'สามารถ' ยก 4 โจทย์สะกิดรัฐบาล 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ต้องกำหนดกติกาชัด สร้างประโยชน์ให้ไทยมากสุด

‘สามารถ’ ตั้งคำถามสำคัญไม่ใช่ เราจะเอา Data Center หรือไม่? แต่คือเราจะทำอย่างไรให้ Data Center ที่เข้ามาในประเทศไทย สร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยมากที่สุด?
6 ก.ย.2569-นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “Data Center ใช้ทรัพยากรเรา… แล้วเราได้อะไร?” เนื้อหาระบุว่า ช่วงที่ผ่านมา เราได้ยินข่าวการลงทุน Data Center ในประเทศไทยมูลค่ามหาศาล รัฐบาลมองว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค ผมเห็นด้วยครับ แต่คำถามสำคัญคือ… เมื่อ Data Center เข้ามาใช้ทรัพยากรของเรา แล้วเราได้อะไร? เพราะ Data Center ไม่ได้ใช้แค่ “ที่ดิน” แต่ต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำจำนวนมาก ระบบสื่อสาร โครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรของประเทศ ขณะเดียวกัน ชุมชนรอบข้างอาจต้องอยู่กับผลกระทบที่ตามมา เช่น การก่อสร้าง การจราจร เสียง ความร้อน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง การจัดเก็บน้ำมัน และความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
นี่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรรับ Data Center แต่หมายความว่า… เราควรรู้ว่า ต้นทุนที่ประเทศไทยต้องแบกรับคืออะไร และผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้คืออะไร
1. เงินลงทุนมหาศาล ไม่ได้แปลว่าไทยได้ประโยชน์มหาศาล
ในปี 2567-2569 (ถึงเดือนมีนาคม 2569) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานว่า มีผู้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการ Data Center 42 โครงการ มูลค่ารวม 750,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้ดูน่าตื่นเต้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินจำนวนนี้จะตกอยู่กับประเทศไทยทั้งหมด เพราะเครื่องจักรและอุปกรณ์สำคัญของ Data Center จำนวนมากยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมาจากต่างประเทศ อีกทั้ง รายได้หรือกำไรของผู้ประกอบการก็ไม่ได้หมายความว่าจะตกอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด ดังนั้น เราไม่ควรวัดความสำเร็จด้วยคำว่า “ลงทุนกี่แสนล้านบาท” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องถามต่อว่า… เงินจำนวนนี้สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยเท่าไร?
2. แล้วสิ่งที่ไทยควรได้คืออะไร?
ผมคิดว่า Data Center ที่มาตั้งในประเทศไทยควรสร้างประโยชน์มากกว่า “อาคารและเซิร์ฟเวอร์” เราควรได้คนไทยที่มีทักษะสูงขึ้น บริษัทไทยที่เข้าไปอยู่ใน Supply Chain มากขึ้น การถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และที่สำคัญ… เราต้องใช้ Data Center เป็นตัวเร่งให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยเติบโตขึ้น ตั้งแต่ชิปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบไฟฟ้าและการทำความเย็น ไปจนถึง Cloud, AI, Automation และ Robotics
เพราะ Data Center ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บและประมวลผลข้อมูล แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล หากไทยสามารถต่อยอดจากการลงทุนเหล่านี้ให้เกิดธุรกิจ เทคโนโลยี และบุคลากรที่มีความสามารถในประเทศ ก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของไทยและผลักดันให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคได้ ถ้า Data Center ใช้ทรัพยากรของประเทศไทย แต่ประโยชน์ทางธุรกิจส่วนใหญ่ยังตกอยู่กับบริษัทต่างประเทศ เราต้องถามว่า ประเทศไทยกำลังเป็น “ศูนย์กลางดิจิทัล” หรือเป็นเพียง “สถานที่ตั้งของ Data Center”?
3. ต้องวัดกันที่ “ประโยชน์สุทธิ”
ผมจึงอยากเห็นการประเมิน Data Center ในประเทศไทยด้วยคำถามง่ายๆ ว่า ประเทศไทยเสียไปเท่าไร และประเทศไทยได้กลับมาเท่าไร? ให้คิดทั้งไฟฟ้า น้ำ โครงสร้างพื้นฐาน ที่ดิน ผลกระทบต่อชุมชน รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่รัฐให้กับผู้ลงทุน
แล้วนำมาเปรียบเทียบกับการจ้างงานคนไทย การใช้สินค้าและบริการจากบริษัทไทย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะ การวิจัยและพัฒนา และมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศ นี่ต่างหากคือ “ประโยชน์สุทธิ” ที่ประเทศไทยควรได้รับ
4. ถึงเวลาต้องกำหนด “กติกา” ให้ชัดเจน
ผมขอฝากความหวังไว้กับคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งรัฐบาลจัดตั้งขึ้นเพื่อกำหนดนโยบาย มาตรฐาน และกรอบการกำกับดูแลกิจการ ผมเห็นว่ากติกาใหม่ควรต้องตอบโจทย์อย่างน้อย 5 ข้อ (1) ตั้งที่ไหน? (2) ใช้ทรัพยากรเท่าไร? (3) ประเทศไทยได้อะไร? (4) ใช้ของไทยได้มากแค่ไหน? และ (5) ประชาชนในพื้นที่ได้อะไร?
ดังนั้น คำถามที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่ “เราจะเอา Data Center หรือไม่?” แต่คือ “เราจะทำอย่างไรให้ Data Center ที่เข้ามาในประเทศไทย สร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยมากที่สุด?” เพราะสุดท้ายแล้ว… การลงทุนที่ดี ไม่ใช่การลงทุนที่มีมูลค่าสูงที่สุด แต่คือการลงทุนที่ทำให้ประเทศไทยได้ “ประโยชน์สุทธิ” สูงที่สุด เมื่อเทียบกับทรัพยากรที่ประเทศไทยต้องเสียไป
