ตลาดไก่ทอด 30,000 ล้านบาท ยืนหนึ่งสังเวียนยังคงเป็นผู้พัน KFC - Marketeer Online
KFC ทั่วโลกและในไทยเป็นแบรนด์ภายใต้ Yum! Brands, Inc. (เดิมชื่อ Tricon Global Restaurants) ซึ่งปัจจุบันเน้นบทบาทเป็นผู้สร้างแบรนด์ ทำการตลาด และขายสิทธิ์แฟรนไชส์ให้ผู้ลงทุน โมเดลนี้เพิ่งปรับเปลี่ยนมาไม่ถึง 10 ปี จากอดีตที่บริษัทเปิดสาขาเพื่อบริหารเองควบคู่ไปด้วย
สำหรับประเทศไทย CRG เป็นผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์รายแรกที่นำ KFC เข้ามาเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลลาดพร้าวในปี 1984 ด้วยกระแสตอบรับที่ดี บริษัทแม่จึงได้เข้ามาตั้งบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมขยายสาขาและบริหารงานด้วยตัวเองควบคู่ไปกับ CRG
กระทั่งในปี 2016 ยัม ประเทศไทย ได้ปรับนโยบายตามบริษัทแม่ โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบแฟรนไชส์ 100% และประกาศขายสาขาที่ตนเองบริหารอยู่กว่า 370 แห่ง (ขณะนั้น CRG มีสาขาเกือบ 220 แห่ง)
โดยในปี 2016 บริษัท RD หรือเรสเตอรองต์ ดีเวลลอปเม้นต์ ได้เข้ามาซื้อสิทธิ์และรับช่วงสาขาส่วนหนึ่งไปดูแลก่อน จากนั้นในปี 2017 บริษัท QSA ในเครือไทยเบฟ จึงเข้ามาซื้อสาขาที่เหลืออีก 240 แห่งไปบริหาร ส่งผลให้ธุรกิจ KFC ในไทยขับเคลื่อนโดย 3 แฟรนไชส์ซีหลักมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้เกิดศักยภาพในการแข่งขันจากผู้ถือสิทธิ์แฟรนไชส์ด้วยกัน
| ตลาดไก่ทอด 30,000 ล้านบาท
ยืนหนึ่งสังเวียนยังคงเป็นผู้พัน KFC |
||
| ตลาดร้านอาหารบริการด่วน (QSR – Quick Service Restaurant) หรือร้านฟาสต์ฟู้ดในไทย | มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาท
เซกเมนต์หลักแบ่งออกเป็น ตลาดไก่ทอดราว 30,000 ล้านบาท ตลาดพิซซ่าราว 12,000 ล้านบาท และ ตลาดเบอร์เกอร์ราว 10,000 ล้านบาท |
|
| ปี ค.ศ. | มูลค่าตลาดไก่ทอด / ล้านบาท | |
| 2022 | 25,000 | |
| 2023 | 27,000 | |
| 2024 | 28,000 | |
| 2025 | 30,000 | |
| สัดส่วนตลาดไก่ทอดในไทย กลุ่ม QSR ที่ 30,000 ล้านบาท เป็นของแบรนด์ KFC ประมาณ 50% ส่วนที่เหลือเป็นของแบรนด์ QSR อื่น ๆ ที่มีเมนูไก่ทอด | ||
| ธุรกิจ KFC ในไทย มี ‘ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย)’ เป็นผู้บริหารแบรนด์ และมีพาร์ตเนอร์ที่รับสิทธิ์แฟรนไชส์ จำนวน 3 ราย ซึ่งแต่ละแฟรนไชส์ มีการวางเป้าหมาย และการทำตลาดที่แตกต่างกัน โดยยังอยู่บนแกนหลักที่ยัมฯ ให้ไว้ | ||
| KFC ในไทย เป็นของใครบ้าง? | ||
| พาร์ตเนอร์ที่รับสิทธิ์แฟรนไชส์ | ปี ค.ศ. ที่เริ่มต้น | จำนวนสาขาปัจจุบัน |
| บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA) ในเครือไทยเบฟ | 2017 | มากกว่า 500 สาขา |
| บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) | 1984 สาขาแรกอยู่ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว | 347 สาขา |
| บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) | 2016 | ประมาณ 340 สาขา |
| ปี 2026 KFC ได้ขยายสาขารวมในไทยทะลุ 1,226 สาขา และครอบคลุมพื้นที่ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อย | ||
| Marketeer รวบรวม / กรกฎาคม 2026 |
ตัดภาพมาที่ตลาดร้านอาหารบริการด่วน (QSR – Quick Service Restaurant) หรือฟาสต์ฟู้ดในประเทศไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับเป็นเซกเมนต์อาหารที่มีพลังและมูลค่ามหาศาล
ตลาดนี้เคยผ่านจุดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและฟื้นตัวได้ดีหลังยุคโรคระบาด จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ช่วงหนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งแบรนด์ต่าง ๆ ต้องเผชิญกับโจทย์ท้าทายรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอาหารเดลิเวอรี
กระทั่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่และผู้เล่นหลักในตลาดก็ต้องปรับตัวอย่างหนัก เพื่อสร้างความแตกต่าง โดยหันมาขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภค กลยุทธ์การตลาดแบบคอลแล็บส์ รวมถึงความคล่องตัวในการเข้าถึงทุกพื้นที่ เพื่อเป็นแรงส่งสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและประคองการเติบโตเอาไว้ให้ได้
แม้ตัวเลขมูลค่าตลาดรวมจะดูสวยงามและเติบโตแตะระดับสามหมื่นล้านบาท แต่ลึกลงไปในสมรภูมิช่วงปี 2025 – 2026 บรรดาบิ๊กแบรนด์ต่างต้องเจอกับศึกหนัก ยอดขายในช่องทางออฟไลน์ดั้งเดิมต้องเผชิญภาวะท้าทายจากกำลังซื้อของกลุ่มฐานรากที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคาและโปรโมชันสูงมาก ส่งผลให้เกิดการชะลอการตัดสินใจซื้อ
ซ้ำร้าย ตลาดอาหารเดลิเวอรีที่เคยเป็นขุมทรัพย์ก็กลับกลายเป็น Red Ocean จากการบุกทลายเค้กของทัพอาหารทางเลือกที่หลากหลาย ส่งผลกระทบให้มาร์จิ้นของแบรนด์ถูกบีบอัดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทำให้ผู้เล่นแถวหน้าของไทย ภายใต้การนำทัพของ ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชันแนล ต้องเร่งงัดหมัดเด็ดผสานกำลังกับพาร์ตเนอร์ผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ทั้ง 3 ราย เพื่อประคองผลประกอบการและรักษาแชมป์ตลาด QSR เอาไว้
บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA) ในเครือไทยเบฟ พาร์ตเนอร์รายใหญ่ที่เข้ามาขับเคลื่อนตลาดตั้งแต่ปี 2017 ยังคงรั้งตำแหน่งผู้นำด้านจำนวนสาขาด้วยสัดส่วนมากกว่า 500 สาขา
QSA เลือกใช้ความได้เปรียบจากเครือข่ายที่แข็งแกร่งมุ่งหน้าสู่การขยายสาขาให้ครอบคลุม เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายในทุกพื้นที่
บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) พาร์ตเนอร์ระดับตำนานที่นำผู้พันแซนเดอร์สเข้ามาบุกตลาดไทยตั้งแต่ปี 1984 ประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ปัจจุบันมี 347 สาขา แต่ก็เดินเกมด้วยกลยุทธ์ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและพยายามปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้เข้าถึงได้ง่ายอยู่เสมอ
หมัดเด็ดของ CRG คือการสร้างสีสันผ่านแคมเปญคอลแล็บส์กับป๊อปคัลเจอร์ที่ช่วยดึงยอดขาย ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์และของพรีเมียมที่ดึงดูดฐานลูกค้าใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ
อีกหนึ่งแบรนด์พาร์ตเนอร์ที่ปรับตัวได้อย่างน่าจับตาคือ บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) ที่มี บริษัท Devyani International Ltd. ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจร้าน KFC, Pizza Hut, Costa Coffee และแบรนด์ในเครือ ประจำอินเดีย เนปาล และไนจีเรีย เข้ามาเป็นผู้ร่วมทุนรายใหญ่ตั้งแต่ช่วงหนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมา
RD รับสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทยมาตั้งแต่ปี 2016 ปัจจุบันมีประมาณ 340 สาขา โดยหันมารุกตลาดด้วยความคล่องตัว และความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง
ความเคลื่อนไหวทั้งหมดของแบรนด์หลัก ๆ สะท้อนให้เห็นว่า สมรภูมิ QSR ได้ก้าวข้ามผ่านเรื่องรสชาติพื้นฐาน สู่ยุคแห่งการประชัน ‘ความคล่องตัวในการขยายสาขาควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนาน’
ล่าสุดในปี 2026 แบรนด์ KFC ได้ทำสถิติขยายสาขารวมในไทยทะลุ 1,226 สาขา โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ทำให้แบรนด์สามารถปักหมุดครอบคลุมพื้นที่ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศได้อย่างเป็นทางการ
ในวันที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย สินค้าที่จะสามารถดึงเงินจากกระเป๋าคนยุค 2026 ได้ จึงไม่ใช่แค่อาหารที่อิ่มท้อง แต่ต้องเป็นแบรนด์ที่สวมบทบาทเพื่อนที่เข้าใจ เข้าถึงง่ายแบบไร้รอยต่อ สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง
ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนให้แฟรนไชส์ KFC และตลาดไก่ทอดไทยยังคงประคองตัวและเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน