ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 300 จุด กังวลน้ำมัน WTI ทะลุ $100 กระทบเศรษฐกิจสหรัฐ
ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 300 จุดในวันนี้ หลังราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
ณ เวลา 21.11 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 345.76 จุด หรือ 0.66% สู่ระดับ 52,034.90 จุด
หุ้นกลุ่มชิป ซึ่งเป็นหุ้นที่พุ่งนำตลาดในช่วงที่ผ่านมา ต่างปรับตัวลงในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน และการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง
นอกจากนี้ การทะยานขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นทะลุ 4.9% ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566
นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า หลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 70.0% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 61.2% เมื่อวานนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 30.0% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 38.8% เมื่อวานนี้
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า สงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อไปตลอดช่วงที่เหลือของวาระการดำรงตำแหน่งของปธน.ทรัมป์
นายดาน สตรุยเวน หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว กำลังเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากอิหร่านทวีความรุนแรงในการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนส.ค.ในวันนี้
ทั้งนี้ ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 5.3% จากระดับ 4.8% ในเดือนก.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนก.ค.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.6% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 4.3% ในเดือนก.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.3% ในเดือนก.ค.
นอกจากนี้ ตลาดจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพรุ่งนี้ ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมในวันที่ 15-16 ก.ย.
ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. จากระดับ 0.1% ในเดือนก.ค.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.5% ในเดือนก.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนก.ค.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ