classicliterature.it.com

3 โบรกเชียร์ซื้อ TEGH ออเดอร์ยางอินเดียทะลัก-EUDR หนุน เป้าสูงสุด 4.40 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 69 ของ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH ที่ 560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน แม้กำไรไตรมาส 3/69 อาจชะลอตัวเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจน้ำมันปาล์ม แต่คาดว่าผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจยางจะช่วยชดเชยได้บางส่วน

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/69 คาดว่าธุรกิจยางจะเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณจำหน่ายน้ำมันปาล์มจะกลับมาฟื้นตัวตามฤดูกาล ประกอบกับราคายางและน้ำมันปาล์มในช่วงครึ่งหลังของปียังอยู่ในระดับสูง ทำให้ประมาณการกำไรปัจจุบันมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ บล.ทรีนีตี้คงคำแนะนำ “ซื้อ” TEGH พร้อมให้ราคาเป้าหมายปี 70 ที่ 4.40 บาท อิงอัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือ PER ที่ 7 เท่า เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันยังมีอัพไซด์ในระดับสูง

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า ผลประกอบการของ TEGH ยังมีโอกาสสูงกว่าประมาณการ หากผลการดำเนินงานไตรมาส 3/69 ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่บริษัทให้ไว้ โดยปริมาณจำหน่ายในช่วง 9 เดือนแรกจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 91% ของประมาณการทั้งปี

ขณะที่ปริมาณจำหน่ายในไตรมาส 4/69 มีแนวโน้มใกล้เคียงหรือสูงกว่าไตรมาสก่อน จากคำสั่งซื้อยางตามมาตรฐาน EUDR ที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้น ส่วนธุรกิจน้ำมันปาล์มและพลังงานยังมีแนวโน้มสร้างผลการดำเนินงานในระดับที่ดี

เบื้องต้น บล.หยวนต้าคาดว่า TEGH จะมีกำไรปกติไตรมาส 3/69 ประมาณ 190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 239% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากคำสั่งซื้อยาง Compound จากประเทศอินเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังรัฐบาลอินเดียประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าจากเดิมที่เรียกเก็บในอัตรา 20% ส่งผลให้ความต้องการนำเข้าเร่งตัวขึ้น โดยปัจจุบันคำสั่งซื้อยาง Compound ของ TEGH อยู่ในระดับสูงกว่ากำลังการผลิตที่รองรับได้ สะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่ง ทั้งนื้ บล.หยวนต้าจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” TEGH พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 4.00 บาท

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุว่า TEGH ยังคงเป้าหมายรายได้ปี 69 ที่ประมาณ 22,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าปริมาณจำหน่ายยางที่ 280,000-290,000 ตัน เพิ่มขึ้น 10-15% จากประมาณ 260,000 ตันในปี 68

สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 69 คาดว่าธุรกิจยางจะมีปริมาณจำหน่ายประมาณ 60,000-70,000 ตันต่อไตรมาส ท่ามกลางราคายางที่ทรงตัวในระดับสูง หากกฎระเบียบ EUDR เริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายปี บริษัทจะสามารถเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งจะช่วยยกระดับอัตรากำไรในไตรมาส 4/69

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงของธุรกิจยางอยู่ที่ปริมาณวัตถุดิบในตลาด ซึ่งคาดว่าจะลดลงประมาณ 5% จากผลกระทบของภาวะเอลนีโญ ส่วนธุรกิจน้ำมันปาล์มคาดว่าจะผ่านช่วงฤดูกาลจำหน่ายสูงสุดในไตรมาส 3/69 ก่อนชะลอตัวตามฤดูกาลในไตรมาสถัดไป

สำหรับแผนนำบริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด หรือ TEBP ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสม จากแผนเดิมที่คาดว่าจะดำเนินการในไตรมาส 4/69

ด้าน Bloomberg Consensus คาดการณ์กำไรปี 69-70 ของ TEGH เฉลี่ยที่ 560 ล้านบาท และ 688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% และ 23% จากปีก่อนตามลำดับ พร้อมประเมินราคาเหมาะสมเฉลี่ยที่ 4.00 บาท คิดเป็นอัพไซด์ประมาณ 23%

บล.โกลเบล็กจึงแนะนำ “ซื้อ” TEGH จากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจยาง น้ำมันปาล์ม และพลังงาน รวมถึงโอกาสเพิ่มอัตรากำไรจากผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน EUDR

Update: 2026-09-16
Tags: