classicliterature.it.com

ศาลพิพากษาจำคุก ‘ตะวัน’ 2 ปี ปรับ 600 บาท กรณีไลฟ์สดก่อนขบวนเสด็จผ่าน ช่วงมี ‘ม็อบชาวนา’ หน้า UN

วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) ศาลอาญาพิพากษา ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ในคดีมาตรา 112 จากกรณีไลฟ์สดบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนมีขบวนเสด็จรัชกาลที่ 10 เมื่อปี 2565 โดยศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี และฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ปรับ 600 บาท ขณะนี้ (11:45 น.) กำลังยื่นประกันตัวในชั้นอุทธรณ์

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 5 มีนาคม 2565 ตะวันไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กส่วนตัวอยู่บริเวณทางเท้าบนถนนราชดำเนินนอก ตรงข้ามกับสำนักงานอาคารสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (UN) ซึ่งเป็นช่วงที่มี ‘ม็อบชาวนา’ ปักหลักอยู่และต้องย้ายจุดก่อนขบวนเสด็จรัชกาลที่ 10 ผ่าน 

ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมกันกว่า 50 นาย ทยอยกันเข้ามาล้อมตัวตะวันและพยายามไม่ให้ไลฟ์สด อ้างว่าจะมีขบวนเสด็จผ่าน จากนั้นถูกจับกุมขึ้นรถตำรวจโดยอ้างว่าเป็นการขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน 

คดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องทั้งหมด 4 ข้อหา ได้แก่ มาตรา 112, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (2) และ (3), ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ตามมาตรา 138 และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ตามมาตรา 368 

ตะวันได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ศาลมีการสืบพยานโจทก์และจำเลยในช่วงปี 2566-2569 รวมทั้งสิ้น 7 นัด โดยสรุปแล้วโจทก์อ้างว่าจำเลยกล่าวพาดพิง ดูหมิ่น หรือด้อยค่าสถาบันฯ ขณะไลฟ์สดซึ่งยืนอยู่ใกล้เส้นทางขบวนเสด็จ อาจกระทบต่อความปลอดภัย และฝ่าฝืนคำเตือนของเจ้าหน้าที่ ทั้งยังใช้กำลังขัดขวางการจับกุม

ฝ่ายจำเลยมีข้อต่อสู้ว่า ถ้อยคำในการไลฟ์สดเป็นการตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสามารถทำได้ภายใต้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เจตนาหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ จุดที่จำเลยยืนไลฟ์สดไม่ใช่เส้นทางขบวนเสด็จ และไม่ได้ขัดขวางหรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะจับกุม แต่ดิ้นรนเพราะการจับกุมไม่แจ้งว่าจะนำตัวไปที่ใด

ศาลพิจารณาเห็นว่า จำเลยศึกษาคณะนิติศาตร์เชื่อว่าต้องทราบหลักการดังกล่าวเป็นอย่างดี แต่กลับใช้ถ้อยคำชี้นำให้คนรับชมผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ของจำเลยในการพาดพิงพระมหากษัตริย์โดยไม่สมควรหลายครั้งชี้เจตนาว่าจำเลยต้องการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพตามที่จำเลยอ้าง จึงเป็นความผิดฐานดูหมิ่นฯ เมื่อกระทำการผ่านเฟซบุ๊กจึงเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ 

ประการต่อ คือ จำเลยทำความผิดฐานรับทราบคำสั่งแต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ จากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกจำเลย 3 ครั้งว่าไม่ให้ถ่ายทอดสดเนื่องจากจะมีขบวนเสด็จผ่าน เมื่อมีการออกคำสั่งห้าม 3 ครั้งแต่จำเลยเพิกเฉยจึงมีความผิดฐานรับทราบคำสั่งและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฯ

นอกจากนี้ ส่วนข้อหาใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน การให้ตำรวจหญิง 2 นาย เข้าควบคุมตะวันโดยการคล้องแขนและขาข้างละ 1 คน แต่เจ้าหน้าที่ไม่มีการแจ้งว่าจะควบคุมตัวจำเลย มีการล็อคแขนขาจำเลยแต่ไม่มีการแจ้งว่าจะนำไปที่ใดเป็นธรรมดาที่จำเลยจะตกใจกลัวการกระทำของจำเลยเป็นการดิ้นรนจากการตกใจกลัวเท่านั้น ฟังไม่ได้ว่ามีความผิดฐานใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน จึงไม่มีความผิดในฐานนี้

สุดท้าย ศาลพิพากษาว่า ตะวันมีความผิดกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมาตรา 112 ซึ่งเป็นโทษบทหนักที่สุด จำคุก 3 ปี ฐานทราบคำสั่งเจ้าพนักงานและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งปรับ 900 บาท การนำสืบของจำเลยมีประโยชน์อยู่บ้างมีเหตุให้บรรเทาโทษลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี ไม่รอลงอาญา ปรับ 600 บาทและริบของกลางโทรศัพท์มือถือไอโฟน


Update: 2026-08-31
Tags: