classicliterature.it.com

ฟิล์ม ปฏิเสธทุกข้อหา ทนาย ยันยอดเงิน 142 ล้าน 'ยกเมฆ' มีแค่ 25 ล้าน ขายแมสก์ ยุคโควิด

ฟิล์ม ปฏิเสธทุกข้อหาเส้นทางการเงินที่ดีเอสไอพบมีเพียง 25 ล้านบาทที่รับโอนจาก บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด ไม่ใช่ยอดเงิน 142 ล้านบาทตามที่ปรากฏเป็นข่าว เงิน 25 ล้านบาท มาจากการทำธุรกิจจำหน่ายหน้ากากอนามัยช่วงโควิด-19 ระบาด ชื่อเดิม คือ บริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด ตนทำหน้าที่เป็นผู้ถือหุ้นเพียง 1% เท่านั้น

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่ดีเอสไอ ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม นักแสดงชายชื่อดัง เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ในฐานะผู้ต้องหาคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต นานกว่า 6 ชม. นับแต่เวลา 10.35 น. ที่ผ่านมา

โดย ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช เปิดเผยว่า วันนี้เราก็ได้รับทราบข้อกล่าวหาชุดใหญ่เรียบร้อยแล้ว โดยมีทุกเรื่องตามที่พนักงานสอบสวนได้แจ้ง อาทิ ประกอบกิจการฝึกอบรม เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำด้านการตลาดและการจำหน่ายด้านธุรกิจ เป็นนายหน้าให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา และตามด้วยข้อกล่าวหา เป็นต้น ทั้งหมดนี้เรายืนยันปฏิเสธทุกข้อหา และสำหรับเมื่อเช้าที่มีคำถามเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน จำนวน 142 ล้านบาท ซึ่งนายรัฐภูมิรับโอนจากนายภูริทัต (พี่ชายของนายรัฐภูมิ) นั้น เราได้ดูข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าไม่มีจริง แต่มันมีเพียงเส้นทางการเงินจากบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด ที่โอนมาเข้าบัญชีธนาคารของนายรัฐภูมิ เพียง 25 ล้านบาท

ซึ่งจำนวนเงิน 25 ล้านบาทนี้ก็เกิดขึ้นในตอนปี พ.ศ. 2562-2569 ซึ่งมันเป็นเวลาตั้ง 7 ปี แล้วเงินจำนวน 25 ล้านบาทนี้ ในปี 2565 ก็พบว่าเป็นช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด เดิมมีชื่อว่า “บริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด“ ซึ่งบริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด ก็ดำเนินธุรกิจหน้ากากอนามัย ซึ่งในปี 2563 มันเป็นช่วงที่หน้ากากอนามัยขายดี จึงทำให้มีเงินไหลเวียนระหว่างบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด (ชื่อเดิม บริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด) กับนายรัฐภูมิ แต่รวมเบ็ดเสร็จ 7 ปีมานี้ มันมีแค่จำนวนเงิน 25 ล้านบาทเท่านั้นที่เชื่อมโยงกับนายรัฐภูมิ

 ทนายประมาณ เปิดเผยอีกว่า เส้นทางการเงินที่เข้ามาถึงบัญชีธนาคารของนายรัฐภูมิ ก็ไม่เกี่ยวกับคดีการฉ้อโกงประชาชนที่เกิดขึ้นในปี 2568-2569 (คดี Forex) ดังนั้น กระแสข่าวเรื่องเส้นทางการเงินจำนวน 142 ล้านบาท บอกตามตรง ”ยกเมฆ“ แต่ทั้งหมดที่ดีเอสไอตั้งข้อหามา เราชี้แจงได้หมดเลย ไม่ว่าจะเรื่องเส้นทางการเงินที่โอนกันระหว่างนายรัฐภูมิ และนายภูริทัต ยอด 11 ล้านบาทบ้าง ยอด 4 ล้านบาทบ้าง อันนี้เราก็ชี้แจงได้เช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นจำนวนเงินเล็กน้อยไม่สูงถึง 142 ล้านบาทตามหน้าข่าว รวมถึงบริษัทฯ ที่มีเส้นทางการเงินกับนายรัฐภูมิ หรือกรณีบริษัทพวก Payment Gateway ต่าง ๆ ที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับนายรัฐภูมิ ดีเอสไอก็ระบุในจำนวนเงินที่ตั้งข้อสงสัย แต่เราก็ชี้แจงไปทั้งหมดแล้ว แต่เราก็ต้องย้ำว่า เงินที่บริษัท Payment Gateway ได้รับมาจากบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด นั้นก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับโค้ชเจมส์ เช่นกัน

ทนายประมาณ เปิดเผยอีกว่า หากดูความเกี่ยวข้องระหว่างบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด กับนายรัฐภูมิ ตนสรุปง่าย ๆ คือ บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด มีการประกอบกิจการเกี่ยวกับการจำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งชื่อเดิมคือ บริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด แต่มาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด ในปี 2565 เพื่อมาประกอบธุรกิจเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ในช่วงปี 2566-2568

นอกจากนี้ กรณีที่พบว่าบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด ไปเกี่ยวข้องกับโค้ชเจมส์ (นายธีรพงษ์ คงแก้ว) ในช่วงเดือน พ.ค.68-พ.ค.69 ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับเราเลย พร้อมยืนยันว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุใด ๆ นายรัฐภูมิไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย รวมถึงบริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด ที่เป็นหนึ่งในกลุ่ม Payment Gateway ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับนายรัฐภูมิ เพราะต้องบอกว่า บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด ถือเป็นบริษัทตัวกลางที่รับชำระเงิน ดังนั้น เงินที่โค้ชเจมส์จ่ายมาถึงพวกบริษัท Payment Gateway ก็ไม่ได้โยงถึงนายรัฐภูมิโดยตรง เพราะโค้ชเจมส์มีการชำระเงินผ่าน Payment หลายรายกระจายกันไป

ทั้งนี้ เงินที่มีความเชื่อมโยงกันกับพวก Payment Gateway ต่าง ๆ ก็ย่อมอาจมาจากคนอื่น ๆ ด้วย ที่เป็นคู่กรณีกันในคดี ดังนั้น เงินที่พบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด กับนายรัฐภูมิ จึงเป็นแค่การให้บริการเช่าซอฟต์แวร์ในการทำธุรกิจหน้ากากอนามัยเท่านั้น ส่วนบริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด จดทะเบียนบริษัทฯ ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อประกอบธุรกิจจำหน่ายหน้ากากอนามัย จากนั้นในปี 2565 ค่อยมาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด โดยภายหลังการเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ นายรัฐภูมิก็ยังทำหน้าที่อยู่ แต่ก็มีพี่ชายนายรัฐภูมิ และอีกคนทำหน้าที่หลักในการบริหารมากกว่า

ด้าน นายรัฐภูมิ หรือฟิล์ม เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้ชี้แจงข้อกล่าวหา ตนก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะมาก เพราะทำให้เราได้รับทราบข้อกล่าวหา และรู้ว่าไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นนั้น มันเกี่ยวข้องกับเรื่องใด อย่างไรหลังจากนี้จะได้กลับไปเตรียมเอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อเข้ามาชี้แจงในภายหลัง ส่วนบริษัท HFM จำกัด นั้น ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้มีการกล่าวหาถึง ทางพนักงานสอบสวนสอบถามแค่เรื่องบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด เท่านั้น รวมไปถึงพวกบริษัท QRS Global ก็ไม่เกี่ยวข้องกับตนทั้งสิ้น ซึ่งมันก็เป็นไปได้ว่าบริษัทเหล่านี้อาจไปพันกับคนอื่น เพราะมันมีหลายส่วนที่โยงกัน ทั้งนี้ ตนต้องย้ำว่าในปี 2568-2569 ตนกับบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเเล้ว

นายรัฐภูมิ เปิดเผยอีกว่า สำหรับพฤติการณ์ข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอหาว่าตนมีการชักชวน มีหน้าที่เป็นโบรกเกอร์ หรือมีลูกทีมนั้น ตนก็พบว่าดีเอสไอไม่ได้มีหลักฐานตรงนี้ เพราะตนไม่เคยชักชวนใคร
ทนายประมาณ กล่าวว่า มันเป็นเพียงการตั้งข้อกล่าวหาของดีเอสไอ ที่หาว่านายรัฐภูมิไปชักชวนบุคคลอื่น ซึ่งเราก็ให้การว่าเราไม่เคยชักขวนใครทั้งสิ้น

นายรัฐภูมิ เปิดเผยอีกว่า สำหรับบริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด (ชื่อใหม่ คือ บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด) ตนเคยเป็นผู้ถือหุ้นจริง แต่ถือหุ้นเพียง 1% ซึ่งบทบาทก็น้อยนิดหากเทียบกับผู้อื่นในบริษัทฯ ซึ่งถ้าดูจากรูปคดี ก็พบว่าตัวบริษัทไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร เราเลยสบายใจขึ้น ซึ่งตนก็เข้าใจได้ว่าอาจทำให้ใครเข้าใจผิด แต่เราก็แค่มาชี้แจงให้ถูกต้อง ซึ่งหน่วยงานก็ให้ความเป็นธรรมจริง ๆ

ทั้งนี้ เอกสารหลังจากนี้ที่ต้องนำมาเพิ่มเติมในภายหลังก็จะเป็นเส้นทางการเงินเพิ่มเติมบางส่วนเท่านั้นในปี 2562 ขณะที่ทนายประมาณ เสริมขึ้นมาว่า ก็คือกรณีที่บริษัทจำพวก Payment Gateway ได้โอนมาที่บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด แล้วก็มีโอนมาที่บัญชีนายรัฐภูมิ เป็นต้น ส่วนตนไม่มีความสนิทรู้จักกันะป็นการส่วนตัวกับโค้ชเจมส์, น.ส.มัลลิกา ผู้บริหาร QRS, รวมถึงกรณีของนายภาวุธ ตนก็ไม่เคยรู้จักหรือได้เจอนายภาวุธในวงการเทรดมาก่อนเลย ขณะที่ทนายประมาณ ย้ำว่า กรณีของนายรัฐภูมิและนายภาวุธ มันเป็นไทม์ไลน์คนละเวลากัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันเลย

Update: 2026-08-03
Tags: