จับตา 3 โรคระบาดในเด็ก มาแรง “โควิด-ไข้หวัดใหญ่-RSV” ปี 2569 | theAsianparent Thailand
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย อากาศชื้น โควิดกลับมา ไข้หวัดใหญ่ก็ยังอยู่ แถมเข้าสู่ฤดูระบาดเต็มตัวของ RSV อีก ยิ่งปีนี้พบเด็กๆ หลายบ้านป่วยแบบคอมโบ พร้อมกันหลายโรค ทำเอาแม่ๆ หลายบ้านจิตตกไปตามๆ กัน เราจึงขอสรุปข่าวจากกรมควบคุมโรคมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าตกลงสถานการณ์ โรคระบาดในเด็ก ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง และ 3 โรคฮิตอย่าง โควิด-19, ไข้หวัดใหญ่ และ RSV โรคไหนที่น่าห่วงสำหรับลูกน้อยของเราบ้าง มาดูกันเลยค่ะ!
จับตา 3 โรคระบาดในเด็ก มาแรง
1. โควิด-19 ข่าวลือระบาดหนัก “ไม่จริง” แต่เด็กเล็กต่ำกว่า 1 ขวบติดเยอะสุด!
กรมควบคุมโรคยืนยันแล้วว่า โควิดไม่ได้ระบาดหนักและรุนแรงเท่า 2-3 ปีก่อน อัตราการเสียชีวิตก็น้อยลงมากๆ (เหลือแค่ 0.02% และส่วนใหญ่คือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว) ตอนนี้สายพันธุ์หลักในบ้านเราคือ โอมิครอน NB.1.8.1 ซึ่งติดง่ายแต่ “อาการไม่รุนแรง” ค่ะ คล้ายไข้หวัดทั่วไปเลย ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก และไม่ค่อยมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่นแล้ว
แม้โรคจะไม่แรง แต่สถิติพบว่า “เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี” คือกลุ่มที่ติดเชื้อเยอะที่สุด! สาเหตุก็มาจากพ่อแม่ผู้ปกครองที่อาจไปรับเชื้อมาจากข้างนอก อาการน้อยๆ คล้ายหวัด แล้วเผลอเอามาติดลูกน้อยนั่นเองค่ะ
ข่าวดีคือ อาการในเด็กเล็กมักไม่รุนแรง และเราไม่พบเด็กเล็กเสียชีวิตจากโควิดเลย เพราะโรคนี้ “มียารักษา” เช่น ยาฟาวิพิราเวียร์ ทานตามหมอสั่ง ครบโดสก็กลับมาซนได้เหมือนเดิมค่ะ สำหรับเด็กทารกช่วง 6 เดือนแรก ถ้าคุณแม่เคยฉีดวัคซีนหรือเคยติดเชื้อมา ลูกจะได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ไปด้วย

2. ไข้หวัดใหญ่ ตัวร้ายของ “เด็กวัยเรียน”
ไข้หวัดใหญ่ ปีนี้มีผู้ป่วยกว่า 300,000 รายแล้วค่ะ จังหวัดที่ฮิตสุดคือ ชลบุรี (ภาคกลางอัตราป่วยสูงสุด) โรคนี้ก็ติดต่อกันง่ายมากในช่วงหน้าฝนที่คนรวมตัวกันเยอะๆ
สถิติชี้ชัดเลยว่า กลุ่มที่ป่วยไข้หวัดใหญ่สูงสุดคือ เด็กอายุ 5-9 ปี (วัยอนุบาล-ประถม) รองลงมาคือเด็ก 0-4 ปี พูดง่ายๆ ว่าเป็นโรคฮิตประจำโรงเรียนและเนิร์สเซอรี่เลยค่ะ แต่โรคนี้ก็คล้ายโควิดตรงที่มียารักษาตรงโรค ถ้ารู้ตัวไว พาไปหาหมอ ทานยาก็หายได้ค่ะ
3. ไวรัส RSV น่าห่วงที่สุดของ “เด็กเล็ก”
โควิดกับไข้หวัดใหญ่ว่าน่ากลัวแล้ว แต่ตัวที่หมอเด็กกังวลที่สุดในช่วงนี้คือ RSV แม้ปีนี้ตัวเลขรวมจะยังน้อยกว่าปีที่แล้ว แต่ก็มีเด็กๆ ป่วยไปแล้วกว่า 7,000 คน และกำลังเข้าสู่ช่วงระบาดเต็มตัว
เกือบ 75% ของคนที่ติดเชื้อ RSV คือ “เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ” ไวรัสตัวนี้ติดต่อผ่านน้ำมูก น้ำลาย การสัมผัสของเล่นร่วมกัน ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัส RSV โดยเฉพาะ! หมอต้องรักษาตามอาการไปเรื่อยๆ
ผู้ใหญ่อย่างเราถ้าติด RSV อาจจะแค่ฟุดฟิดเหมือนเป็นหวัดธรรมดา แต่ถ้าเอาไปติดเด็กเล็ก โดยเฉพาะทารกต่ำกว่า 6 เดือน เด็กคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว อาการจะรุนแรงถึงขั้นลงปอดได้เลยค่ะ อย่างไรก็ตาม ไวรัส RSV สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน RSVในคุณแม่ตั้งครรภ์ และภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีค่ะ
คาถาปกป้องลูกน้อย! จากโรคระบาดในเด็ก
เพื่อป้องกันทั้ง 3 โรคระบาดในเด็ก มาแรงในตอนนี้ กรมควบคุมโรคย้ำเลยว่าต้องเริ่มจากผู้ใหญ่ในบ้านนี่แหละค่ะ
- ผู้ใหญ่ป่วยงดจูบหอมเด็ก: ท่องไว้เลยค่ะแม่ๆ ถ้ารู้สึกคอแห้ง มีน้ำมูก หรือเป็นหวัด งดหอมแก้ม งดจูบ งดอุ้มลูกชั่วคราว ห่างกันสักพักเพื่อความปลอดภัยของลูกนะคะ
- ล้างมือบ่อยๆ: ล้างด้วยน้ำและสบู่ ทั้งก่อนชงนม ก่อนอุ้มลูก และหมั่นทำความสะอาดของเล่นลูกเสมอ
- ใส่หน้ากากอนามัย: เวลาพาเด็กๆ ไปที่แออัด หรือถ้าคนในบ้านมีอาการป่วย ต้องใส่แมสก์ป้องกันไว้ก่อน
- สังเกตอาการลูกให้ดี: ถ้าลูกมีอาการไข้ หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ อกบุ๋ม หรือซึมลง อย่ารอช้า รีบพาไปหาหมอทันทีนะคะ (มีข้อสงสัยโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ได้เลยค่ะ)
สรุปสถานการณ์ โรคระบาดในเด็ก ทั้งโควิดและไข้หวัดใหญ่มียารักษา ส่วน RSV ต้องเน้นป้องกันให้ดีที่สุด เพียงแค่เราไม่ประมาท ดูแลความสะอาดในบ้านให้ดี ลูกน้อยก็ห่างไกลโรคยอดฮิตได้แล้วค่ะ
ที่มา: hfocus.org, Post Today, กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ระวัง!! พาลูกไปสถานที่แออัด เสี่ยงติด เชื้อไมโคพลาสมา
ลูกเป็น RSV ดูแลอย่างไร? สถิติเด็กป่วย RSV พุ่ง ช่วงหน้าฝน พ่อแม่เตรียมรับมือ
จับตา ! อาการอันตราย ที่ต้องรีบพาลูกน้อยไปโรงพยาบาล อย่ารอช้า !
บทความอัปเดตล่าสุด กันยายน 2569
บทความจากพันธมิตร
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!
