classicliterature.it.com

‘เอกนิติ’ ชี้สหรัฐฯ ยังเปิดช่องให้เจรจา หลังจ่อใช้ ‘มาตรา 301’ เก็บภาษีนำเข้า 12.5% ด้าน ‘จุลพันธ์’ ย้ำไทยไม่มีปัญหาแรงงานบังคับในประเทศ

‘เอกนิติ’ ชี้สหรัฐฯ ยังเปิดช่องให้เจรจา และเตรียมหารือเอกชน หลังสหรัฐฯ จ่อใช้ ‘มาตรา 301’ เก็บภาษีนำเข้า 12.5% ขณะที่ ‘จุลพันธ์’ ย้ำไทยไม่มีปัญหาแรงงานบังคับในประเทศ แต่มีปัญหาจากสินค้านำเข้าของประเทศที่สาม พร้อมชี้สินค้าส่งออกไทยกว่าครึ่งยังได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเติม

  • ‘จุลพันธ์’ แจงไทยไม่มีปัญหาแรงงานบังคับในประเทศ

วันนี้ (24 กรกฎาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ว่า ได้หารือกับ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรับผิดชอบการเจรจาโดยตรงแล้ว และจะหารือร่วมกับภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ การเปิดเผยดังกล่าวเป็นการเปิดเผยหลังมาตรการภาษีชั่วคราวของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 122 ในอัตรา 10% สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม และสหรัฐฯ อาจกลับไปใช้มาตรา 301 ที่ 12.5% อีกครั้ง ซึ่งว่าด้วยการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมเนื่องจาก ขัดมาตรการในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ

โดย ดร.เอกนิติกล่าวว่า แม้สินค้าส่งออกของไทยหลายรายการได้รับการยกเว้นภาษี ทำให้ผลกระทบโดยรวมยังอยู่ในวงจำกัด แต่ยังมีสินค้าบางประเภทที่ไม่ได้รับการยกเว้น จึงจำเป็นต้องรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนเพื่อนำไปประกอบการเจรจา

ทั้งนี้ ดร.เอกนิติ มองว่าปัจจัยสำคัญที่สุดคือการเร่งเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้ สหรัฐฯ ยังไม่ได้ปิดโอกาสในการเจรจา โดยเฉพาะการจัดทำกรอบความตกลงหรือเงื่อนไขร่วมกัน

“หลายประเทศเจรจาเสร็จแล้วและได้รับอัตราภาษี 10% แต่ประเทศไทยยังไม่มีข้อตกลงในเรื่องนี้ จึงต้องเร่งเดินหน้าการเจรจา” นายเอกนิติกล่าว

ดร.เอกนิติยังเห็นว่า ไทยควรใช้ข้อสังเกตของสหรัฐฯ เรื่องการใช้แรงงานบังคับเป็นโอกาสในการปฏิรูปประเทศ ยกระดับมาตรฐานแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว และทำให้ไทยสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ แม้อาจยังมีผลกระทบบางส่วนต่อสินค้าที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีก็ตาม

เมื่อถูกถามถึงอุตสาหกรรมที่อาจได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ ดร.เอกนิติระบุว่า จะขอตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมก่อน ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม ยังต้องประเมินตัวเลขอย่างละเอียดอีกครั้ง

‘จุลพันธ์’ แจงไทยไม่มีปัญหาแรงงานบังคับในประเทศ

ด้าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก กรณีสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) มีคำวินิจฉัยภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ว่า ประเด็นดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากปัญหาแรงงานบังคับภายในประเทศไทย

จุลพันธ์อธิบายว่า ข้อพิจารณาของ USTR เป็นเรื่องมาตรการของไทยในการควบคุม สินค้านำเข้าจากประเทศอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานบังคับ ไม่ใช่ข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตภายในประเทศไทย

โดยจุลพันธ์ระบุเพิ่มเติมว่า ไทยมีพัฒนาการด้านการคุ้มครองแรงงานและสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง อาทิ กรณีสหรัฐฯ ถอดสินค้ากุ้งไทยออกจากบัญชีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ การรักษาสถานะ Tier 2 ในรายงานการค้ามนุษย์ (TIP Report) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 รวมถึงการเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ให้สัตยาบันพิธีสาร P29 และจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP)

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เร่งยกระดับมาตรการป้องกันการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงจากการใช้แรงงานบังคับ เพื่อกำกับดูแลและคัดกรองสินค้านำเข้าที่อาจเกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานบังคับให้เป็นไปตามมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ

สำหรับผลกระทบด้านการค้า จุลพันธ์อ้างข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ว่า สินค้าส่งออกของไทยกว่า 2,120 รายการ หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐฯ ได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเติม ส่งผลให้ภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นจริงอยู่ที่ประมาณ 2.5% จากอัตราภาษีเดิมที่เรียกเก็บอยู่แล้ว 10%

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งหารือกับสหรัฐฯ ควบคู่กับการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ขณะที่กระทรวงแรงงานจะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานแรงงานและความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

Update: 2026-07-24
Tags: