ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง $38.30 เหตุดอลล์แข็งกดดันราคา
ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ในวันอังคาร (28 ก.ค.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักลงทุนรอผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ รวมถึงการแสดงความเห็นของเควิน วอร์ช ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนส.ค. ร่วงลง 38.30 ดอลลาร์ หรือ 0.94% ปิดที่ 4,038.70 ดอลลาร์/ออนซ์
ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน ส่งผลให้ทองคำซึ่งซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ซื้อในต่างประเทศ
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อต่อกรรมการเฟด และการที่ตลาดคาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด ทำให้การคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกดดันตลาดทองคำ
ราคาทองคำร่วงลงราว 24% นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. เนื่องจากตลาดคาดว่า สงครามจะผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น และอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อในระยะยาว แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมักส่งผลลบต่อทองคำ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ขณะนี้ นักลงทุนกำลังรอผลการประชุมเฟดและการแสดงความเห็นของวอร์ชในวันพุธ (29 ก.ค.) โดยนักลงทุนให้น้ำหนัก 71% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และให้น้ำหนัก 75% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมิ.ย. ในวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่บ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงิน
Commerzbank ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ ณ สิ้นปีลง 300 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ พร้อมระบุว่า หากการคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลง ก็มีโอกาสน้อยที่นักลงทุนในกองทุน ETF ทองคำจะกลับเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง และราคาทองคำจะฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน
ด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เมื่อวันจันทร์ สหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่านในเชิงบวกและยังมีโอกาสบรรลุข้อตกลง อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า หากการเจรจาล้มเหลว สหรัฐฯ จะกลับมาใช้ปฏิบัติการโจมตีอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านก็ส่งสัญญาณในทำนองเดียวกันว่าจะตอบโต้หากถูกโจมตีอีกครั้ง
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช