น้ำตาคลอเปิดใจ “มาวิน” สู้มีลูก 4 ปี ลั่นตัดวงจรความรุนแรงเพื่อ “น้องเหมียวหมี่”
“มาวิน ทวีผล” เปิดใจในรายการ “MY DADDY James” ถึงเส้นทางการมีลูกยากนาน 4 ปีเต็ม ผ่านความล้มเหลวมาถึง 8 ครั้งจนเกือบยอมแพ้ แต่ตัดสินใจฮึดสู้รอบที่ 9 หลังภรรยา “ตู่ ปิยวดี” เตือนสติว่าต้องมีตัวแทนความรักไว้ดูแลกันในวันที่ใครคนหนึ่งไม่อยู่ จนสำเร็จได้ลูกสาวสมใจ พร้อมเล่าถึงบาดแผลในอดีตที่เติบโตมากับความไม่พร้อมและการถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่ส่งต่อความรุนแรงให้ “น้องเหมียวหมี่” และมุ่งมั่นเป็นพ่อที่อ่อนโยน เลี้ยงลูกด้วยการให้เกียรติและการแบ่งปัน
เส้นทาง 4 ปีเต็มกับการทำบุตรยาก 9 ครั้ง
“มาวิน ทวีผล” เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่าเริ่มทำตอนที่ “ตู่ ปิยวดี” อายุประมาณ 43-44 ปี เพราะตนเองยังไม่พร้อมทั้งหน้าที่การงานและฐานะ ในช่วงแรกผลตรวจสเปิร์มและไข่สมบูรณ์ดีมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปี ร่างกายถูกใช้งานหนัก ประกอบกับอายุและปัญหาโครโมโซม ทำให้น้ำเชื้อและไข่ลดลงอย่างรวดเร็ว ทุกรอบที่ทำต้องเผชิญกับความหวังที่ค่อยๆ สลายไป เมื่อไข่ที่ผสมรอดในวันแรกกลับค่อยๆ ฝ่อตัวลงในวันถัดมาจนไม่สำเร็จ
เมื่อล้มเหลวติดต่อกันจนถึงครั้งที่ 5 ความเครียดเริ่มสะสมจนเกิดการปรับความเข้าใจกัน จนกระทั่งถึงครั้งที่ 8 ที่มีค่าใช้จ่ายสูงและเจ็บปวดร่างกาย ทั้งคู่เริ่มคิดจะหยุดเดินหน้าต่อ แต่คำพูดของ “ตู่ ปิยวดี” ที่ถามขึ้นมาว่า “ถ้าฉันตาย เธอจะอยู่ยังไง” และย้ำว่าต้องมีตัวแทนความรักไว้ดูแลกันในวันที่ใครคนหนึ่งไม่อยู่ กลายเป็นแรงผลักดันให้ทั้งคู่ฮึดสู้อีกครั้งในรอบที่ 9 จนได้ลูกสาวมาเติมเต็มครอบครัว

วินาทีแรกที่เห็นหน้า “น้องเหมียวหมี่”
เมื่อถึงวันคลอด “มาวิน ทวีผล” เผยความรู้สึกขำปนซึ้งว่า ตอนคลอดลูกสาวหนักถึง 3.6 กิโลกรัม ผิดจากภาพอัลตราซาวด์ที่คิดไว้จนแอบแซวลูกในใจ ทั้งจมูกบานและหน้ากลม ร้องเสียงดังมาก จนพยาบาลต้องช่วยอธิบายว่าเด็กเพิ่งออกจากน้ำคร่ำ หน้าจึงยังไม่เข้าที่ พอผ่านไปเพียง 1 วัน หน้าตาก็เริ่มเปลี่ยนและน่ารักขึ้นตามลำดับ แต่ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นก็รู้สึกรักหมดหัวใจทันที
สำหรับแนวทางการเลี้ยงลูก “มาวิน ทวีผล” ตั้งใจจะไม่บังคับลูก แต่อยากปลูกฝังเรื่องการให้และการแบ่งปันให้สังคมเป็นอันดับแรก เพราะเชื่อว่าการเติบโตมาในครอบครัวที่มีความพร้อมและทำงานตรงจุดนี้ สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักเคารพคนอื่น ทำงานเป็น และไม่มองว่าตนเองได้รับสิทธิพิเศษเหนือใคร โตขึ้นจะเป็นอย่างไรก็ได้ ขอให้เป็นคนดีที่มีความสุข

“มาวิน ทวีผล” ตั้งปณิธานตัดวงจรความรุนแรงในครอบครัวและเป็นพ่อที่อ่อนโยน
บาดแผลในวัยเด็ก ปณิธานตัดวงจรความรุนแรง
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจคือปมในอดีต “มาวิน ทวีผล” เผยว่าตนเองเติบโตมากับความไม่อบอุ่นและการถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ทั้งโดนตบ โดนตี และโดนซ้อม จนมีแผลเป็นติดตัวตามแขนและร่างกายที่ลบไม่ออก แม้จะก้าวข้ามมาได้และร่างกายยังใช้งานได้ปกติ แต่ความทรงจำในอดีตทำให้เกลียดความรุนแรงในครอบครัวและการลงมือกับผู้หญิงเป็นที่สุด จึงตั้งปณิธานว่าจะเลี้ยงลูกด้วยความสุภาพอ่อนโยน และหยุดวงจรความรุนแรงทั้งหมดไว้ที่รุ่นตนเองเท่านั้น
วิกฤตสุขภาพเฉียดตาย จุดเปลี่ยนหันกลับมาดูแลตัวเอง
หลังจาก “น้องเหมียวหมี่” คลอด “มาวิน ทวีผล” ต้องทำงานหนักและช่วยภรรยาเลี้ยงลูกจนแทบไม่ได้พักผ่อน จนมีเหตุการณ์เมื่อเดือนกันยายนที่ตื่นมาแล้วหายใจไม่ออก แน่นหน้าอกจนเกือบหมดสติ เมื่อไปตรวจพบว่าโรคหอบหืดในวัยเด็กกลับมากำเริบขั้นรุนแรงเนื่องจากภูมิคุ้มกันตก แพทย์เตือนว่าหากไม่พักผ่อนอาจมีอันตรายถึงชีวิต และต่อมายังมีอาการตาพร่ามัวจากการอดนอน ทำให้เกิดความกลัวว่าจะไม่ได้อยู่รอดูลูกเติบโต เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้เขาสร้างห้องยิมที่บ้าน และหันกลับมาออกกำลังกายฟื้นฟูร่างกายอย่างจริงจัง
ท้ายที่สุด “มาวิน ทวีผล” ได้ให้นิยามคำว่าบ้านและครอบครัวไว้ว่าคือ “ความรัก” ทุกวันนี้มีความสุขในทุกตารางนิ้วของบ้านที่มีภรรยา “ตู่ ปิยวดี” หรือ “คุณปิยวดี มาลีนนท์” และ “น้องเหมียวหมี่” พร้อมทั้งยกให้ภรรยาเป็นผู้นำครอบครัวที่ดี ซึ่งช่วยให้ชีวิตคู่ราบรื่นและมั่นคง
