือด้านความมั่นคงครั้งใหม่ระหว่างเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทยกับรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหราชอาณาจักร เป็นเวทีระดับสูงที่กำกับดูแลความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงทั้งหมด และเพิ่งประชุมกันเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนที่ลอนดอน นั่นคือเหตุผลที่ผมกลับไปลอนดอนในสัปดาห์นั้น
กลุ่มที่สองคือการค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เราตั้งความมุ่งมั่นใหม่ในการเพิ่มการค้าและการลงทุน ในฐานะส่วนหนึ่งของหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เราเปิดตัว ‘ความเป็นหุ้นส่วนทางการค้าที่แน่นแฟ้น’ (Enhanced Trade Partnership – ETP) ซึ่งกำหนด 20 สาขาที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายตกลงทำงานร่วมกันเพื่อจัดการอุปสรรคด้านการเข้าถึงตลาด ควบคู่กันไป เราทำงานส่งเสริมการค้ามากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 5 ปีที่ผมอยู่ประเทศไทย ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรกับไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 60% จากราว 5,000 ล้านปอนด์ เป็นประมาณ 8,000 ล้านปอนด์ ในสินค้าและบริการ และยังมีการลงทุนขนาดใหญ่มากในทั้งสองทิศทาง เรายังตกลงร่วมมือกันในสาขาที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของเราในอนาคต ได้แก่ สุขภาพและจีโนมิกส์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีดิจิทัล และการลดการปล่อยคาร์บอน
กลุ่มที่สามคือความสัมพันธ์ระดับประชาชน เราตกลงเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษา เราต้อนรับนักศึกษาไทยกว่า 5,000 คนต่อปีเข้าสู่มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร นั่นนับเฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัย จึงเป็นจำนวนที่สำคัญ เรายังมีโรงเรียนระดับประถมและมัธยมที่ใช้หลักสูตรอังกฤษจำนวนมากในประเทศไทย สิ่งที่เราต้องทำมากขึ้นคือการศึกษาข้ามพรมแดน (Transnational Education) คือการให้สถาบันของสหราชอาณาจักรทำงานกับมหาวิทยาลัยไทยมากขึ้น เพื่อเปิดหลักสูตรคุณภาพแบบสหราชอาณาจักรในประเทศไทย เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนการท่องเที่ยว ตอนนี้เรามีนักท่องเที่ยวอังกฤษมาไทยมากกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ประมาณ 1 ล้านคนในปี 2019 และมากกว่า 1.2 ล้านคนในปีที่แล้ว ดังนั้นตัวเลขนักท่องเที่ยวทั้งสองทิศทางจึงดูเป็นบวกมาก เรายังสนับสนุนความเชื่อมโยงระดับประชาชนอื่นๆ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาสหราชอาณาจักรกับรัฐสภาไทย และสถาบันอื่นๆ
กล่าวโดยสรุป ในด้านความมั่นคง รัฐบาลทั้งสองต้องรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน และงานของเรามุ่งทำสิ่งนั้น ในด้านเศรษฐกิจ เรามุ่งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในทั้งสองประเทศ และตัวเลขการค้าและการลงทุนที่ผมกล่าวถึงแสดงให้เห็นว่าสิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้น ในด้านความสัมพันธ์ระดับประชาชน เรามุ่งส่งเสริมความเข้าใจและมิตรภาพที่มากขึ้น และผมคิดว่าการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวและนักศึกษาแสดงให้เห็นว่าสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นเช่นกัน ผมพอใจกับความคืบหน้าที่เกิดขึ้น และคิดว่าเราสามารถเดินหน้าต่อไปได้ในอีกหลายปีข้างหน้า
ในด้านความร่วมมือด้านความมั่นคง และการหารือที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน มีการหารือกันหรือไม่ว่าสหราชอาณาจักรจะช่วยไทยในสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้ที่มีประชากรมุสลิมเป็นส่วนใหญ่อย่างไร เช่น การแบ่งปันข่าวกรอง
ไม่ใช่การแบ่งปันข่าวกรอง แต่ใช่ครับ เราได้พูดคุยเรื่องนี้แน่นอน เรามีการหารือเป็นประจำกับสภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานอื่นๆ และผมเคยไปเยือนจังหวัดชายแดนใต้ 2 ครั้งระหว่างดำรงตำแหน่ง สหราชอาณาจักรไม่ได้มีบทบาทอย่างเป็นทางการในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ แต่เรายินดีสนับสนุนในทุกวิธีที่เหมาะสม ในทางปฏิบัติ เรามีประสบการณ์ของเราเองจาก The Troubles (ความขัดแย้งรุนแรงในไอร์แลนด์เหนือระหว่างกลุ่มชาตินิยมคาทอลิกกับกลุ่มสหภาพนิยมโปรเตสแตนต์ ระหว่างปี 1960s–1998 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนกว่า 3,500 คน ก่อนยุติลงด้วยข้อตกลง Good Friday Agreement) และกระบวนการสันติภาพ Jonathan Powell (อดีตหัวหน้าคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ และหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการเจรจาสันติภาพ Good Friday Agreement ที่ยุติความขัดแย้งในไอร์แลนด์เหนือ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์) ดังนั้นในจุดที่เป็นประโยชน์ เรายินดีแบ่งปันประสบการณ์นั้น แต่ท้ายที่สุดแล้ว เป็นเรื่องของไทยที่จะตัดสินใจว่าจะเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติภาพอย่างไร เราไม่ใช่ผู้ไกล่เกลี่ยจากต่างประเทศ
ไทยเคยติดต่อสหราชอาณาจักรเพื่อสำรวจวิธีนำประสบการณ์จากไอร์แลนด์เหนือมาใช้หรือไม่
มีครับ เรามีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างไม่เป็นทางการเป็นประจำ แต่ผมจะไม่บอกว่าไทยควรทำตามสิ่งที่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร เพราะกระบวนการนั้นเฉพาะเจาะจงกับบริบทของสหราชอาณาจักรมาก ไทยต้องตัดสินใจว่าอะไรเหมาะกับไทย มีประเด็นเรื่องตัวแทนในกระบวนการพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการ แต่ก็ต้องมีการปรึกษาหารือกับประชาชนด้วย และสถานการณ์ด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ต้องได้รับการจัดการในแบบที่เหมาะกับทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นเรื่องนี้มีหลายมิติ สิ่งที่สหราชอาณาจักรสามารถช่วยได้คือการแบ่งปันความท้าทายที่เราเผชิญและวิธีที่เราจัดการกับสิ่งเหล่านั้น แต่ไม่มีพิมพ์เขียวแบบเดียวสำหรับกระบวนการพูดคุยสันติภาพ มันต้องปรับให้เหมาะกับสถานการณ์เฉพาะ ยังมีโมเดลอื่นๆ ทั่วโลกด้วย เช่น โคลอมเบียกับ FARC [กองกำลังปฏิวัติโคลอมเบีย (FARC) กลุ่มกองโจรฝ่ายซ้ายที่ทำสงครามกับรัฐบาลโคลอมเบียนานกว่าครึ่งศตวรรษ ก่อนลงนามข้อตกลงสันติภาพในปี 2016] และผมคิดว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่จะดูว่าอะไรเคยได้ผลในที่อื่น ในประเด็นอย่างภาษา การบังคับใช้กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ในที่สุดจะมีโมเดลเฉพาะสำหรับไทย
โดยกว้างๆ แล้ว จึงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวปฏิบัติที่ดีมากกว่า
ใช่ครับ ไม่มีบทบาทอย่างเป็นทางการในแง่การไกล่เกลี่ย แต่เรายินดีสนับสนุนและพูดคุยกับทุกฝ่าย

แล้วความร่วมมือด้านความมั่นคงอื่น ๆ ระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักรมีอะไรบ้าง
ในด้านกลาโหม ตัวอย่างเช่น เรามีการฝึกร่วมทางทหารระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศทุกๆ 2 ปี ผมเคยเป็นประธานเปิดการฝึก 3 ครั้งระหว่างอยู่ที่นี่ เรามีการแลกเปลี่ยนด้านกลาโหมค่อนข้างมาก มีนายทหารไทยจำนวนหนึ่งไปศึกษาที่ Royal Military Academy Sandhurst หรือ RAF College Cranwell ในสหราชอาณาจักร เราลงนามบันทึกความเข้าใจด้านกลาโหมและความมั่นคงฉบับใหม่เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน และภายใต้กรอบนั้น เราจัดตั้งการหารือด้านกลาโหมครั้งใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนหน้าที่สหราชอาณาจักร เรายังมีเรือมาเยือนสองครั้งระหว่างที่ผมอยู่ที่นี่
ในด้านการต่อต้านการก่อการร้าย เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ที่นี่ โดยเฉพาะในเรื่องการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวจากการโจมตี และการตอบสนองเบื้องต้น วิธีนำการตอบสนองที่ประสานงานกันหากเกิดเหตุ เรามีการประชุม เวิร์กช็อป และการแลกเปลี่ยนหลายครั้ง เราพาผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวไปสหราชอาณาจักรเมื่อต้นปีนี้เพื่อพูดคุยเรื่องการต่อต้านการก่อการร้ายและการท่องเที่ยว ส่วนความมั่นคงไซเบอร์เป็นประเด็นเชิงเทคนิคมากกว่า หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติแห่งใหม่ของไทยกำลังสร้างความเชี่ยวชาญในการตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ และสร้างความยืดหยุ่นให้โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศและระบบไอที
ในด้านภัยคุกคามไซเบอร์ มีการพูดคุยเรื่องการต่อสู้กับแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่มีเป้าหมายทั้งสองประเทศหรือไม่ เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านความมั่นคงหรือไม่
ใช่ครับ แม้จะค่อนข้างแยกจากงานของเรากับหน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติ ซึ่งเน้นมากเรื่องการปกป้องระบบไอทีของรัฐบาลและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เรายังทำงานกับภาคธุรกิจมากในเรื่องการรุกรานทางไซเบอร์ แต่ศูนย์หลอกลวงออนไลน์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การหลอกลวงเป็นอาชญากรรมประเภทหนึ่งที่ถูกรายงานมากที่สุดในสหราชอาณาจักรและที่อื่นๆ ในปัจจุบัน และจำนวนมากมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทย เรามีเหยื่อชาวสหราชอาณาจักรจำนวนมากจากการหลอกลวงออนไลน์จากภูมิภาคนี้ เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา คนจำนวนมากที่ถูกค้ามนุษย์เข้าไปในศูนย์หลอกลวงเป็นเจ้าของภาษาอังกฤษ ถูกนำเข้าไปโดยเฉพาะเพื่อหลอกเหยื่อในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่นเดียวกับที่มีผู้หลอกลวงภาษาจีนที่มุ่งเป้าไปยังเหยื่อที่พูดภาษาจีน ผลกระทบใหญ่ต่อสหราชอาณาจักรคือเหยื่อของการหลอกลวง เราไม่มีชาวอังกฤษจำนวนมากที่ถูกพวกค้ามนุษย์หลอกเข้าไปในศูนย์เหล่านี้ แต่เรามีเหยื่อจำนวนมาก
ดังนั้นเราจึงสนับสนุนต่อความพยายามของไทยอย่างแข็งขัน และความพยายามในระดับภูมิภาคที่กว้างขึ้น ในการปราบปรามศูนย์หลอกลวง และในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาก็มีปฏิบัติการที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จ สิ่งที่สหราชอาณาจักรสามารถให้ความช่วยเหลือเชิงปฏิบัติได้คือเรื่องอย่างการเงินผิดกฎหมาย การช่วยเจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางการเงิน เพราะนี่คือปฏิบัติการอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ และผู้นำของเครือข่ายมักไม่ได้อยู่ที่ศูนย์หลอกลวงเอง ดังนั้นคุณต้องติดตามธุรกรรมทางการเงิน และนี่เป็นด้านที่สหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญมาก เราทำงานกับตำรวจและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วอาเซียน ไม่ใช่เฉพาะไทย เพื่อช่วยติดตามคนที่อยู่ระดับบนสุดของเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้
ในด้านการลงทุน คุณกล่าวถึง 20 สาขาที่ทั้งสองประเทศกำลังทำงานร่วมกัน เช่น สุขภาพ เทคโนโลยีดิจิทัล จีโนมิกส์ และการลดคาร์บอน นอกจากด้านเหล่านี้แล้วยังมีด้านอื่นๆ หรือไม่ และช่วยยกตัวอย่างเชิงปฏิบัติได้ไหม
ผมจะยกตัวอย่างเชิงปฏิบัติ ในด้านสุขภาพ ภายใต้ Enhanced Trade Partnership เราพิจารณากระบวนการอนุมัติยาของไทย ซึ่งเพิ่งถูกปรับให้รวดเร็วขึ้น จากประมาณ 2 ปี เหลือ 90 วัน ทำให้ดึงดูดบริษัทเภสัชภัณฑ์ระหว่างประเทศลงทุนและจำหน่ายยาในไทยได้มากขึ้น ในด้านยานยนต์ เรามีข้อตกลงที่ทำให้มาตรฐานยานยนต์ของสหราชอาณาจักรได้รับการยอมรับในไทย ลดจำนวนการตรวจสอบที่ผู้ผลิตสหราชอาณาจักรต้องผ่านเพื่อส่งออกมาที่นี่
ในด้านแอลกอฮอล์ สกอตช์วิสกี้เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของสหราชอาณาจักรทั่วโลก แต่ตลาดที่นี่ค่อนข้างได้รับการปกป้อง เรามีความคืบหน้าบางอย่างในการผ่อนคลายข้อกำหนดด้านการค้าปลีกและการลองชิมสินค้า แต่ตลาดสุราพรีเมียมของไทยยังถูกกำกับอย่างเข้มงวดมาก ภาษีที่สูง ทั้งภาษีนำเข้า ภาษีสรรพสามิต ข้อจำกัดด้านการโฆษณา ช่วงเวลาที่สามารถขายได้ และการบรรจุขวดกับการลองชิมในแทบทุกขั้นตอน สิ่งนี้ทำให้ผู้ส่งออกสุราพรีเมียมจากต่างประเทศเผชิญความยากลำบากและต้นทุนสูงมาก ซึ่งท้ายที่สุดลดทางเลือกและเพิ่มราคาให้ผู้บริโภคไทย
คุณกำลังผลักดันให้มีการผ่อนคลายกฎระเบียบในเรื่องนี้ใช่ไหม
ใช่ครับ เพื่อให้ทำได้ง่ายขึ้น ข้อจำกัดเหล่านี้ใช้กับทุกฝ่าย ทั้งผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ ไม่ใช่ว่าสินค้านำเข้าถูกเจาะจงเป็นพิเศษ แม้ภาษีนำเข้าจะเพิ่มภาระอีกชั้นหนึ่ง เรามีความคืบหน้าบางอย่างในการผ่อนคลายข้อจำกัดเรื่องเวลาขาย เมื่อก่อนห้ามขายแอลกอฮอล์ในช่วงบ่าย เป็นต้น แต่ยังมีอีกมากที่ต้องทำ
ความสำเร็จอื่นๆ ที่เรามีไม่ใช่เรื่องการเข้าถึงตลาดมากเท่าการทำให้เกิดการลงทุนใหม่ ในช่วงปีที่ผ่านมา เรามีการประกาศลงทุนครั้งใหญ่ 2 รายการในพลังงานลมนอกชายฝั่งของสหราชอาณาจักร จาก Gulf Energy และ PTT เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำระดับโลกด้านพลังงานหมุนเวียนและการลดคาร์บอน ในด้านพลังงานลมนอกชายฝั่ง เรากำลังนำสิ่งนั้นไปปฏิบัติในระดับใหญ่ และเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายไฟฟ้าของเรา ทำให้การส่งพลังงานหมุนเวียนจากฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งเข้าสู่ระบบสายส่งทำได้ง่ายขึ้นมาก ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายใหญ่ในไทยและที่อื่นๆ
ในด้านการดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ carbon capture and storage นี่เป็นเทคโนโลยีที่ยอมรับว่าบางอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูงจะไม่สามารถลดคาร์บอนได้เร็วเท่าที่เราต้องการ ดังนั้นจึงนำคาร์บอนออกมาแล้วกักเก็บไว้ โดยทั่วไปใต้ดินหรือใต้ทะเล เรากำลังนำเรื่องนี้ไปปฏิบัติในสหราชอาณาจักรผ่านคลัสเตอร์อุตสาหกรรม 2 แห่ง ซึ่งอุตสาหกรรมหนักสร้างโรงงานอยู่ติดกับท่อที่ส่งตรงไปยังแหล่งกักเก็บใต้ทะเล เรากำลังทำงานกับไทยในเทคโนโลยีนี้ด้วย โดยหวังว่าบริษัทไทยจะเข้ามามีส่วนร่วม บนพื้นฐานทางการค้า แต่ก็เพื่อเรียนรู้โมเดลด้านกฎระเบียบ ซึ่งพวกเขาสามารถนำกลับไปใช้ในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ ดังนั้นมันได้ผลในเชิงพาณิชย์ และหวังว่าจะได้ผลต่อสภาพภูมิอากาศด้วย
ตอนนี้คุณมีบริษัทไทย 2 บริษัทลงทุนในสหราชอาณาจักร และกำลังมองหาบริษัทสหราชอาณาจักรมากขึ้นเพื่อเป็นพันธมิตรกับบริษัทไทยและลงทุนกลับมาที่นี่ เป็นลักษณะร่วมทุนมากขึ้นใช่ไหม
การลงทุนด้านการลดคาร์บอนเหล่านี้ เงื่อนไขทางการค้าเป็นส่วนสำคัญของการเจรจาอย่างชัดเจน แต่เราก็มีการหารือด้านนโยบายกับบริษัทเหล่านี้และกับหน่วยงานกำกับดูแลของไทยด้วยว่า จะกำกับการดักจับและกักเก็บคาร์บอนอย่างไรให้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ มันมีราคาแพงและเป็นเรื่องใหม่ และยังไม่มีโมเดลมาตรฐานที่ถูกใช้งานจริงที่ใด ดังนั้นเรากำลังทำงานกับบริษัทต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าโมเดลของสหราชอาณาจักรมีความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่การกักเก็บคาร์บอน และการช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซ… บรรลุเป้าหมาย net zero ผมเชื่อว่ารัฐบาลไทยก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้
แล้วอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ สหราชอาณาจักรมีนโยบายลงทุนหรือร่วมมือกับไทยในเรื่องนี้หรือไม่
ไม่ได้เน้นการลงทุนในไทยในภาคส่วนนั้นโดยเฉพาะ แต่มีการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรกับไทยค่อนข้างมากอยู่แล้วในสิ่งต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนไฟฟ้า กิจกรรมด้านดิจิทัลจำนวนมากของเรามีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ในเรื่อง AI และเทคโนโลยี เราพาคณะผู้แทนไทยประมาณ 40 คนไป London Tech Week ทุกปี หลายคนเป็นตัวแทน venture capital (ธุรกิจเงินร่วมลงทุน) ที่กำลังมองหาการลงทุนในสตาร์ทอัปสหราชอาณาจักร และเรื่องนี้ค่อนข้างประสบความสำเร็จ โดยมีพันธมิตรและการลงทุนใหม่เกิดขึ้นทุกปี เรายังสนับสนุนให้บริษัทไทยขนาดใหญ่ใช้บริษัทเทคโนโลยีของสหราชอาณาจักรในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน (Digitalisation) นี่เป็นโอกาสส่งออกของสหราชอาณาจักร แต่ก็ควรทำให้อุตสาหกรรมไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
อีกด้านหนึ่ง เรากำลังทำงานกับรัฐบาลไทยเรื่อง digitalisation ผมเชื่อว่าสหราชอาณาจักรเป็นรัฐบาลดิจิทัลอันดับ 2 ของโลก รองจากเอสโตเนีย เราให้บริการภาครัฐจำนวนมากทางออนไลน์ ตัวอย่างที่อาจฟังดูโศกเศร้าเล็กน้อยคือ เมื่อมีคนเสียชีวิตในสหราชอาณาจักร คุณแจ้งรัฐบาลทางออนไลน์เพียงครั้งเดียว แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น สำนักงานภาษี ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ และอื่นๆ จะได้รับแจ้งโดยอัตโนมัติ ในด้านศุลกากร การทำกระบวนการแบบดิจิทัลรวดเร็วกว่ามาก และยังลดความเสี่ยงเรื่องคอร์รัปชันด้วย ไทยมีบางภาคส่วน เช่น ธุรกรรมทางการเงิน ที่เชื่อมต่อทางดิจิทัลได้ดีมาก ผมแทบไม่ใช้เงินสดที่นี่ ผมใช้โทรศัพท์ แต่ในด้านศุลกากร บริษัทต่างๆ ยังต้องจัดการกับเอกสารหลายพันแผ่น และเอกสารแต่ละแผ่นมีต้นทุน ทั้งเวลาและเงิน ดังนั้นการทำให้ศุลกากรและบริการภาครัฐเป็นดิจิทัลจะทำให้เศรษฐกิจไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแท้จริง นี่เป็นด้านที่เรากำลังสนับสนุนการปฏิรูป
ประเด็นที่สามคือกฎระเบียบ เรื่องนี้จะเป็นข่าวใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะ AI และเทคโนโลยีอื่น ๆ กำลังพัฒนาเร็วมาก โอกาสนั้นเห็นได้ชัด แม้อีกแง่หนึ่งเรายังจินตนาการได้ไม่หมด เรารู้ว่า AI จะเปลี่ยนชีวิตเราในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ยังบอกไม่ได้แน่ชัดว่าอย่างไร จะมีความเสี่ยงด้วย ดังนั้นเราต้องทำงานกับรัฐบาลที่มีแนวคิดใกล้เคียงกัน รวมถึงไทย ในเรื่องกฎระเบียบและธรรมาภิบาลของ AI เพื่อบริหารความเสี่ยงเหล่านั้น เรื่องนี้ต้องเป็นความพยายามระหว่างประเทศ ประเทศเดียวที่กำกับ AI เพียงลำพังไม่สามารถหยุดยั้งไม่ให้ AI ถูกใช้ในทางที่ผิดในที่อื่นได้ อีเว็ตต์ คูเปอร์ (Yvette Cooper) รัฐมนตรีต่างประเทศของเรา เพิ่งเขียนบทความโดยเปรียบเทียบกับอาวุธนิวเคลียร์ หลังหายนะจากฮิโรชิมาและนางาซากิช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาคมระหว่างประเทศตกลงทำสนธิสัญญา เช่น สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งควบคุมสิ่งที่ประเทศต่างๆ ผลิตได้และสร้างโครงสร้างบางอย่าง ข้อโต้แย้งของเธอคือ เราไม่ควรรอให้เกิด “ช่วงเวลาแบบฮิโรชิมา” ในเรื่อง AI เราไม่ควรรอให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นก่อน แล้วประชาคมระหว่างประเทศจึงลงมือ เราควรพยายามกำกับมันก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุใหญ่หรือการใช้ในทางที่ผิด นี่เป็นอีกส่วนหนึ่งของการสนทนาของเรากับไทยในด้านกฎระเบียบดิจิทัลและเทคโนโลยี
ในเรื่องคณะ venture capital คุณบอกว่ารัฐบาลอังกฤษสนับสนุนผู้แทนไทยประมาณ 40 คนต่อปีไป London Tech Week พวกเขาออกค่าใช้จ่ายเอง หรือสหราชอาณาจักรจัดและออกค่าใช้จ่ายให้
พวกเขาออกค่าใช้จ่ายเอง เราจัดโปรแกรมและต้อนรับพวกเขา และสถานเอกอัครราชทูตไทยในลอนดอนก็มีบทบาทมากในการสนับสนุนพวกเขา London Tech Week มีผู้เข้าร่วมประมาณ 30,000-40,000 คนจากทั่วโลก ดังนั้นข้อได้เปรียบสำหรับ venture capitalist หรือผู้ประกอบการเทคโนโลยีของไทยคือ พวกเขาอาจลงทุนในสตาร์ทอัปสหราชอาณาจักรหากสนใจ แต่พวกเขายังจะได้พบผู้แทนอีกหลายหมื่นคน บางทีอาจพบพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาหรือญี่ปุ่น งานนี้มีผู้ประกอบการเทคโนโลยีชั้นนำจากทั่วโลกเข้าร่วม นั่นคือเหตุผลที่งานนี้ดึงดูดผู้คนมาก

แล้วในเรื่องนิวเคลียร์ มีความร่วมมือใดหรือไม่
มีคำถามสำคัญเรื่องเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor – SMR) ในแง่การลดคาร์บอน เราสามารถใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ มีพลังงานแสงอาทิตย์จำนวนมากในไทย และพลังงานลมนอกชายฝั่งในสหราชอาณาจักร รวมถึงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนสำหรับอุตสาหกรรมที่ยังคงปล่อยคาร์บอนต่อไป แต่ประเทศต่าง ๆ จำนวนมากขึ้นกำลังพิจารณา SMR ให้เป็นส่วนหนึ่งของพลังงานผสม เพราะช่วยให้บรรลุการลดคาร์บอน แม้จะมีความเสี่ยงด้วยก็ตาม ในประเทศอย่างสหราชอาณาจักร เราค่อนข้างคุ้นเคยกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และเรากำลังเดินหน้าติดตั้ง SMR สองหรือสามแห่ง เป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของโลกที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้จริง ไม่ใช่แค่พูดถึงเทคโนโลยีนี้ ขณะนี้มีการถกเถียงที่ยังดำเนินอยู่ในรัฐบาลไทยว่า SMR จะเป็นส่วนหนึ่งของพลังงานผสมที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 หรือไม่ และชัดเจนว่าต้องมีการถกเถียงกับสาธารณะด้วย เพราะคำว่า ‘นิวเคลียร์’ ทำให้ผู้คนกังวล
ขอมาถึงคำถามที่น่าสนใจมากขึ้น คือเรื่องอังกฤษกับ Brexit (การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป) Brexit ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ของอังกฤษกับไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างถึงรากหรือไม่ หรือส่วนใหญ่เปลี่ยนวิธีที่สหราชอาณาจักรนำเสนอบทบาทและความมุ่งมั่นผ่านแนวคิด ‘Global Britain’
ผมไม่คิดว่า Brexit เปลี่ยนความสัมพันธ์ของสหราชอาณาจักรกับไทยอย่างถึงราก มันเปลี่ยนบางองค์ประกอบ แต่โดยพื้นฐานแล้ว ปีที่แล้วเราเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต และเรามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างราชวงศ์ของเรามานานกว่า 400 ปี เรามีความสัมพันธ์ฉันมิตร มีค่านิยมและผลประโยชน์ร่วมกันมากมายในทุกด้านของความร่วมมือที่ผมอธิบายไป สิ่งนั้นมีอยู่ก่อน Brexit และยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน และกำลังแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้ว ความสัมพันธ์ยังคงเป็นหุ้นส่วนและมีความมุ่งมั่น
ในแง่สิ่งที่เปลี่ยนไป ประเด็นหลักคือการค้า ในฐานะสมาชิกสหภาพยุโรป สหภาพยุโรปมีอำนาจตามกฎหมายเหนือด้านนโยบายการค้า และอย่างที่คุณทราบ สหภาพยุโรปกำลังเจรจา FTA (ข้อตกลงการค้าเสรี) กับไทย หากยังเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักรจะไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการหารือนั้นด้วยตนเอง ดังนั้น Enhanced Trade Partnership ที่ผมกล่าวถึงจะเกิดขึ้นไม่ได้ในช่วงที่เราอยู่ในสหภาพยุโรป นั่นน่าจะเป็นตัวอย่างใหญ่ที่สุดเพียงตัวอย่างเดียวของสิ่งที่เปลี่ยนไป แต่ในด้านอื่นๆ ที่เราพูดถึง แม้แต่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เราเป็นประเทศแรกในยุโรป การอยู่ในสหภาพยุโรปไม่ได้ขัดขวางความร่วมมือในหลายด้านที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน สวีเดนเองก็ลงนามหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับไทยเมื่อปีที่แล้ว
แล้ว Enhanced Trade Partnership จะพัฒนาไปเป็นข้อตกลงการค้าเสรีเต็มรูปแบบได้อย่างไร
เรื่องนั้นยังไม่ได้ตกลงกัน ภาษาที่เราใช้ตอนเปิดตัว Enhanced Trade Partnership คือ มันอาจเป็นก้าวย่างไปสู่ FTA ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ภาษานั้นยังคงอยู่ รัฐบาลของเราจะต้องพิจารณาทุกทางเลือกในการทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าลึกขึ้น และงานบางส่วน เช่น การจัดการอุปสรรคด้านการเข้าถึงตลาดผ่าน Enhanced Trade Partnership ก็สำคัญอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีการเจรจา FTA อย่างเป็นทางการหรือไม่ ณ วันนี้ยังไม่มีประกาศเรื่องขั้นตอนต่อไป แม้นายกรัฐมนตรีกล่าวในงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 170 ปีว่าเขาอยากเห็น FTA เกิดขึ้น รัฐบาลแสดงให้เห็นมาระยะหนึ่งแล้วว่าต้องการเจรจา FTA ดังนั้นเรากำลังพิจารณาทุกทางเลือก
เรากำลังติดตามการหารือระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป แต่เรื่องนั้นไม่ได้เป็นตัวกำหนดไทม์ไลน์ของสหราชอาณาจักรเอง ตอนนี้เรามีความรับผิดชอบต่อนโยบายการค้าของเราเอง และกำลังเจรจากับหลายคู่ค้าทั่วโลก เรามีความคืบหน้ามากใน FTA ใหม่กับออสเตรเลียและอินเดีย มีการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่กับสหรัฐอเมริกา และเราก็กำลังเจรจาใหม่บางส่วนในความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป ดังนั้นลำดับความสำคัญด้านนโยบายการค้าของเราถูกกำหนดโดยสหราชอาณาจักรอย่างเป็นอิสระ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปจริง
ในบริบทที่กว้างกว่านั้น การค้ากับไทยอยู่ตรงไหนในลำดับความสำคัญของสหราชอาณาจักร เป็นลำดับต้นๆ หรือยังเป็นเรื่องรอง
ไทยเป็นคู่ค้าสำคัญของสหราชอาณาจักร ปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 8,000 ล้านปอนด์ ซึ่งไม่ใช่คู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดเจ้าหนึ่งของเรา แต่ก็ยังมีความสำคัญ และอย่างที่ผมอธิบาย ผ่านการส่งเสริมการค้าและการลดอุปสรรคการเข้าถึงตลาดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เราเพิ่มการค้าระหว่างสองประเทศได้ประมาณ 60% จาก 5,000 ล้านปอนด์เป็น 8,000 ล้านปอนด์ในสินค้าและบริการ ดังนั้นมีหลายอย่างที่เราสามารถทำได้โดยไม่มี FTA นี่คือสิ่งแรกที่ผมอยากบอก แต่ชัดเจนว่ายังมีภาษี โดยเฉพาะในภาคส่วนอย่างแอลกอฮอล์และยานยนต์ ดังนั้นในอนาคต การมีข้อตกลงการค้าเสรีบางรูปแบบก็จะมีประโยชน์เพิ่มเติม นั่นคือเหตุผลที่เราเสนอ Enhanced Trade Partnership ในฐานะก้าวย่างไปสู่ FTA ที่อาจเกิดขึ้น นั่นเป็นทางเลือกแน่นอน แต่ตอนนี้เรายังไม่มีไทม์ไลน์
ขอเปลี่ยนไปเรื่องการท่องเที่ยวและความสัมพันธ์ระดับประชาชน คุณกล่าวว่าจำนวนนักท่องเที่ยวอังกฤษเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1.2 ล้านคนในปีที่แล้ว อะไรเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการฟื้นตัวและการเติบโตนี้
ผมอาจพูดเล่นๆ ได้ว่าเป็นเพราะอากาศ คนอังกฤษและชาวยุโรปเหนือโดยทั่วไปชอบมาไทย โดยเฉพาะในฤดูหนาวของยุโรป เพราะอากาศที่นี่กำลังดี แต่ถ้าพูดจริงจังกว่านั้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จาก 1.2 ล้านคนของเรามีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม ไทยมีชื่อเสียงที่ดีในฐานะจุดหมายปลายทาง เป็นประเทศที่เป็นมิตร อาหารอร่อย เป็นประเทศที่ยอดเยี่ยม มีแหล่งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศ มีโบราณสถานและเมืองหลวงเก่า มีชนบทที่งดงามบนภูเขารอบเชียงใหม่ และแน่นอนว่าไทยมีชื่อเสียงมากเรื่องชายหาด ไทยถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย และเดินทางค่อนข้างง่าย เพราะโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาดีแล้ว ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ คนอังกฤษและคนอีกมากมายจึงชอบมาเที่ยวไทย และผมมั่นใจว่าสิ่งนี้จะดำเนินต่อไป
นั่นทำให้สถานเอกอัครราชทูตเป็นหนึ่งในสถานทูตที่ยุ่งที่สุดในไทย และในโลกหรือไม่ เมื่อดูจากจำนวนคดีด้านกงสุลที่ต้องดูแล
ใช่ครับ เรามีทีมหลายทีมในสถานเอกอัครราชทูต ทำงานด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจตามที่ผมอธิบาย แต่ทีมกงสุลของเราเป็นทีมกงสุลที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษทั่วโลก
คุณให้ความช่วยเหลือกี่รายต่อปี
ปีที่แล้วเรามีมากกว่า 2,000 กรณี หรือประมาณวันละ 7 กรณี ผมคิดว่า Foreign Office ดูแลประมาณ 20,000 คดีทั่วโลก ดังนั้นเรารับผิดชอบมากกว่า 2,000 คดีจากจำนวนนั้น ปีที่แล้วมีชาวอังกฤษเสียชีวิตในไทยมากกว่า 700 คน และมีผู้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมากกว่า 300 คน เราดูแลเรื่องราวกงสุลที่หลากหลายมาก มีชาวอังกฤษที่เปราะบางจำนวนมาก บางคนมีปัญหาสุขภาพจิตหรือความเปราะบางอื่นๆ เป็นเหยื่ออาชญากรรมและอื่นๆ ทีมกงสุลของผมยุ่งมาก แต่ผมต้องบอกว่าเราได้รับความช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยมจากทางการไทยด้วย ทั้งตำรวจ โรงพยาบาล รัฐบาล ทุกฝ่ายตั้งใจช่วยเหลือ นี่เป็นหุ้นส่วนที่ทำงานได้จริง
ตัวเลขเหล่านี้คงที่หรือเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด
เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยว สัดส่วนเหมือนเดิมทุกประการ ชาวอังกฤษส่วนน้อยมากที่ต้องการความช่วยเหลือจากเราหรือจากทางการไทย แต่สัดส่วนดังกล่าวคงที่ จำนวนจริงจึงเพิ่มขึ้นเมื่อนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
โดยทั่วไปเป็นกรณีกงสุลประเภทใด และป้องกันได้อย่างไร ผมเข้าใจว่าอุบัติเหตุทางถนนเป็นปัจจัยหนึ่ง
ใช่ครับ ความปลอดภัยทางถนนเป็นเรื่องใหญ่ เราดูแลคดีอุบัติเหตุทางถนนประมาณ 50-60 คดีต่อปี ซึ่งชาวอังกฤษได้รับผลกระทบรุนแรง และมีชาวอังกฤษประมาณ 20 คนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสบนถนนในไทยทุกปี มีแนวทางบางอย่างที่ใช้ได้ผลในที่อื่น รวมถึงมาตรการบังคับใช้กฎหมายในสหราชอาณาจักร ประเด็นใหญ่คือ ผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวนมากเป็นคนที่เช่ารถจักรยานยนต์ บางครั้งไม่มีใบอนุญาต ไม่สวมหมวกนิรภัย และหากคุณไม่สวมหมวก แม้คุณมีประกัน ประกันก็มักไม่คุ้มครอง คุณจึงอาจบาดเจ็บสาหัสและไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ เราสื่อสารกับชุมชนนักท่องเที่ยวอย่างมากเรื่องความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัย
ยังมีเรื่องกัญชา ตอนนี้เรามีชาวอังกฤษจำนวนหนึ่งอยู่ในเรือนจำในไทย ถูกควบคุมตัวจากการพยายามลักลอบนำกัญชาออกนอกประเทศ ดังนั้นเรากำลังประชาสัมพันธ์ว่าการลักลอบขนกัญชามีบทลงโทษรุนแรง เป็นสิ่งผิดกฎหมาย โดยหวังว่าการรณรงค์สื่อสารจะยับยั้งไม่ให้ผู้คนพยายามทำเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อผมพูดว่ามีชาวอังกฤษเสียชีวิตในไทยมากกว่า 700 คนต่อปี ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติ ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และผู้มาเยือนจำนวนหนึ่งเป็นผู้สูงอายุหรือมีอาการเจ็บป่วย เรายังมีประชากรชาวอังกฤษที่พำนักอยู่ที่นี่จำนวนมาก รวมถึงผู้เกษียณอายุจำนวนมาก ดังนั้นมีขีดจำกัดว่าเราจะป้องกันได้มากเพียงใด สิ่งนี้จะยังคงเกิดขึ้นต่อไป และเราต้องพร้อมตอบสนอง
จากจำนวนผู้เสียชีวิต 700 คน มีสัดส่วนเท่าใดที่เป็นผู้สูงอายุที่พำนักอยู่ในไทย
ผมไม่มีรายละเอียดแยกย่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้มีเหตุให้น่าสงสัยแต่อย่างใด เป็นเพียงคนที่เสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติ เพราะสูงอายุหรือเจ็บป่วย
จำนวนชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในไทยทั้งหมดอยู่ที่เท่าใด
ผมคิดว่าประมาณ 70,000 คน เรามีตัวเลขที่แตกต่างกันจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ถือว่าเป็นประชากรขนาดค่อนข้างใหญ่ จริงๆ แล้วผมเชื่อว่าใหญ่กว่าจำนวนประชากรไทยในสหราชอาณาจักรด้วยซ้ำ กลุ่มที่มากที่สุดอยู่ในกรุงเทพฯ แต่เราก็มีจำนวนมากในพัทยาและภูเก็ต และอีกหลายพันคนในเชียงใหม่ ประชากรท้องถิ่นในพัทยาจะเอนไปทางผู้เกษียณอายุ ส่วนในภูเก็ตและกรุงเทพฯ คุณจะคาดหวังว่าจะมีคนวัยทำงานและกลุ่มวิชาชีพมากกว่า

การลดระยะเวลายกเว้นวีซ่าจาก 60 วันเหลือ 30 วัน ส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวอังกฤษหรือไม่
ผมไม่คิดเช่นนั้น จากประสบการณ์ที่ได้ยินมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มา 2-3 สัปดาห์อยู่แล้ว และคุณสามารถต่ออายุ 30 วันได้อีก 30 วันหากจำเป็น ดังนั้นผมไม่คาดว่าจะมีผลมากนัก และยังไม่เห็นผลเช่นนั้น เรายังเติบโตอยู่ จากตัวเลขล่าสุดที่ผมเห็นในเดือนพฤษภาคม เราเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากจากปีก่อนหน้า ประมาณ 10-15%
ผมแปลกใจที่ตัวเลขยังเพิ่มขึ้น ทั้งที่ไทยแพงขึ้นมาก และมีจุดหมายใหม่ๆ เปิดรับนักท่องเที่ยวอังกฤษมากขึ้น
เป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ และเราได้รับเพียงตัวเลขดิบจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยไม่มีคำอธิบาย ดังนั้นเราต้องระมัดระวังในการสรุปอย่างหนักแน่นจากตัวเลขเพียงชุดเดียว ปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ในเดือนเมษายน เราเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวอังกฤษลดลง ซึ่งอาจเป็นผลจากราคา หรือผู้คนกังวลเรื่องการเดินทางผ่านตะวันออกกลางเพราะสงครามที่นั่น แต่ในเดือนมีนาคมเรากลับเห็นการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั้งที่สงครามรุนแรงที่สุด อาจเป็นเพราะผู้คนอยู่ที่นี่แล้วและเที่ยวบินไม่ให้บริการ จึงออกไปไม่ได้ หรืออาจมีการจองใหม่ลดลงในเดือนนั้น โดยรวมแล้วตัวเลขสุทธิของปี 2026 เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว แต่ผมจะไม่คาดการณ์ว่าเราจะจบที่ใด สถานการณ์ตะวันออกกลางทำให้เที่ยวบินยากขึ้นสำหรับผู้ที่เปลี่ยนเครื่องผ่านภูมิภาคนั้น แต่ผู้เดินทางบางคนที่อาจไปเที่ยวตะวันออกกลาง อาจเปลี่ยนมาประเทศไทยแทน เราติดตามตัวเลขอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอในการให้ความช่วยเหลือ และเราคิดถึงสิ่งที่ขับเคลื่อนแนวโน้มเหล่านี้ แต่หน้าที่หลักของเราคือการตอบสนองต่อสถานที่ที่ผู้คนอยู่จริง
กลับไปที่งานกงสุลที่มากกว่า 2,000 กรณีต่อปี ตัวเลขนี้เทียบกับจุดหมายท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น บาหลี หรือตุรกี ต่างกันอย่างไร
ผมเชื่อว่าเราให้รายละเอียดต่อรัฐสภาทุกปี แม้ผมไม่ได้จำตัวเลขเหล่านั้นได้ แน่นอนว่าจำนวนนักท่องเที่ยวอังกฤษที่มาไทยสูงกว่าอินโดนีเซียอย่างมีนัยสำคัญ และผมเดาว่าตัวเลขของตุรกีสูงกว่าไทย แต่ผมไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเลขเหล่านั้นสามารถเปรียบเทียบกันอย่างเปิดเผยได้ในลักษณะนั้นหรือไม่
แล้วสถานทูตที่ยุ่งเป็นอันดับ 2 รองจากไทยในแง่คดีกงสุลคือที่ใด
ความเข้าใจของผมคือ ในไทยมีทีมกงสุลที่ใหญ่ที่สุดในแง่จำนวนเจ้าหน้าที่ เมื่อเทียบกับสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษทุกแห่ง ในแง่จำนวนคดีดิบ สเปนมีผู้มาเยือนจากอังกฤษจำนวนมากอย่างชัดเจน ผมไม่รู้ตัวเลขที่แน่นอนของพวกเขา แม้อาจสูงกว่าเรา แต่เป็นคดีคนละประเภท ที่นี่เราดูแลคดีซับซ้อนจำนวนมาก ผู้คนที่มีความเปราะบางหลายชั้น ตัวเลขที่ผมให้สะท้อนขนาดของทีม เพราะเมื่อมีชาวอังกฤษที่พำนักอยู่ที่นี่ประมาณ 70,000 คน คุณจะเจอประเด็นครบทุกประเภท ตั้งแต่ความสัมพันธ์ล้มเหลว ปัญหามรดก อุบัติเหตุทางถนน และอื่นๆ
โดยรวมแล้ว ปริมาณงานช่วยเหลือด้านกงสุลสะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยในไทยมากกว่า หรือเป็นเรื่องส่วนตัวและภายในครอบครัวมากกว่า
ในบางแง่ มันคล้ายกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในประเทศในสหราชอาณาจักร ผู้คนแต่ละคนมีความเปราะบางต่างกัน และบางคนต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ เรื่องอย่างการหย่าร้างไม่ได้จำเป็นต้องเป็นบทบาทของสถานเอกอัครราชทูต คนส่วนใหญ่ที่มีปัญหาภายในครอบครัว หรือแม้แต่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สามารถจัดการได้โดยไม่ต้องให้เราช่วย เรามุ่งใช้ทรัพยากรกับคนที่เปราะบางที่สุด คนที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ หรือไม่สามารถติดต่อกับหน่วยงานท้องถิ่นด้วยตนเองได้ เราพยายามช่วยให้ผู้คนช่วยเหลือตัวเองได้ บ่อยครั้งคือการชี้ทางว่า นี่คือหน่วยงานที่คุณต้องติดต่อ นี่คือช่องทางติดต่อ นี่คือทนายความท้องถิ่น แต่ในคดีร้ายแรงกว่า เช่น อุบัติเหตุรุนแรง การเสียชีวิตที่น่าสงสัย คดีที่เกี่ยวข้องกับตำรวจหรือโรงพยาบาล เราสามารถให้ความช่วยเหลือได้มากขึ้น
ปัญหาภายในครอบครัวที่ผมหมายถึง คือเรื่องอย่างผู้เกษียณอายุที่นำเงินเก็บมาไทย แต่งงานกับคู่ครองชาวไทย แล้วสุดท้ายสูญเสียเงิน ถูกหลอก
ใช่ครับ นั่นจะเป็นกรณีเหยื่ออาชญากรรม และในฐานะสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศ หากมีคนเป็นเหยื่ออาชญากรรม พวกเขาต้องแจ้งความกับตำรวจไทยและว่าจ้างทนายความไทย ผ่านกระบวนการศาลไทย สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการนั้นได้จริง สิ่งที่เราสามารถทำได้คือ หากชาวอังกฤษถูกจำคุกที่นี่ เราจะไปเยี่ยมพวกเขาและพยายามดูแลให้สวัสดิภาพของพวกเขาได้รับการคุ้มครอง เพราะเรามีสิทธิกงสุลในการเข้าถึงในฐานะสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศ หากมีคนป่วยหนักในเรือนจำและไม่ได้รับยาที่จำเป็น เราสามารถยกเรื่องนี้กับกรมราชทัณฑ์ได้ แต่โดยพื้นฐานแล้ว หน่วยงานไทยเป็นผู้ดำเนินการคดี และเราอยู่ที่นั่นเพื่อสนับสนุนชาวอังกฤษตามความจำเป็น
เรื่องกัญชา คุณประชาสัมพันธ์มากขึ้นเกี่ยวกับการจับกุมคนที่พยายามนำกัญชาออกนอกประเทศ ปัญหานี้กำลังเพิ่มขึ้นหรือไม่
เราจับกุมคนเกือบ 1,000 คนที่สนามบินอังกฤษจากการพยายามลักลอบนำกัญชาเข้าในปี 2025 และปริมาณที่ยึดได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30 เท่า นี่เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะหลังจากประเทศไทยปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด ตัวเลขเหล่านี้คิดเป็นมากกว่า 80% ของการยึดกัญชาในสหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้นจากแทบเป็นศูนย์เมื่อ 3-4 ปีก่อน เราพูดคุยกับทางการไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้มาหลายปี รัฐบาลไทยปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด โดยมีระเบียบที่ตั้งใจให้ใช้เพื่อการแพทย์ แต่การส่งออกโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นสิ่งผิดกฎหมาย คำถามที่ผ่านมาคือทางการไทยจะทำอะไรได้บ้างเพื่อหยุดไม่ให้ผู้คนลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศ เมื่อวานนี้ (8 ก.ค. 2569) เราจัดแถลงข่าวกับกรมศุลกากร ประกาศมาตรการค่าปรับใหม่เป็น 30,000 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับผู้ที่ถูกจับได้ว่าพยายามลักลอบนำกัญชาออกจากไทย มีคนจำนวนหนึ่งถูกจับกุมแล้วภายใต้การบังคับใช้ที่เข้มงวดขึ้น ผมหวังว่าสิ่งนี้จะมีผลยับยั้งอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ชัดเจนว่านี่เป็นสิ่งผิดกฎหมายและมีบทลงโทษร้ายแรง
มีอีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับ LGBTQ+ ตลอดช่วงที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรมีเอกอัครราชทูตที่เปิดเผยว่าเป็นเกย์ติดต่อกันถึงสองคน และตอนนี้ก็กำลังจะมีเอกอัครราชทูตหญิงคนแรกประจำประเทศไทย เรื่องนี้กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของสหราชอาณาจักรกับประเทศไทย
จริงๆ แล้ว มันไม่ได้เกี่ยวกับประเทศไทยครับ แต่มันเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่า หน่วยงานการทูตของสหราชอาณาจักรพยายามสะท้อนให้เห็นถึงสังคมของสหราชอาณาจักรในความหลากหลายทุกมิติ ดังนั้นทั่วโลกเราจึงมีเอกอัครราชทูตผู้หญิงจำนวนมาก มีเอกอัครราชทูตที่เป็น LGBTQ+ อยู่ไม่น้อย และก็มีเอกอัครราชทูตที่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย ผมคิดว่าสิ่งสำคัญมากคือ เราควรมีความหลากหลายไม่ต่างจากสังคมของสหราชอาณาจักรเอง
คำถามสุดท้าย ในงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 170 ปีในทั้งสองประเทศ ฝ่ายสหราชอาณาจักรมีแคทเธอรีน เวสต์ (Catherine West) รมช. ต่างประเทศด้านเอเชีย เป็นผู้แทนสูงสุดในงานเลี้ยงที่สถานทูตไทยจัดที่กระทรวงการต่างประเทศในลอนดอน ขณะที่ไทยส่งนายกรัฐมนตรีไปเป็นแขกคนสำคัญของงานเลี้ยงในกรุงเทพฯ ทำไมระดับอาวุโสจึงแตกต่างกัน
แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน แต่เรามีการเข้าร่วมของผู้แทนระดับสูงจากสหราชอาณาจักรในหลายงานตลอดช่วงที่ผมอยู่ที่นี่ มีรัฐมนตรีหลายคนเข้าร่วม มีรัฐมนตรีต่างประเทศเดินทางมาเยือน 2 ครั้ง และ เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร จะเสด็จมาในสัปดาห์หน้า ดังนั้นเราผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลและสมาชิกระดับสูงของราชวงศ์ที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับไทย ส่วนใครจะเข้าร่วมงานใดโดยเฉพาะ เป็นเรื่องของการตกลงและความพร้อมในช่วงนั้น ผมจะไม่ตีความเรื่องนี้มากเกินไป
ความสัมพันธ์ไทย–อังกฤษ นพพร วงศ์อนันต์ มาร์ค กูดดิ้ง (Mark Gooding) สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย สหราชอาณาจักร อังกฤษ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย
ภาพถ่าย: เมธิชัย เตียวนะ
เรียนจบนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สนใจวิถีชีวิตผู้คน ดนตรี สิทธิมนุษยชน และความเหลื่อมล้ำ ชอบเล่าเรื่องผ่านงานภาพถ่ายและวิดีโอ