“ทองคำนิวยอร์ก” ปิดบวก 21 เหรียญ รับน้ำมันย่อตัว-จับตาเฟดคงดอกเบี้ย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 ก.ค.69) สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ (24 ก.ค.) หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์อ่อนตัวลงจากระดับเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และประเมินผลกระทบต่อเงินเฟ้อ ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 20.60 ดอลลาร์ หรือ 0.51% ปิดที่ 4,070.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมากกว่า 4% หลังจากพุ่งขึ้นกว่า 7% และปิดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. หลังกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอ้างว่า ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจำนวน 2 ลำในทะเลแดง
นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาทองคำสามารถสร้างฐานได้บริเวณ 3,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมประเมินว่า ราคาทองคำอาจเผชิญแรงขายตัดขาดทุนในระยะสั้น หากสถานการณ์สงครามทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมราคาทองคำยังมีโอกาสกลับมาปรับตัวสูงขึ้น โดยการที่เฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ
ทั้งนี้ ราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดัน หลังปรับตัวลดลงประมาณ 23% นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากสงคราม อาจทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
แม้ทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่ภาวะอัตราดอกเบี้ยสูงมักส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ขณะนี้ นักลงทุนรอผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในสัปดาห์หน้า โดยตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ขณะที่ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 82% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
ด้านนักวิเคราะห์จาก ING ระบุว่า การฟื้นตัวของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนหลักจากแรงซื้อเมื่อราคาปรับตัวลง รวมถึงการซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขาย หลังราคาปรับฐานลงอย่างรุนแรงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อต้นปี
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ โดยระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถือเป็นแนวรับสำคัญที่ตลาดต้องติดตามในระยะสั้น
Back to top button