เร่งผลักดัน “เสือปิ่น” เสือโคร่งชรา กลับผืนป่าตะวันตก รอบที่ 3 แอบขย้ำสัตว์เลี้ยงชาวบ้านอีกแล้ว
เร่งผลักดัน “เสือปิ่น” เสือโคร่งชรา กลับผืนป่าตะวันตก รอบที่ 3 แอบขย้ำสัตว์เลี้ยงชาวบ้าน ทั้งไก่ หมู และสุนัข ตายหลายตัว สร้างความหวาดผวา ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบสัญญาณปลอกคอ GPS ในพื้นที่ อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ขณะนอนเล่นหงายท้องอย่างสบายใจ
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จากกรณี เสือโคร่งอินโดจีน (เสือแม่ปิ่น) เพศเมีย รหัส HKK236F อายุประมาณ 13 ปี มีน้ำหนักตัวประมาณ 120 กิโลกรัม ความยาวลำตัวประมาณ 2.50 เมตร ตาข้างขวาบอด มีเพียงตาข้างซ้ายที่สามารถมองเห็น และฟันด้านล่างหลุดร่วงเกือบหมดปาก ซึ่งอาศัยพื้นที่หากินหลักอยู่ในผืนป่ามรดกโลก ห้วยขาแข้ง และเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เดินออกนอกเขตป่าอนุรักษ์ ออกมาหากินสัตว์เลี้ยงในเขตพื้นที่ชุมชนติดต่อกันหลายครั้ง เข้ามาทำความเสียหายให้กับราษฎรในท้องที่อำเภอแม่เปิน อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอคลองลาน และอำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร
ทั้งนี้ 4 อำเภอเป็นเขตติดต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กับผืนป่าตะวันตกอย่าง อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และ อุทยานแห่งชาติคลองลาน แนวเชื่อมต่อผืนป่าธรรมชาติขนาดใหญ่ในเขตจังหวัดอุทัยธานี กำแพงเพชร และนครสวรรค์
เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า และเป็นทางเดินธรรมชาติ (Wildlife Corridor) ให้เสือโคร่ง ช้างป่า และสัตว์ใหญ่อื่นๆ เดินข้ามหากินระหว่างห้วยขาแข้งและป่าแม่วงก์-ป่าคลองลาน ผืนป่าตะวันตก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครั้งนี้เป็นรอบที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม ที่แม่เสือปิ่นได้มาเหยียบพื้นที่ป่าคลองลานเขตอุทยานแห่งชาติคลองลานอีกครั้ง
โดยก่อนหน้านั้น 2 รอบ เมื่อเดือนมีนาคมทางเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จับเสือโคร่งแม่ปิ่นได้สำเร็จ ที่บ้านตากฟ้า ต.ปางตาไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร โจมตีหมูในคอกตายไป 2 ตัว และ ที่บ้านคลองแบ่ง ต.แม่เล่ย์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ เข้ากัดหมูเลี้ยงชาวบ้าน จำนวน 2 คอก มีหมูบาดเจ็บ 2 ตัว และตาย 8 ตัว นำเคลื่อนย้ายไปยังกรงฟื้นฟูสุขภาพที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
ครั้งนี้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 บูรณาการระดมกำลังค้นหา “เสือปิ่น” หลังพบสัญญาณออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ รอบ 3 ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม หลายวันที่ผ่านมา
นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 พร้อมด้วยนางสุจิตรา ตระกูลเลิศรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ นายวีระพงศ์ โคระวัตร ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกัน นายคมสัน มณีกาญจน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ นายสมชาย วิเชียรกัลยารัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติคลองลาน นายณัฐพงษ์ คงกระพัน หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ และเจ้าหน้าที่ส่วนวิชาการ ลงพื้นที่ตรวจติดตามกรณี “เสือปิ่น” ออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ พร้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สถานีควบคุมไฟป่าแม่วงก์-คลองลาน หน่วยพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าซับตามิ่ง และสายตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) หารือในการดำเนินการค้นหาตำแหน่งของเสือปิ่น
เจ้าหน้าที่อุทยานฯ บูรณาการกำลังกว่า 50 นาย ออกค้นหาตัวและเฝ้าระวังภัยการผลักดันเสือแม่ปิ่น เข้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ตลอดทุกคืนที่ผ่านมา
เสือโคร่ง “แม่ปิ่น” เป็นเสือเพศเมียที่มีอายุมาก สละพื้นที่หากินให้กับลูกๆ
สำหรับเสือโคร่ง “แม่ปิ่น” เป็นเสือเพศเมียที่มีอายุมากโดยสละพื้นที่หากินให้กับลูกๆ จำนวน 2 ตัว ของตัวเอง ประกอบกับสภาพร่างกายโรยราทำให้ถูกเสือหนุ่มสาวแย่งชิงอาณาเขตจนทำให้ต้องออกมาหาพื้นที่หากินนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์หากินในป่าธรรมชาติอย่างลำบาก
จึงพยายามดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตอยู่รอดจึงใช้วิธีการออกมาหาอาหารที่อ่อนแอหรือไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ เช่น สัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นไก่ สุนัข และหมูเลี้ยง ในเขตชุมชนหมู่บ้านใกล้กับเขตพื้นที่ป่าอุทยานฯ
พฤติกรรมออกหาเหยื่อ นอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้น คณะเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าได้มีความเห็นว่าควรจะต้องจับเพื่อนำไปปล่อยในพื้นที่ ที่มีความเหมาะสมในการดำรงชีพของเสือแม่ปิ่นต่อไป โดยมีแผนวางเหยื่อล่อและวางกับดักเพื่อยิงยาสลบ หลายครั้งและหลายจุด
โดยทางเจ้าหน้าที่ฯ ตรวจพบสัญญาณปลอกคอ GPS ของ“แม่เสือปิ่น”ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น. บริเวณเขาช้างบริเวณบ้านรวงผึ้ง ตำบลคลองน้ำไหล ซึ่งเป็นการหลุดออกนอกพื้นที่อนุรักษ์เป็นรอบที่ 3 กลับเข้ามาในเขตชุมชนอีกครั้ง โดยพบรอยตีนมุ่งหน้าเข้าสู่เขตผืนป่าคลองลาน
ล่าสุดเมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา “เสือปิ่น” ได้ลงมาขย้ำ “สุนัข” บริเวณหมู่บ้านสวนส้มหมู่ 2 ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน จุดที่เคยกินไก่เมื่อคราวก่อน
ทั้งนี้ทีมค้นหาใช้โดรนจับความร้อน (Thermal Drone) ร่วมกับการแกะรอยสัญญาณปลอกคอ เจ้าหน้าที่จับสัญญาณได้อีกครั้ง พบเสือแม่ปิ่นซ่อนตัวในป่าอุทยานแห่งชาติคลองลาน บริเวณในป่าพื้นที่บ้านสวนส้ม หมู่ 2 ตำบลคลองลานพัฒนา และหมู่ 25 ตำบลคลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ขณะนอนเล่นหงายท้องอย่างสบายใจไม่เคลื่อนตัวไปไหนอาจเพราะกำลังกินอิ่มอยู่ นอนป่าเขตอุทยานช่วงเขาช้างหลังสวนทุเรียน
เจ้าหน้าที่ฯได้จัดกำลังล้อมพื้นที่กว่า 20 ไร่ ตามแนวเขตป่าอุทยานฯหมู่บ้านชุมชน ที่ส่วนใหญ่ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์ทั้งหมูและวัว กันเป็นส่วนใหญ่ โดยนำเหยื่อไปวางล่อไว้ เมื่อเสือแม่ปิ่นออกมากินเหยื่อ ทีมสัตวแพทย์ที่คอยซุ่มอยู่ใช้ ปืนยาวยาสลบแรงดันลม โดยมีการคำนวณ ปริมาณยา ตามน้ำหนักตัวของเสือ เพื่อให้สลบอย่างปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตหลังยาออกฤทธิ์
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากแหล่งข่าว มีมติจากคณะเจ้าหน้าที่หลายๆฝ่าย จะทำยังไงกับ“เสือแม่ปิ่นชรา”ตัวนี้ สรุปจะต้องจับแล้วไม่นำกลับไปที่เดิมคือสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี แต่ต้องนำเอาไปอยู่ในสถานที่ ที่เหมาะสมอาจเป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ไหนสักแห่ง ซึ่งทางกรมอุทยานฯ ได้หาป่าธรรมชาติไว้แล้ว แต่ยังไม่เปิดเผย ทั้งนี้ต้องอยู่ในพื้นที่ ที่มีความเหมาะสม สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ มีอาณาเขตมีพื้นที่มีสัตว์เหยื่อ แล้วไม่มีเสือหนุ่มสาวตัวอื่นๆอยู่ในพื้นที่ ที่จะแย่งอาหาร
ยกตัวอย่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทุ่งกะมัง ตั้งอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอคอนสาร อำเภอเกษตรสมบูรณ์ และอำเภอหนองบัวแดง เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก เพื่อไม่ให้กลับมาที่ชุมชนหมู่บ้าน ไม่ได้หวาดกลัวมีความปลอดภัยต่อไป
ขณะที่หนึ่งชาวบ้านที่สัตว์เลี้ยงถูกเสือปิ่นคาบไปกิน นายชุมพล ทานะ อายุ 65 ปี 110/5 หมู่ 2 บ้านสวนส้ม ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน เล่าว่า ตนเองทำไร่ข้าวโพด ไร่ปาล์ม และไร่มันสำปะหลังและผลไม้ พร้อมกับเลี้ยงวัวและเลี้ยงไก่อยู่ในไร่อยู่ท้ายหมู่บ้าน เขตขอบชายป่าอุทยานแห่งชาติคลองลาน มีคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ว่ามีเสือโคร่งลงมาแถวใกล้ ๆ หมู่บ้านแต่ก็ไม่คิดว่าจะมากินไก่ที่เลี้ยงไว้หมดไป 20 ตัวในรอบแรก พอมาอีกคืนรอบที่สองก็มากินหมาที่ผูกไว้ตรงคอกวัว เช้ามาก็ได้รีบขนย้ายวัวเข้าบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน ห่างจากคอกวัวประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งตอนนี้จะเดินทางไปไหนมาไหนไปสวนไปไร่ก็กังวลกลัวทำอะไรไม่ได้ มีแต่รอทางเจ้าหน้าที่จับเสือให้ได้ก่อนถึงจะเข้าไร่เข้านาได้เหมือนเดิม ส่วนสัตว์เลี้ยงที่ถูกเสือโคร่งกินไปนั้นทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองลานได้นำเงินมาชดเชยให้ 1,000 บาทแล้ว
เปิดไทม์ไลน์ “เสือแม่ปิ่น” ออกหากินเขตชุมชน
1.เริ่มแรกเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พบร่องรอยเสือโคร่ง บริเวณบ้านตากฟ้าพัฒนา หมู่ที่ 5 และบ้านไพรสวรรค์ หมู่ที่ 4 ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร บริเวณรอบนอกแนวเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จำนวน 1 ตัว
2.และในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23:45 น. ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเสือโคร่งเข้ามากัดหมูเลี้ยงภายในคอกหมูของชาวบ้าน บ้านตากฟ้าพัฒนา หมู่ที่ 5 ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร
3.ในวันที่ 1 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจพบเสือโคร่ง จากโดรนตรวจจับความร้อนบริเวณไร่อ้อย ห่างจากคอกหมู ประมาณ 300 เมตร จึงได้จัดกำลังเฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมเสือโคร่งอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง
4.ในวันที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 20:00 น. เจ้าหน้าที่สามารถจับเสือโคร่งตัวดังกล่าว ได้สำเร็จตามหลักวิชาการ
หลังจากนั้น ทำการเคลื่อนย้ายและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เวลา 01:00 น. บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
5.จนกระทั่งในวันที่ 10 มีนาคม 2569 สัญญาณจากปลอกคอ แจ้งเตือนว่า เสือโคร่ง “ปิ่น” ได้เคลื่อนที่ออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเข้าใกล้พื้นที่เกษตรกรรมบ้านปางสัก ตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมเสือโคร่งอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง อีกครั้ง
6.ในวันที่ 11 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ทำการผลักดันเสือโคร่งปิ่น จนเคลื่อนที่มุ่งหน้าเข้าป่าอนุรักษ์ เวลา 22:15 น. และติดตามการเคลื่อนที่ผ่านสัญญาณปลอกคออย่างต่อเนื่อง
7.ในวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 03:00 น. เสือโคร่งปิ่นเข้ากัดหมูเลี้ยงชาวบ้าน บริเวณบ้านคลองแบ่ง ตำบลแม่เล่ย์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ เข้าโจมตีหมู จำนวน 2 คอก หมูบาดเจ็บ 2 ตัว และตาย 8 ตัว
8.ในวันที่ 13 - 17 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมเสือโคร่งอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง
9.ในวันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 20:30 น. เจ้าหน้าที่สามารถจับเสือโคร่งได้สำเร็จ จากนั้นเคลื่อนย้ายไปยังกรงฟื้นฟูสุขภาพที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งทันที ถึงกรงฟื้นฟูสุขภาพ และปล่อยเข้ากรง เวลาประมาณ 24:00 น.