“ดีอี” โต้ข่าวงบ 497 ล้านบาท จัดซื้อเทคโนโลยีพยากรณ์อากาศ ยันไร้มติ ครม.

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงกรณีมีกระแสข่าวในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อยกระดับระบบพยากรณ์อากาศของประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI วงเงิน 497 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2570 ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงและมีการบิดเบือนจากข้อเท็จจริง จนอาจสร้างความเข้าใจผิดในสังคม
ปลัดกระทรวงดีอีระบุว่า ตามข้อเท็จจริง กระทรวงดีอีและหน่วยงานในสังกัดมีการพัฒนาแผนงานและโครงการต่าง ๆ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากลเป็นปกติ เช่นเดียวกับกรมอุตุนิยมวิทยาที่มีการศึกษาและทดลองเทคโนโลยีใหม่ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง
ที่ผ่านมา มีความร่วมมือในรูปแบบ โครงการนำร่อง หรือ Proof of Concept (POC) เพื่อทดสอบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้งานโดยองค์การระหว่างประเทศ เช่น NASA และ NOAA โดยโครงการทดลองดังกล่าวมีระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และ ไม่มีค่าใช้จ่าย
ปัจจุบันโครงการดังกล่าวสิ้นสุดระยะเวลาทดลองแล้ว และได้มีการแถลงผลการศึกษาถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและ AI ในการช่วยวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูล โดยเป็นความร่วมมือที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้า
นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบและเทคโนโลยีอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการพยากรณ์อากาศให้ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริงมากที่สุด ควบคู่กับการพิจารณาความคุ้มค่าด้านงบประมาณ
นายพชรกล่าวว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบนโยบายให้กรมอุตุนิยมวิทยายกระดับระบบพยากรณ์อากาศด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเลือกใช้เทคโนโลยีหรือรูปแบบใด
พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้ ยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยีดังกล่าว ขณะที่ร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ยังไม่มีผลบังคับใช้ ดังนั้น ข่าวที่ระบุว่ามีการอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการแล้วจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
กระทรวงดีอีระบุว่า ได้แจ้งเตือนข้อมูลดังกล่าวไปยังสำนักข่าวต่าง ๆ อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความสับสนของประชาชน พร้อมขอให้ผู้เผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงดีอียังระบุว่า การเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนหรือไม่เป็นความจริงบนสื่อสังคมออนไลน์อาจมีความเสี่ยงเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 โดยมีโทษตามที่กฎหมายกำหนด
Back to top button