ศาลอุทธรณ์ จำคุก ‘ปริญญ์ พานิชภักดิ์’ 3 ปี คดีพรากผู้เยาว์-อนาจาร
ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับคำตัดสินศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวม 3 ปี ไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร และกระทำอนาจาร
ข่าวสด รายงานว่า ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีดำ อ 1849/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นจำเลยในความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อการอนาจาร
โจทก์ฟ้องสรุปว่าวันที่ 25 เม.ย. 61 เวลากลางวัน จำเลยได้พรากหญิงสาวรายหนึ่งอายุ17 ปีเศษ ผู้เสียหาย ไปจากบิดา มารดา หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจารโดยหญิงนั้นเต็มใจ ด้วยการที่จำเลยใช้มือขวาจับมือซ้ายลักษณะกุมมือและใช้มือซ้ายจับที่ต้นขาของผู้เสียหาย โดยอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้
ซึ่งการกระทำอนาจารดังกล่าวเป็นลักษณะเปิดเผยที่เกิดต่อหน้าธารกำนัน เหตุเกิดที่แขวง และเขตดินแดง กรุงเทพฯ
จำเลยให้การปฏิเสธ
คดีนี้ ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เนื่องจากเกิดเหตุภายในรถตู้ส่วนตัว มีผ้าม่านและฟิล์มดำปิดบัง และมีม่านกั้นระหว่างคนขับรถกับผู้โดยสาร ทำให้คนภายนอกไม่สามารถรับรู้ได้ และเป็นคดีอนาจารที่ยอมความได้ อีกทั้งคดีดังกล่าวมีอายุความแค่ 3 เดือน นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2561 จึงเป็นคดีที่ขาดอายุความ
ส่วนข้อหาพรากผู้เยาว์ฯ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยอาสาจะไปส่งเยาวชน ที่คอนโด ซึ่งระหว่างที่เดินทางไปไม่มีการออกนอกเส้นทาง แต่เมื่อจำเลยลูบขาเยาวชนหญิงในระหว่างทาง เยาวชนหญิงจึงขอลงระหว่างทางเพื่อกลับบ้านเอง จำเลยยินยอมให้ลงรถ จึงไม่เข้าลักษณะพรากผู้เยาว์ไปจากบิดามารดาพยานหลักฐานของโจทก์ รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดความฟ้อง ศาลพิพากษายกฟ้อง
อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยด้วย
โดยวันนี้ ศาลเบิกตัวนายปริญญ์ จำเลย ซึ่งสวมชุดผู้ต้องโทษจากเรือนจำ เนื่องจากถูกศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุกคดีอื่นๆความผิดทางเพศ
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือโดยรอบคอบแล้วเห็นว่า เนื่องจากจำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ 25 เม.ย.61 เวลากลางวันจนถึงวันฟ้อง คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ
ส่วนข้อหาพรากผู้เยาว์ฯ เพื่อการอนาจารศาลเห็นว่าคำว่า”พราก” นั้น หมายถึงการพาไปหรือแยกผู้เยาว์ออกไปจากอำนาจการปกครองจากบิดา มารดาซึ่งส่งผลกระทบที่ไม่ยอมยินยอมแม้จำเลยกับผู้เสียหายจะอยู่ในรถยนต์ตู้ก็ตาม
พฤติการณ์ของจำเลย จึงมีความผิดตามฟ้องเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยมานั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับฐานกระทำอนาจารจำคุก1ปี และฐานพรากผู้เยาว์ฯจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา
สำหรับนายปริญญ์ ถูกอัยการและผู้เสียหายร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหลายคดี ซึ่งขณะนี้เป็นการยื่นฟ้องคดีส่วนใหญ่ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ประมาณ 5-6 คดี