ไชยชนก โต้ข่าวปลอมชง ครม. ของบ 497 ล้าน ร่วม Tomorrow.io ทำระบบพยากรณ์เท่า NASA
ไชยชนก ยันข่าวปลอม ชง ครม. ของบ 497 ล้าน ทำระบบพยากรณ์อากาศร่วม Tomorrow.io เทียบเท่า NASA เผยยังอยู่ขั้นศึกษา บอกกรมอุตุฯ สื่อสารดีขึ้น แต่ต้องดีมากกว่านี้
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีการผลักดันความร่วมมือระหว่าง Tomorrow.io กับกรมอุตุนิยมวิทยา ว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยการขออนุมัติงบประมาณวงเงิน 497 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศด้วยเทคโนโลยีเทียบเท่า NASA
นายไชยชนกกล่าวว่า โครงการนี้เป็นเพียงการทำ POC (การวิเคราะห์ความเป็นไปได้) ที่ได้มีการแถลง และศึกษาประโยชน์จากดาวเทียมต่ำและวงโคจรต่ำที่มีเทคโนโลยี AI ที่ช่วยวิเคราะห์และเชื่อมข้อมูล ซึ่งทำตั้งแต่รัฐบาลสมัยที่แล้ว และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจริง แต่ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นตอนการจัดทำงบประมาณ หรือดำเนินโครงการใด ๆ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อหาแนวทางอื่นมาเปรียบเทียบ ทั้งประสิทธิภาพสูงสุดและงบประมาณที่คุ้มค่ามากที่สุด
นายไชยชนกกล่าวว่า มีนโยบายในการพัฒนาระบบการพยากรณ์อากาศจริง ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่ยังไม่ได้สรุปว่ารูปแบบใด แต่ยืนยันว่ามีนโยบายอย่างแน่นอนในการพัฒนาศักยภาพของกรมอุตุนิยมวิทยา
นายไชยชนกยังกล่าวอีกว่า ความร่วมมือกับ Tomorrow.io นั้น ยังไม่ได้มีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่าข่าวที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านั้นเป็นข่าวปลอม และขอให้ใช้วิจารณญาณ แต่ยืนยันว่ากระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาระบบ
รมว.ดีอี ยังกล่าวถึงความคืบหน้า หลังจากนายกรัฐมนตรี ให้นโยบายกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจง่าย ว่าเป็นสิ่งที่เราพยายามทำมาระยะหนึ่งแล้ว เบื้องต้นสิ่งที่กรมอุตุฯปรับเปลี่ยนคือแนวทางการโพสต์ซึ่งฟีดแบ็กดีขึ้น แต่ตนอยากให้ดีขึ้นกว่านี้ และไม่ใช่แค่เรื่องของระยะเวลาที่ถี่ขึ้นตามสถานการณ์วิกฤต
เมื่อถามว่า มีข้อวิจารณ์ว่ากรมอุตุฯ แจ้งข้อมูลล่าช้า เพราะแจ้งหลังจากเกิดเหตุแล้ว จะมีการแก้ปัญหาในส่วนนี้หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ต้องไปตรวจสอบเหตุและผลของกรมอุตุฯว่าเป็นอย่างไร โดยปกติกรมอุตุฯจะแจ้งเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แม้ข้อมูลจะไม่ 100% แต่ถือว่ามั่นใจมาก ๆ เพื่อไม่ให้เกิดความวิตกกังวล และเบื้องต้นได้มีการประชุมไปแล้ว
“สิ่งที่กรมอุตุฯแจ้งคือการพยากรณ์ซึ่งมีโอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะทราบล่วงหน้า 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ แต่เมื่อถึงปัจจุบันก็มีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ ทุกคนจึงรอข้อมูล 1 สัปดาห์ หรือ 3 วันก่อนเพื่อความมั่นใจ ซึ่งได้อธิบายไปว่าหลังจากนี้จะต้องมีการสื่อสารล่วงหน้า บอกไปตรงๆว่าข้อมูลปัจจุบันเป็นอย่างไร และมีโอกาสที่จะเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเตรียมตัวล่วงหน้าว่าจะดำเนินการแค่ไหนอย่างไร“
ส่วนภาษาที่ใช้ในการสื่อสารกรมอุตุฯ สามารถทำให้ชาวบ้านเข้าใจได้ง่ายขึ้นหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า การสื่อสารเรื่องปริมาณน้ำเราจะทำให้ง่ายขึ้น แต่การแนะนำว่าจะดำเนินการอย่างไรเป็นหน้าที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า จะมีการสร้างความเชื่อมั่นของกรมอุตุฯ ได้อย่างไร เพราะขณะนี้ประชาชนเชื่อบางเพจมากกว่า นายไชยชนกกล่าวว่า เป็นสิ่งที่กรมอุตุฯต้องพิสูจน์ตัวเอง แต่ยืนยันว่าข้อมูลของทุกเพจที่เผยแพร่นำมาจากข้อมูลของกรมอุตุฯ หลังจากนี้สิ่งที่กรมอุตุฯต้องทำคือต้องกล้าสื่อสารกับประชาชน รวมถึงปรับแนวทางการสื่อสารให้ละเอียดขึ้น พร้อมยกระดับบุคลากรและเทคโนโลยี ซึ่งไม่ว่าจะเกิดวิกฤตหรือไม่เกิดวิกฤต ตนได้ให้นโยบายดังกล่าวมาตลอด