classicliterature.it.com

ยอดส่งออกลด 19.5% แต่ Volume หายแค่ 1.9% ‘ซันสวีท’ ชี้แจงพิษค่าเงิน-สงคราม พร้อมกางแผนฟื้นกำไรช่วงครึ่งปีหลัง - Marketeer Online


ถ้าเห็นตัวเลขยอดส่งออกของ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ลดลงถึง 19.5% ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 หลายคนอาจคิดว่า “ตลาดข้าวโพดหวานขายไม่ดี?”

แต่พอเปิดดูตัวเลขอีกด้าน กลับพบเรื่องที่น่าสนใจกว่า เพราะ ปริมาณขายจริง หรือ Volume ลดลงเพียง 1.9%

แปลเป็นภาษาธุรกิจง่าย ๆ คือ ลูกค้ายังซื้อของอยู่ แต่เงินที่บริษัทได้กลับมาน้อยลง

นี่คือโจทย์ใหญ่ของ SUN ในปีนี้ และเป็นประเด็นที่ผู้บริหารชี้แจงใน SET Opportunity Day (OPPDAY) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่เรื่องค่าเงิน สงคราม ค่าขนส่ง ต้นทุนโรงงาน ไปจนถึงแผนบุกตลาดใหม่และการปั้นธุรกิจ RTE

พูดง่าย ๆ เกมของ SUN ตอนนี้ไม่ใช่ “ขายยังไงให้ได้เยอะขึ้น” อย่างเดียว แต่เป็น “ขายแล้วทำอย่างไรให้เหลือกำไรมากขึ้น”

เริ่มจากตัวเลขที่ชวนสงสัยที่สุด 19.5% กับ 1.9%

อดิศัย สำเนียง ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดต่างประเทศ ของบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เผยเปิดภาพตลาดส่งออกให้เห็นว่า ตัวเลขยอดขายที่ลดลง 19.5% YoY ไม่ได้หมายความว่าปริมาณสินค้าที่ขายหายไปเกือบ 20%

เพราะถ้าวัดกันที่ Volume จริง ๆ ลดลงเพียง 1.9% แล้ว 18% ที่หายไปไหน?

คำตอบหลัก ๆ คือ ค่าเงินและโลจิสติกส์

SUN เป็นธุรกิจที่มีตลาดต่างประเทศจำนวนมาก เมื่อรายได้จากต่างประเทศถูกแปลงกลับมาเป็นเงินบาท อัตราแลกเปลี่ยนจึงมีผลต่อมูลค่ารายได้โดยตรง ขณะเดียวกันสถานการณ์สงครามยังทำให้เส้นทางขนส่งทางเรือ โดยเฉพาะในพื้นที่ตะวันออกกลางเกิดความติดขัด

ดังนั้น แม้ข้าวโพดจะยังเดินทางออกจากโรงงานไปหาลูกค้า แต่ระหว่างทางกลับมีทั้งค่าเงินและค่าขนส่งเข้ามากดมูลค่าธุรกิจ

ข้าวโพดหวานตลาดโลก 6 หมื่นล้าน ไทยไม่ได้เป็นผู้เล่นเล็ก ๆ

ถ้ามองตลาดใหญ่ขึ้น อดิศัย ให้ข้อมูลว่า ตลาดซื้อขายข้าวโพดหวานทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 60,024 ล้านบาท

ประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดถึง 17% หรือประมาณ 10,150 ล้านบาท ส่วน SUN มีส่วนแบ่งประมาณ 4.8% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,994 ล้านบาท

ขณะที่ฮังการีเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวโพดหวานรายใหญ่ของโลก มีส่วนแบ่งประมาณ 18% SUN เองไม่ได้ขายอยู่แค่ประเทศเดียว แต่ปัจจุบันส่งออกไปแล้ว 54 ประเทศ ผ่านคู่ค้ากว่า 200 ราย

ตลาดเอเชียเป็นตลาดหลักมีสัดส่วนมากกว่า 50% โดยญี่ปุ่นเป็นตลาดใหญ่อันดับหนึ่ง มีสัดส่วนมากกว่า 30% ส่วนยุโรปมีประมาณ 10%

เรียกได้ว่า SUN กระจายตลาดไว้ไม่น้อย แต่โลกธุรกิจวันนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะแค่มีลูกค้าหลายประเทศอาจไม่พอ ถ้าเส้นทางขนส่งของบางภูมิภาคเกิดปัญหาพร้อมกัน

ตะวันออกกลางสะดุด ก็ต้องหาบ้านใหม่ให้ข้าวโพด

เมื่อเส้นทางในตะวันออกกลางมีปัญหา SUN จึงเลือกวิธีกระจายความเสี่ยง แทนที่จะรอให้ตลาดเดิมกลับมาอย่างเดียว อินโดนีเซีย กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตา เพราะมีประชากรเกือบ 300 ล้านคน

SUN เตรียมส่งทั้งสินค้า RTE (อาหารพร้อมบริโภค / อาหารพร้อมทาน) ที่เก็บได้นานประมาณ 1 ปี และข้าวโพดกระป๋องเข้าไป โดยเริ่มจากช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตในบาหลี

ส่วน ฟิลิปปินส์ ที่มีประชากรราว 120 ล้านคน บริษัทจะใช้เกมอีกแบบ คือเน้นสินค้าพร้อมรับประทานและข้าวโพดกระป๋องที่ราคาจับต้องได้ เพื่อเจาะตลาดวงกว้างและเอา Volume

ขณะที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ บริษัทมองสินค้าข้าวโพดแช่แข็ง เพราะตลาดนี้มีโอกาสช่วยเพิ่ม Margin

เห็นได้ว่า SUN ไม่ได้ใช้สินค้าเดียวกันหรือกลยุทธ์เดียวกันกับทุกตลาด แต่กำลังเลือกให้เหมาะกับโจทย์ของแต่ละประเทศ บางตลาดเอา Volume บางตลาดเอา Margin และบางตลาดใช้ RTE เป็นหัวหอก

สัญญาเดิมยังไม่ขึ้นราคา แต่สัญญาใหม่ “ขอคุยกันใหม่”

แล้วเมื่อรายได้ถูกกด แต่ต้นทุนกลับสูงขึ้น SUN ทำอย่างไร?

ดร.องอาจ กิตติคุณชัย เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการบริหารของ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน)  ให้คำตอบว่า บริษัทต้องรับมือกับต้นทุนทั้ง พลังงาน ค่าขนส่งทางเรือ และราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติก ที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ภายนอก

แต่สิ่งที่ SUN เลือกทำอาจสวนทางกับสิ่งที่หลายคนคาดบริษัท ไม่ขึ้นราคากลางสัญญา เหตุผลคือไม่ต้องการผิดข้อตกลงกับคู่ค้า และต้องการรักษาความสัมพันธ์ระยะยาว

แต่พอถึงเวลาทำ สัญญาใหม่เกมจะเปลี่ยน SUN จะทยอยเจรจาปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น เพื่อดึง Gross Profit หรือ GP และ Net Profit กลับมา บริษัทคาดว่าจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ ไตรมาส 3 และชัดเจนขึ้นในไตรมาส 4

ส่วนเรื่องค่าเงิน ดร.องอาจ ระบุว่า บริษัทเน้นบริหารความเสี่ยงโดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ไม่ได้เข้าไปเก็งกำไรจากค่าเงิน ก่อนหน้านี้ SUN ตั้งสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ประมาณ 33.5-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะสำหรับบริษัทส่งออก ค่าเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัว

ขายสินค้าเท่าเดิม ปริมาณเท่าเดิม แต่ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยน รายได้เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาทก็เปลี่ยนตาม นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ตัวเลข Volume ลด 1.9% แต่ยอดส่งออกในรูปเงินบาทลด 19.5% ต้องอ่านควบคู่กัน

ขึ้นราคาไม่ได้ทันที งั้นกลับมา “ลดต้นทุน” ที่โรงงาน

อีกหมากของ SUN คือการกลับมาเล่นกับสิ่งที่ควบคุมได้มากกว่า นั่นคือต้นทุนภายในโรงงาน ดร.องอาจ ระบุว่า บริษัทเตรียมเลื่อนรายจ่ายลงทุนที่ยังไม่จำเป็นเร่งด่วนออกไปก่อน

ขณะเดียวกันจะเร่งนำ Automation และ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ส่วนค่าไฟก็เตรียมใช้ Solar Rooftop เข้ามาช่วยลดต้นทุนพลังงาน โดยคาดว่าจะเห็นความคืบหน้าภายใน 3-4 เดือน

ดังนั้นสูตรฟื้น Margin ของ SUN จึงไม่ได้มีแค่ “ขึ้นราคา”แต่เป็นการทำพร้อมกัน 2 ทาง ด้านหนึ่งเพิ่มราคาขายเมื่อถึงรอบสัญญาใหม่ อีกด้านลดต้นทุนการผลิตให้ได้มากที่สุด

รายได้ครึ่งปีแรก 1,747 ล้าน แต่ SUN ไม่อยากพึ่งข้าวโพดอย่างเดียว

ด้านผลประกอบการ นายวีระ นพวัฒนากร เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน และกรรมการบริหารของบริษัท บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN  ระบุว่า ไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้ 849 ล้านบาท และครึ่งปีแรกมีรายได้รวม 1,747 ล้านบาท

รายได้หลักยังมาจากธุรกิจข้าวโพดหวานประมาณ 70-80% ทั้งกระป๋อง แช่แข็ง และถุงสุญญากาศ ขณะที่ RTE  (อาหารพร้อมบริโภค / อาหารพร้อมทาน) มีสัดส่วนประมาณ 20% กว่า

ตัวเลขนี้กำลังบอกว่า วันนี้ SUN ยังเป็น “บริษัทข้าวโพดหวาน” อย่างชัดเจน แต่ในระยะต่อไปบริษัทกำลังพยายามเพิ่มธุรกิจอื่นเข้ามา เพื่อไม่ให้รายได้ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับข้าวโพดหวานและตลาดส่งออกเพียงอย่างเดียว

ปัจจุบัน SUN มีสินค้า RTE ในร้านสะดวกซื้อแล้ว 17 รายการ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • ธัญพืชพร้อมรับประทาน
  • ขนมไทย เช่น ข้าวต้มมัดและขนมข้าวโพด
  • สินค้าพร้อมปรุง หรือ RTC

แต่ 17 รายการนี้ยังไม่ใช่จุดจบ เพราะในครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ เกือบ 10 กว่ารายการ หรือเฉลี่ยประมาณ 3-4 รายการต่อไตรมาส

Q4 จับตาการฟื้นตัว หลังปรับราคา-ลดต้นทุน-เพิ่มตลาด

ครึ่งปีหลัง SUN เดินหน้า 4 ด้าน ได้แก่ บริหารค่าเงิน ปรับราคาสัญญาใหม่ ลดต้นทุน และขยายตลาด โดยใช้ Automation, AI และ Solar Rooftop ช่วยลดต้นทุนการผลิต

ด้านต่างประเทศ บริษัทขยายตลาดใน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ พร้อมเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเพื่อหาลูกค้าใหม่

ส่วน RTE ปัจจุบันมีสินค้าในร้านสะดวกซื้อ 17 รายการ และเตรียมเปิดตัวเพิ่มอีก กว่า 10 รายการ ขณะที่โครงการ Biotech/Retort ตั้งเป้าเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ใน Q4

SUN คาดว่าการปรับราคาสัญญาใหม่จะเริ่มช่วย GP และกำไรสุทธิตั้งแต่ ไตรมาส 3 และชัดเจนขึ้นใน ไตรมาส 4 ซึ่งเป็น High Season ก่อนต่อเนื่องถึง Q1 ปีหน้า

ระยะ 3-5 ปี บริษัทมุ่งขยายธุรกิจ Future Food และ RTE พร้อมรักษานโยบายจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ


Update: 2026-08-11
Tags: