อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ แหล่งเก็บประวัติศาสตร์คาทอลิกไทยกว่า 170 ปีในรั้วอัสสัมชัญ
กลางถนนเจริญกรุงที่วุ่นวายของกรุงเทพฯ มีรั้วสูงกั้นโลกไว้สองใบ ด้านหนึ่งคือเมืองที่ไม่หยุดหมุน อีกด้านคือพื้นที่เงียบสงบของโรงเรียนอัสสัมชัญ และซ่อนอยู่ในนั้นคืออาคารสีครีมเก่าแก่ที่น้อยคนรู้จัก
หอจดหมายเหตุ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ ไม่ใช่แค่ห้องเก็บเอกสาร มันคือห้องที่ประวัติศาสตร์ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกในดินแดนสยามถูกเก็บรักษาไว้อย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ยุคที่มิชชันนารีกลุ่มแรกยังต้องแอบเผยแพร่ศาสนาในความลับ จนถึงยุคที่สถาบันคาทอลิกกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย
อาคารที่เก่ากว่าความทรงจำที่ใครจำได้

อาคารที่เป็นที่ตั้งของ หอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ มีประวัติที่ลึกกว่าที่เห็น ในช่วงแรกสร้างขึ้นเป็นบ้านพักของพระสังฆราชปาลเลอกัวซ์ ผู้แทนพระสันตะปาปาประจำมิสซังสยาม ท่านได้บันทึกถึงการสร้างอาคารนี้ไว้เมื่อ พ.ศ. 2398 ในหนังสือ “เล่าเรื่องกรุงสยาม” ซึ่งกลายเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ในตัวเอง
พระสังฆราชปาลเลอกัวซ์ไม่ได้เป็นแค่ผู้แทนศาสนาจากฝรั่งเศส แต่เป็นนักวิชาการที่รอบรู้ภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง เป็นผู้จัดทำพจนานุกรมภาษาไทย-ละตินอีกด้วย และเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ตั้งแต่ยังทรงผนวชอยู่
อาคารหลังนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่บ้านพัก แต่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสยามและโลกตะวันตกในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย
ประวัติศาสตร์ที่ลึกกว่าร้อยปี
เส้นทางของศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกในดินแดนไทยยาวนานกว่าที่คนส่วนใหญ่รู้ มิชชันนารีกลุ่มแรกเดินทางเข้ามาในสมัยกรุงศรีอยุธยาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นยุคที่สยามมีความสัมพันธ์ทางการค้าและการทูตกับโปรตุเกส ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์
เอกสารที่เก็บอยู่ใน หอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ บางชิ้นมีอายุย้อนไปถึงยุคนั้น ครอบคลุมทั้งบันทึกการเดินทางของมิชชันนารี ข้อพิพาทระหว่างคณะมิชชันในสยามช่วงศตวรรษที่ 17 ความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสและสยาม และบันทึกเหตุการณ์สำคัญที่เอกสารจากฝ่ายไทยไม่ได้บันทึกไว้
เอกสารเหล่านี้จึงเป็นหลักฐานที่เติมภาพให้ประวัติศาสตร์ไทยสมบูรณ์ขึ้น ในมุมที่มองจากสายตาของคนที่อยู่นอกราชสำนัก
เอกสารที่หาไม่ได้ที่อื่น
สิ่งที่ทำให้ หอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ มีคุณค่าต่อนักประวัติศาสตร์และนักวิจัยคือเอกสารที่ไม่มีในแหล่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นบันทึกเหตุการณ์ ภาพถ่ายเก่า และเอกสารจดหมายโต้ตอบที่ครอบคลุมหัวข้อหลากหลาย
คอลเลกชันที่น่าสนใจที่สุดบางส่วนได้แก่ บันทึกการเดินทางของพระสังฆราชแห่งเบริธ ผู้ก่อตั้งคณะมิชชันสู่อาณาจักรโคจินจีนซึ่งผ่านสยาม จดหมายเหตุความสัมพันธ์ฝรั่งเศส-สยาม วิวัฒนาการการถ่ายภาพในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2388 ถึง 2535 ประมวลภาพบุคคลสำคัญและเหตุการณ์ต่างๆ และประวัติชุมชนชาวเวียดนามคาทอลิกในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มักถูกละเลยในประวัติศาสตร์กระแสหลัก
บุญราศีนิโคลาส บุญเกิด นักบุญไทยที่บันทึกไว้ที่นี่

หนึ่งในเรื่องราวที่ หอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ เก็บรักษาไว้อย่างพิถีพิถันคือเรื่องราวของบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง นักบวชคาทอลิกชาวไทยที่ถูกประหารชีวิตในสมัยรัชกาลที่ 3 เพราะไม่ยอมละทิ้งศรัทธา
บุญเกิดได้รับการสถาปนาเป็นบุญราศีโดยสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2532 และเรื่องราวของเขาคือหนึ่งในบทที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์คาทอลิกไทย เอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับชีวิตและการพลีชีพของเขาถูกเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งนี้
เดินเข้าไปชม ถามหาได้ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ
สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสอาคารโบราณและเอกสารประวัติศาสตร์เหล่านี้จริงๆ หอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ ตั้งอยู่ในรั้วโรงเรียนอัสสัมชัญ ถนนเจริญกรุง บางรัก กรุงเทพมหานคร
การเข้าชมควรติดต่อล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ catholichaab.com เพราะเป็นสถานที่ที่เปิดให้นักวิจัยและผู้สนใจประวัติศาสตร์เข้าค้นคว้าเอกสาร ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวทั่วไป แต่สำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์ที่ไม่ค่อยถูกเล่าถึง ที่นี่คือพื้นที่ที่ตอบคำถามได้มากกว่าหนังสือหลายสิบเล่ม