ป๋าเต็ด เปิด 4 ปัญหาหลัก Big Mountain ทำคนดูลดลงกว่าครึ่ง ลั่นพร้อมแก้ไขให้ทุกอย่างดีที่สุด
หลังจากที่ ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม ผู้จัดคอนเสิร์ตดังอย่าง Big Mountain Music Festival (บิ๊ก เมาน์เท่น มิวสิกเฟสติวัล) โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 ว่า “หลายคนบอกผมว่า รู้ตัวหรือเปล่าว่างานบิ๊กแย่ลงทุกปี ผมได้ยินบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อปีที่แล้วคนดูหายไปครึ่งนึง ถึงได้รู้ตัวว่าเฮ้ยนี่มันซีเรียสแล้วว่ะ ผมผิดเองที่ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้”
...
ก่อนที่จะโพสต์อีกครั้งเมื่อช่วงเช้าวันที่วันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยบอกว่า “จากโพสต์ที่ผ่านมา ผมอ่านทุกคอมเมนต์ ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นจะถูกแก้ไข เพื่อให้ big mountain เดินทางสู่การเป็นเทศกาลดนตรีที่ดีที่สุด ปีนี้เราจะไม่มีคนสูบกัญชา รถต้องไม่ติด คนต้องไม่บ่นเรื่องฝุ่น ห้องน้ำจะทั่วถึง #ผมสัญญา #ต้องดีที่สุด #bigmountainเปลี่ยนร้อยเปอร์เซ็นต์”
ล่าสุด ป๋าเต็ด ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงงานเทศกาลดนตรี Big Mountain Music Festival ว่าจะมีแนวทางการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง เมื่อถามถึงที่มาของโพสต์แรกเกี่ยวกับ Big Mountain ป๋าเต็ดเล่าว่า แต่ก่อนตอนเริ่มต้นทำงานอีเวนต์ Big Mountain เป็นอีเวนต์ใหญ่อีเวนต์แรกที่ทำ ปัจจุบัน GMM Show ทำหลายอีเวนต์มาก ทำให้บทบาทในการลงรายละเอียดแต่ละงานน้อยลง เพราะจำเป็นต้องดูภาพรวมหลายๆ งาน ยอมรับว่าในเชิงดีเทลแต่ละงานไม่ลงลึกเหมือนแต่ก่อน
เมื่อก่อนทำแค่ Big Mountain อย่างเดียว ก็จะขลุกทุกรายละเอียดของงาน เราอยู่ในโซเชียลมีเดียของงาน แต่พอระยะหลังไม่ได้ทำแบบนั้น เวลาได้รับฟีดแบ็กจากผู้ชมก็จะได้รับทีละนิดหน่อย เช่น เวลาเจองานและเจอผู้คน เขาก็จะมีประเด็นที่เขากังวลมาพูด แต่มาแบบนิดๆ หน่อย เพราะเราไม่ได้ลงรายละเอียดมากเหมือนแต่ก่อน แต่มันก็มาเรื่อยๆ
แต่ทุกครั้งที่อ่านคอมเมนต์ในเพจ Big Mountain เอง หรือแม้กระทั่งบางทีก็จะมาในโพสต์อื่นที่ไม่เกี่ยวกับ Big Mountain เช่น เวลาผมโพสต์ในพื้นที่ของผมเอง ผมก็เริ่มรู้สึกว่าได้ยินบ่อย จับต้องได้ว่าเขากังวลเรื่องนี้จริงๆ อันไหนแก้ได้ก็แก้
แต่ครั้งล่าสุดทำให้สะท้อนถึงจุดที่เราคิดว่านิ่งเฉยไม่ได้ หรือมันแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ที่เคยทำไม่ได้ เราจำเป็นต้องซีเรียสมากกว่าเดิม เพราะจำนวนคนมางานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้คนจะน้อยลง แต่เป็นเทศกาลที่คนเยอะอยู่ดี แต่มันเคยเยอะกว่านั้น
ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้ไม่ค่อยตอบรับอย่างชัดเจนว่ารับทราบและจะแก้ไขเป็น 1 2 3 4 5 เลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อคนที่ห่วงใยเรา หรือคนที่เคยมาและพักหลังไม่มาแล้ว เลยอยากบอกว่าผมได้ยินในสิ่งที่พูด และรับทราบว่าเป็นปัญหาจริงๆ นั่นคือเป็นเหตุผลที่โพสต์ไป เพื่อบอกว่าผมไม่นิ่งเฉย ทุกคนคิดเหมือนกันหมดว่าอยากให้เป็นเทศกาลดนตรีที่ดีที่สุด เราจะทำให้ดีที่สุด เมื่อมีปัญหาเราจะร่วมกันแก้
เราไม่ใช่แค่รับฟังอย่างเดียว ก่อนหน้านี้เราคุยเรื่อง Big Mountain เยอะมาก เรารีเสิร์ชข้อมูลและเจอคำติชมมากมาย ทำให้วิเคราะห์อย่างละเอียด เลยส่งผลให้เกิดโพสต์ที่ 2 เมื่อเช้านี้ว่าเรารับทราบปัญหาและจะแก้ไข เรื่องที่เราได้ยินหลายท่านในโพสต์ที่แล้ว คงเป็นเรื่องแรกที่เราจะให้คำมั่น ที่แก้แน่ๆ และเป็นวาระแห่งชาติ เราได้ยินเรื่องกัญชา รถติด ฝุ่น ห้องน้ำ ดังนั้นสิ่งแรกเลยที่จะตอบสนองคือการประกาศจุดยืนว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ซึ่งเราต้องเปลี่ยนวิธีคิดก่อน
...
เรารีเซตทุกอย่าง ตั้งแต่ตัวผมก่อนเลย จะนึกย้อนกลับไปวันแรกที่ทำ Big Mountain ซึ่งเราทำเพราะอยากทำเทศกาลดนตรีที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม พอเวลาผ่านไป งานใหญ่ขึ้น บางสิ่งโดยเฉพาะความบ้าถูกทดแทนด้วยเหตุและผล เป็นกรอบการทำงาน ซึ่งตนรู้สึกว่างานเรียบร้อยขึ้น บ้าลดลง แต่มันต้องใช้เพื่อดูแลคนที่มากขึ้น
การแก้ปัญหาตอนนี้คือเราเอาความบ้าเป็นที่ตั้งอีกครั้ง ไม่ใช่คิดอะไรเพี้ยนๆ เท่านั้น คือมันไม่คิดอะไรที่อยู่ในกรอบ อะไรก็ได้ที่จะทำให้ปัญหาลดลง นึกถึงผู้ชมเป็นที่ตั้ง จะทำทุกวิธีเพื่อให้สัมฤทธิ์ผล ไม่รบกวนคนที่มาสนุกกับคอนเสิร์ต ไม่มีอุปสรรคเบียดบัง จะเปลี่ยนให้ Big Mountain เป็นเทศกาลที่ดีที่สุดให้ได้ ก็รับปากกับตัวเอง และทีมงานรับปากตัวเองว่าต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อให้ได้ผลที่ไม่เหมือนเดิม
กับคำถามว่า ผลกระทบที่ผ่านมาทำให้คนดูลดลงเยอะไหม ป๋าเต็ดกล่าวว่า ถ้าเทียบกับปีที่เยอะที่สุด ยอดลงไปครึ่งนึง หลายคนอาจจะรู้สึกว่านั่นลดแล้วเหรอ แต่จริงๆ ลดไปเยอะ ก็คิดว่าถ้าคนลดไปเยอะขนาดนั้น แปลว่าเราแก้ปัญหาได้ไม่ดีจริง วิธีที่เคยใช้และคิดว่าเวิร์คแล้ว แต่มันอาจจะเวิร์กไม่พอ ซึ่งเราก็โดนถามถึงทุกปี
...
เมื่อนักข่าวถามว่าตั้งงบไว้เท่าไหร่ ป๋าเต็ดกล่าวว่า ยังไม่ขอตอบเป็นตัวเลข ณ วันนี้ยังคุยกันว่าจะมีวิธีไหนแก้ได้บ้าง Big Mountain เป็นงานที่ลงทุนเยอะทุกปี การที่จะใช้วิธีเดิมแก้ปัญหาก็ได้แบบเดิม เราต้องแก้แบบใหม่ สิ่งที่ตอบได้ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องงบ แต่เป็นเรื่องวิธีมากกว่า
กับคำถามปัญหาหนักสุดของ Big Mountain คืออะไร ป๋าเต็ดกล่าวว่า จริงๆ ทั้ง 4 อย่าง กัญชา รถติด ฝุ่น ห้องน้ำ ยากคนละแบบ เรื่องกัญชาเป็นพฤติกรรมของผู้คน เรามีกฎระเบียบชัดเจน แต่คนหลบเลี่ยงกฎเหล่านั้น เราต้องมีวิธีดีลกับคนที่หลบเลี่ยง กัญชาเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ดังนั้นการจะทำให้ไม่เกิดสิ่งนี้ในงาน ก็ต้องมีมาตรการอยู่แล้ว
เรื่องที่ 2 รถติด เราต้องวางแผนกับหลายๆ ฝ่าย เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ ความยากก็เป็นอีกแบบ เรื่องฝุ่นคือต้องสู้กับธรรมชาติ ก็จะเกี่ยวกับการเตรียมพื้นที่ก่อนจัดงาน ส่วนเรื่องห้องน้ำ เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์คือสถิติว่าคนมาดูงานเท่านี้ ต้องมีห้องน้ำกี่ห้อง และเป็นศิลปะ คือห้องน้ำก็ต้องให้กระจายตามพื้นที่ต่างๆ ในงานให้ทั่วถึง ในการวางแผนก็จะยากไปอีกแบบ
ก็เป็น 4 เรื่องที่น่าจะตรงใจกับที่คนกังวลมากที่สุดมาพูดก่อน ซึ่งรายละเอียดเราจะเริ่มแจ้งตั้งแต่สัปดาห์เป็นต้นไป หลายอย่างเริ่มทำไปแล้ว ก็จะเริ่มประกาศในสัปดาห์หน้า เราอยากให้กัญชาเป็นศูนย์ รวมถึงสิ่งอื่นๆ ด้วยที่ผิดกฎหมาย
...
เมื่อถามว่ามาตรการเบื้องต้นพอบอกได้ไหม ป๋าเต็ดตอบว่า ตอนนี้ยังไม่บอกอะไรเลย อยากบอกกับทุกคนว่าทีมงานรับรู้ในสิ่งที่ท่านเป็นห่วง นอกจากรับทราบแล้ว เราจะแก้ปัญหาเหล่านั้นจริงๆ รายละเอียดแต่ละเรื่องในสัปดาห์หน้าจะทยอยประกาศ เพราะตอนนี้มีวิธีที่ดีแล้ว แต่อาจจะมีวิธีที่ดีกว่า ก็ขอใช้เวลานี้ให้เต็มที่
ที่ผ่านมาเรามีมาตรการต่างๆ เช่น สายรัดข้อมือ แบล็กลิสต์ไม่ให้เข้างานได้ 3 ปี ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำว่าผิดขนาดไหน ถ้าทำอะไรผิดกฎหมายจะส่งตำรวจทันที ใครไปงานก็จะเหมือนเห็นสถานีตำรวจแบบย่อยๆ เลย แต่เมื่อยังแก้ไม่ได้ 100% ก็ต้องหาวิธีอื่นต่อไป ที่ผ่านมาไม่ได้พูดเลย แต่วันนี้เราอยากบอกว่ารับทราบและจะแก้ต่อไป
ถามว่านอยด์ไหม ป๋าเต็ดบอกว่า ไม่ใช่คนเครียดอะไรง่ายๆ แต่เป็นความรู้สึกว่า เราตั้งใจทำอะไรแล้วไม่ออกมาอย่างที่ตั้งใจ จะรู้สึกว่าทำไมล่ะ เรายังมีวิธีที่ไม่ดีพอ ต้องแก้ยังไง เป็นจิตวิญญาณของเราและทีมงาน GMM Show เราวิจารณ์ตัวเองตลอดเวลา แต่ไม่ค่อยประกาศให้โลกรู้ ปีนี้ก็อยากจะประกาศไปก่อน และจะทำให้ได้แบบนั้น การผูกมัดตัวเองจะได้กดดันตัวเอง ไม่ยอมแพ้ในการแก้ไขปัญหา
ปิดท้ายป๋าเต็ดฝากถึงแฟนๆ ว่า พี่วัวไม่ได้หายไปไหน ยังนั่งประชุมกันอยู่ จริงๆ ต้องขอบคุณทุกคนที่แนะนำมามากมาย เป็นประโยชน์มากๆ การพูดถึงปัญหาต่างๆ บ่งบอกถึงน้ำหนักของปัญหา บางอย่างเราอาจมองข้ามไป อาจเคยมองในมุมนึง พอมีคำแนะนำก็ทำให้เรามองอีกมุม
เมื่อเรารับทราบปัญหา เรายอมรับว่ามันมี ที่ผ่านมาเราพยายามแก้ แต่เราต้องพยายามมากกว่านี้ เรารับปากว่าจะพยายามให้มากกว่านี้ ต้องค้นหาวิธีแก้ที่ดีกว่านี้ เพื่อให้เป็นเทศกาลที่ดีที่สุด ทำให้ทุกคนสนุกเต็มที่ ได้รับแรงบันดาลใจกลับไป เชื่อว่าใครก็ตามที่มางานนี้จากทั่วประเทศ ทุกคนอยากมาสนุกอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องตั้งใจเป็นพิเศษนอกจากโชว์ โปรดักชั่นต่างๆ แล้ว ก็จะต้องไม่มีอะไรที่เป็นอุปสรรคเหล่านั้น ก็ขอรับปากกับทุกคน ก็จะสัญญาว่าจะทำให้ได้ในปีนี้และปีต่อไป
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม