classicliterature.it.com

ไทยช่วยไทยพลัส หนุนความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้น ก.ค.สูงขึ้นต่อเดือนที่ 2

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 5,524 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 51.1 เป็นการปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทย พลัส รวมถึงภาคการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องและภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ประชาชนมีมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในทิศทางที่ดีขึ้น แม้ยังมีความกังวลต่อค่าครองชีพ ภาระหนี้ และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 51.1 เป็นการปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 50.2 สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 57.3 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 56.8 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 41.7 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 40.2 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น โดยมีปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความเชื่อมั่นของประชาชน ได้แก่ (1) มาตรการของภาครัฐโดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทย พลัส มีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือน และเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น (2) การส่งออกยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าของตลาดโลก ประกอบกับการเร่งส่งมอบสินค้าก่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าของประเทศคู่ค้า และ (3) ภาคการท่องเที่ยวมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นจากการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐและการจัดกิจกรรมท่องเที่ยว ในหลายพื้นที่ ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจบริการเพิ่มขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่ลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชน ได้แก่ (1) ความกังวลต่อค่าครองชีพ ภาระหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และ (2) สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า อาจส่งผลกระทบต่อการผลิต การค้า และการบริโภคของไทย

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายภูมิภาค จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่า ภูมิภาคที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 52.9 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 51.3 ในเดือนก่อนหน้า ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 50.2 ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 49.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และมาตรการของรัฐ สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 52.7 ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 49.4 ในเดือนก่อนหน้า ภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 51.0 ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 49.5 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 49.2 ปรับตัวลดลงจากระดับ 50.1 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และเศรษฐกิจโลก

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ จำนวน 7 อาชีพ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเกษตรกร อยู่ที่ระดับ 50.2 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 49.1 ในเดือนก่อนหน้า และเข้าสู่ช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นอันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย รองลงมา คือ ราคาสินค้าเกษตร และอันดับสาม คือ เศรษฐกิจโลกและมาตรการของรัฐ พนักงานเอกชน อยู่ที่ระดับ 50.6 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 49.2 ในเดือนก่อนหน้า และเข้าสู่ช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และเศรษฐกิจโลก ผู้ประกอบการ อยู่ที่ระดับ 52.8 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 52.1 ในเดือนก่อนหน้า และกลุ่มอาชีพรับจ้างอิสระ อยู่ที่ระดับ 48.8 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 48.2 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง พนักงานของรัฐ อยู่ที่ระดับ 54.5 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 53.9 ในเดือนก่อนหน้า และเป็นกลุ่มอาชีพที่มีระดับความเชื่อมั่นสูงสุด โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และเศรษฐกิจโลก สำหรับนักศึกษา อยู่ที่ระดับ 52.1 ปรับตัวลดลงมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 52.7 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก และสังคม/ความมั่นคง และกลุ่มอาชีพไม่ได้ทำงาน/บำนาญ อยู่ที่ระดับ 50.2 ปรับตัวลดลงมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 52.2 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และเศรษฐกิจโลก เมื่อพิจารณาจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 45.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 46.3 ในเดือนก่อนหน้า และยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น

นายนันทพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับตัวสูงขึ้นและอยู่ในช่วงเชื่อมั่นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในทิศทางที่ดีขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งมีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ กระตุ้นการใช้จ่าย และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ประกอบกับภาคการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องและภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นยังมีข้อจำกัด จากค่าครองชีพและภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง กำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ ตลอดจนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต การค้า และการส่งออกของไทย จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้าดำเนินมาตรการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาสทางการค้าอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมการสร้างอาชีพผ่านธุรกิจแฟรนไชส์ สนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน พื้นที่จำหน่ายสินค้า และตลาดออนไลน์ ควบคู่กับการนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดกระจายสู่ชุมชน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน นอกจากนี้ ยังเร่งเชื่อมโยงตลาดและกระจายผลผลิตทางการเกษตร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร พร้อมทั้งขยายตลาดส่งออกและเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อลดผลกระทบจากมาตรการทางการค้า อันจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

Update: 2026-08-05
Tags: