classicliterature.it.com

กรุณา บัวคำศรี นักข่าวสารคดี ผู้เดินทางรอบโลก

กรุณา บัวคำศรี คร่ำหวอดในแวดวงข่าวมากว่า 20 ปี และตัดสินใจทิ้งโต๊ะผู้ประกาศข่าวในสตูดิโอเมื่อราว 4 ปีก่อน เมื่อพฤษภาคม 2563 เพื่อกลับไปทำงานภาคสนามที่เธอรัก ผลลัพธ์คือรายการสารคดีข่าว รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี ซึ่งออกอากาศไปแล้ว 228 ตอน ณ เวลานั้น

กรุณา บัวคำศรี เส้นทางจากหนังสือพิมพ์สู่สารคดีข่าว

เธอเริ่มงานที่ Bangkok Post จากนั้นได้ทุนรัฐบาลอังกฤษไปเรียนต่อด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม หลังเรียนจบเบนเข็มสู่งานโทรทัศน์และทำงานกับสำนักข่าว ABC ของออสเตรเลียราว 20 ปีก่อน แต่เลือกกลับมาทำข่าวให้คนไทยดู เพราะอยากสร้างผลกระทบในประเทศ เธอเป็นทั้งผู้ประกาศข่าวและนักข่าวภาคสนามแถวหน้า ก่อนจะกลับมาลุยงานภาคสนามเต็มตัวในวัยเลข 4

เหตุผลที่เลือกเรียนสิ่งแวดล้อมแม้จบอักษรศาสตร์ เธออธิบายว่ามาจากพี่ชาย คุณธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการ Greenpeace ประเทศไทย ซึ่งทำให้เธอได้รู้จักคนในแวดวงอนุรักษ์ รวมถึงสืบ นาคะเสถียร เธอมองว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่เรื่องต้นไม้ แต่คือเรื่องโอกาสที่เท่าเทียมของมนุษย์ และต้องแก้ในระดับนโยบาย

รอบโลกฯ ไปถึงที่ไหนบ้าง

กรุณา บัวคำศรี เล่าเรื่องรายการสารคดีรอบโลก พร้อมภาพประกอบค่ายผู้ลี้ภัยและสถานที่ต่างๆ

รายการนำเสนอประเด็นสังคมที่ซ่อนอยู่ทั่วโลก ตลอด 4 ปีเธอเดินทางไปทุกภูมิภาค เช่น ค่ายผู้ลี้ภัยโรฮีนจา ซ่องโสเภณีในบังคลาเทศ ฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอเอสในอิรัก และคุกที่แออัดที่สุดในโลกที่ฟิลิปปินส์ ทริปแรกของรายการคืออิรัก ซึ่งเธอเล่าว่าไปถึงแล้วยังหันมาถามช่างภาพว่ามาทำอะไรกันที่นี่

แรงบันดาลใจมาจากรายการ Frontline และประสบการณ์ช่วยทำรายการ 101 East ของ Al Jazeera เธอเล่าว่านักข่าวหนึ่งคนที่นั่นทำได้เต็มที่ราว 3 ถึง 4 ตอนต่อปี เพราะแต่ละตอนใช้เวลา 3 ถึง 4 เดือน ขณะที่เธอทำเดือนละ 4 เรื่อง ซึ่งทำให้เพื่อนร่วมงานเก่าอึ้ง เธอยอมรับว่างานอาจไม่ละเอียดเพอร์เฟกต์ที่สุด แต่บริหารทรัพยากรให้ดีที่สุด

หัวใจของงานภาคสนาม

เธอสรุปว่าสิ่งแรกคือทัศนคติ ตัวอย่างคือครั้งที่ไปค่ายโรฮีนจาเพื่อตามหาผู้หญิงที่ถูกข่มขืน ต้องเดินเท้านานเกือบชั่วโมงท่ามกลางฝนและน้ำท่วม แล้วเจอสะพานไม้ง่อนแง่นที่น้ำไหลเชี่ยว ล่ามบอกว่ายังต้องเดินต่ออีกชั่วโมง หากหันหลังกลับการเดินทางจะสูญเปล่า เธอและช่างภาพจึงข้ามไป

สิ่งที่สองคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ครั้งที่รถน้ำมันหมดกลางพายุหลังไปทำเรื่องซ่องโสเภณีในบังคลาเทศ ช่างภาพชาวอิตาลีเตือนไม่ให้ลงจากรถเพราะเสี่ยงฟ้าผ่า เธอย้ำว่าต้องมีสติ ส่วนกับแหล่งข่าวที่เป็นผู้ถูกกระทำ ต้องซื่อสัตย์และเข้าใจ อธิบายตรงๆ ว่าไม่ได้ทำข่าวเพื่อขายดราม่า และไม่ทำให้เขารู้สึกถูกย่ำยีซ้ำ

ย้อนยุคไร้อินเทอร์เน็ต

งานแรกที่ถูกส่งไปคือแผ่นดินไหวที่เมืองไถหนาน ไต้หวัน ตอนอยู่ ITV ซึ่งเธอบอกว่าน่าจะเป็นช่องเดียวที่ส่งนักข่าวไป สมัยนั้นไม่มีอินเทอร์เน็ต ต้องถ่ายด้วยเทปเบต้า เธอเขียนข้อความภาษาจีนให้โรงแรมช่วยแปลเพื่อยื่นให้แท็กซี่ จนได้เข้าโรงพยาบาลสัมภาษณ์คนไทยแบบเอ็กซ์คลูซีฟ และทุกวันต้องนั่งรถไปไทเปเพื่อฝากเทปขึ้นเครื่องการบินไทยกลับมาเป็นเวลา 10 วัน

ทีมงานต่างชาติและวิธีรับมือโควิด

ช่างภาพของเธอเป็นชาวอิตาลี เหตุผลหนึ่งคือเรื่องการเดินทาง เธอแต่งงานกับสามีชาวเยอรมันและถือพาสปอร์ตที่ไปหลายประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ช่างภาพจึงควรมีสถานะคล้ายกัน รายการรายสัปดาห์จะได้ไม่ต้องรอวีซ่านานเป็นเดือน อีกเหตุผลคือทักษะเอาตัวรอด เช่น ตอนทำเรื่องผู้ลี้ภัยที่เมืองอิซเมียร์ ตุรกี เขาคอยเตือนให้ระวังคนที่อาจเป็นภัย

ในช่วงโควิด-19 เธอหยุดเดินทางเพราะมองว่าความเสี่ยงสูงทั้งต่อทีมงานและสังคม รายการยังออกอากาศได้เพราะอัดสต็อกไว้ ใช้ข้อมูลจากแหล่งข่าวในพื้นที่ ภาพสต็อก และภาพที่ซื้อมา แต่ยอมรับว่าอารมณ์ต่างจากการลงพื้นที่เอง เธอเชื่อว่าโลกหลังโควิดจะซับซ้อนขึ้นสำหรับกลุ่มที่ถูกกดขี่ ขณะเดียวกันผู้คนอาจกลับมาหาตัวเอง ครอบครัว และสังคมมากขึ้น

เรื่องเล่าเปลี่ยนโลกได้

เธอเชื่อว่าสตอรี่เปลี่ยนโลกได้ ยกตัวอย่างการเสียชีวิตของสืบ นาคะเสถียรที่ทำให้สังคมไทยหันมาสนใจป่าห้วยขาแข้ง และเสียงของผู้นำอย่างวินสตัน เชอร์ชิลและมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ เธอบอกว่านักข่าวควรรู้ประวัติศาสตร์เพราะทุกเหตุการณ์มีบริบท และเล่าว่าหนังสือเรื่องเหตุสังหารหมู่ที่รวันดาทำให้เธอตัดสินใจไปทำสารคดีที่นั่น

Update: 2026-10-11
Tags: