น้ำป่าถล่มชายแดนเนปาล-จีน คร่าแล้ว 17 ชีวิต สูญหายอีกหลายร้อย
วันนี้ (26 ส.ค.2569) CNN รายงาน เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มครั้งรุนแรง บริเวณพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่ออาคารบ้านเรือน ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และชีวิตของประชาชน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ จังหวัดบากมาตี ประเทศเนปาล ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดแล้วอย่างน้อย 17 คน ขณะที่ทางการทั้ง 2 ประเทศหวั่นเกรงว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นอีกมาก เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน
ชิเชียร์ คานาล รมว.ต่างประเทศเนปาล แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 4.4 เมื่อเวลา 08.37 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เกิดดินสไลด์ขนาดใหญ่ ถล่มลงมาปิดกั้นการไหลของแม่น้ำ โพเต โกษี จนเกิดการสะสมตัวของมวลน้ำมหาศาล และทะลักล้นลงสู่พื้นที่ตอนใต้
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติจาก ศูนย์ศึกษาวิธีการพัฒนาภูเขาบูรณาการนานาชาติ (ICIMOD) ณ กรุงกาฐมาณฑุ ระบุเสริมว่า จากการวิเคราะห์เบื้องต้นพบว่ามวลน้ำป่าที่ไหลทะลักในแม่น้ำเลนเต โคลา ซึ่งเป็นลำน้ำสาขา มีสาเหตุหลักมาจากหิมะและหินจากธารน้ำแข็งถล่ม ลงมาปิดกั้นลำน้ำทางฝั่งเนปาล ก่อนจะแตกออกและส่งมวลน้ำมหาศาลไหลทะลักลงสู่พื้นที่ตอนใต้ด้วยความเร็วสูง
เร่งค้นหานักท่องเที่ยวต่างชาติ-คนงานเขื่อนพลังน้ำ
สภาการท่องเที่ยวแห่งประเทศเนปาล เปิดเผยสถิติเบื้องต้นว่า มีผู้ที่รายงานว่าสูญหายในพื้นที่ประสบภัยแล้วอย่างน้อย 384 คน โดยในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถึง 291 คน และชาวเนปาล 93 คน ซึ่งครอบคลุมนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ เช่น อินเดีย ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ สหราชอาณาจักร และมาเลเซีย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งประสานงานกับบริษัทนำเที่ยวและไกด์ท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบรายชื่ออย่างละเอียด
นอกจากนี้ สำนักข่าวสารแห่งชาติเนปาล (RSS) รายงานว่า มีพนักงานของโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ "ลังตัง โกษี" ในเทศบาลราสุวา ชายแดนเนปาล-จีน สูญหายไปอีกราว 60 คน ขณะที่พวกเขากำลังปฏิบัติงานเทคอนกรีต อยู่ภายในอุโมงค์กึ่งใต้ดิน ซึ่งถูกกระแสน้ำป่าเข้าท่วมและสร้างความเสียหายแก่อย่างหนัก
สถานการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่เทศบาลราสุวา โดยเฉพาะในจุดวิกฤต เช่น เซยาปรู เบซี และ ติมูเร ซึ่งเป็นเมืองท่าชายแดนสำคัญ เป็นไปอย่างยากลำบาก พล.ต.ราจา ราม บาสเนต โฆษกกองทัพเนปาล เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยยังไม่สามารถลงจอดในพื้นที่ประสบภัยหลักได้ เนื่องจากระดับน้ำป่ายังคงเชี่ยวกรากและสูงเกินไป อย่างไรก็ตาม กองทัพและตำรวจเนปาลได้ส่งกำลังพลเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ตลอดแนวลำน้ำไปยังพื้นที่สูงเป็นการด่วนแล้ว
ด้านประเทศจีน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สั่งการให้หน่วยงานทุกภาคส่วน เร่งระดมกำลังค้นหาและช่วยเหลือผู้สูญหายอย่างเต็มที่ หลังจากดินโคลนถล่มและน้ำป่าส่งผลให้เกิด "ความสูญเสียครั้งใหญ่" ใน อ.กีรุง เขตปกครองตนเองทิเบต โดยส่งผลให้ระบบไฟฟ้า การสื่อสาร และเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
ทั้งนี้ รัฐบาลจีนส่งรองนายกรัฐมนตรีจาง กั๋วชิง ลงพื้นที่เพื่อควบคุมการกู้ภัย พร้อมส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือฉุกเฉินกว่า 30,000 ชิ้น เช่น เต็นท์ เครื่องทำความร้อน และชุดที่นอน ไปยังทิเบตแล้ว
เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือน ถึงความเปราะบางของภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกอย่างรุนแรง
โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกิดภัยพิบัติน้ำป่าและดินถล่มขึ้นบ่อยครั้ง เช่น เหตุการณ์น้ำป่าถล่มเนปาลเมื่อเดือน ก.พ. และ ก.ย.2567 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 200 คน รวมถึงเหตุการณ์ทะเลสาบธารน้ำแข็งล้นทะลักในรัฐสิกขิมของอินเดีย เมื่อปี 2566 ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนในภูมิภาคอย่างมหาศาล
อ่านข่าว :
"อภิสิทธิ์" กาง 4 เหตุผลคว่ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน แก้ไม่ตรงจุด-เสี่ยงทุจริต
จำคุก 3 ปี 4 เดือน "สมหญิง" อดีต สส.เพื่อไทย ทุจริตสร้างสนามฟุตซอล
จีนสั่งกวาดล้าง "ผักกาดขาวฟอร์มาลิน" สภาผู้บริโภค จี้รัฐสกัดก่อนเข้าไทย