สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าบราซิล 25% อ้างการค้าไม่เป็นธรรม
วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.32 น.
สหรัฐอเมริกาประกาศเตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 25% กับสินค้าบางประเภทจากบราซิล โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 หลังผลสอบสวนระยะเวลา 1 ปีของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า บราซิลมีแนวทางปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เปิดเผยว่า การสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ พบว่านโยบายของบราซิลสร้างผลกระทบต่อสหรัฐฯ ในหลายประเด็น ทั้งด้านการค้าดิจิทัล การเข้าถึงตลาดเอทานอล และปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมาย
ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา และรัฐบาลบราซิลไม่ได้เจรจากับสหรัฐฯ ด้วยความจริงใจ พร้อมกล่าวหาว่านโยบายเศรษฐกิจของบราซิลส่งผลเสียต่อทั้งชาวอเมริกันและชาวบราซิล
รูบิโอยังระบุว่า ตลอดปีที่ผ่านมา ผู้นำบราซิลให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าการบรรลุข้อตกลงเพื่อประชาชน และภาษีใหม่ของสหรัฐฯ เป็นผลจากการดำเนินนโยบายดังกล่าว
ขณะที่ประธานาธิบดีลูลาออกมาตอบโต้ โดยระบุว่า การเรียกเก็บภาษีดังกล่าว ไม่มีเหตุผลรองรับ และเป็นมาตรการที่ถูกบังคับใช้อย่าง "ผิดกฎหมายและไร้เหตุผล" พร้อมยืนยันว่า บราซิลจะใช้มาตรการตอบโต้ภายใต้กฎหมายการตอบแทนทางการค้า และเตรียมนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการขององค์การการค้าโลก (WTO)
สำหรับสินค้าที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครอบคลุมสินค้าส่งออกหลายประเภทจากบราซิล แต่สหรัฐฯ ยกเว้นสินค้าสำคัญบางรายการ เช่น กาแฟ เนื้อวัว อะโวคาโด ถั่วบราซิล น้ำมันปิโตรเลียม และชิ้นส่วนเครื่องบิน
อย่างไรก็ตาม บราซิลอาจเผชิญภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นถึง 37.5% หากผลการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน นำไปสู่การเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีก 12.5%
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากบราซิลสูงถึง 50% ก่อนปรับลดลง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาว่ารัฐบาลบราซิลมีปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน และเคยกดดันให้บราซิลยุติกระบวนการดำเนินคดีกับอดีตประธานาธิบดีฝ่ายขวา ฌาอีร์ โบลโซนาโร
มาตรการภาษีครั้งล่าสุดถือเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวด้านการค้าของรัฐบาลทรัมป์ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ เคยมีคำวินิจฉัยว่าประธานาธิบดีใช้อำนาจเกินขอบเขตในการใช้มาตรการภาษีบางส่วน ทำให้รัฐบาลต้องหันมาใช้ช่องทางกฎหมายการค้าอื่น รวมถึงมาตรา 301
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





