ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 140.15 จุดจากแรงซื้อหุ้นการเงิน แต่หุ้นเทคฉุด S&P500-Nasdaq
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในจันทร์ (24 ส.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มการเงิน แต่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบเนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนประเมินข่าวสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่ออิหร่าน รวมทั้งจับตาผลประกอบการของบริษัท Nvidia, ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และการกล่าวสุนทรพจน์ของ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมแจ็กสัน โฮล ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,417.16 จุด เพิ่มขึ้น 140.15 จุด หรือ +0.26%
- ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,652.86 จุด ลดลง 21.51 จุด หรือ -0.28%
- ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,980.19 จุด ลดลง 200.26 จุด หรือ -0.76%
หุ้นกลุ่มการเงินเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์ โดยหุ้น JPMorgan Chase ปรับตัวขึ้น 1.4% และหุ้น Visa พุ่งขึ้น 3%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยร่วงลง 1.6% ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงานลดลง 0.76% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคทำผลงานได้ดีที่สุด โดยปรับตัวขึ้น 1.76% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินดีดตัวขึ้น 1.24%
หุ้นกลุ่มชิปถูกเทขาย และได้ฉุดดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ร่วงลง 2.7% ขณะที่หุ้น Nvidia ร่วงลง 2.9%, หุ้น Micron Technology ดิ่งลง 5.8% และหุ้น Broadcom ร่วงลง 2.6% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P 500
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังได้รับผลกระทบจากกระแสต่อต้านทางการเมืองที่มีต่อศูนย์ข้อมูล AI โดยเว็บไซต์ข่าว Axios รายงานเมื่อวันอาทิตย์ (23 ส.ค.) ว่า เกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังอุตสาหกรรม AI ว่า กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลกำลังเผชิญหายนะและสมควรถูกต่อต้าน หลังจากบริษัทเหล่านี้ไม่ได้รับการยอมรับจากชุมชน
คำเตือนดังกล่าวของผู้ว่าการรัฐเท็กซัส มีขึ้นหลังจากที่เขาได้สั่งระงับการอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ผ่านกระบวนการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐ โดยอ้างถึงความกังวลว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อความเสถียรของระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ คำเตือนของแอบบอตต์ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กระแสคัดค้านโครงการเหล่านี้กำลังขยายตัว
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เตือนว่า สหรัฐจะเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ รถบรรทุก และชิ้นส่วนยานยนต์จากแคนาดา เป็น 50% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศประสบความล้มเหลว
ทั้งนี้ หุ้นบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ร่วงลง โดยหุ้น Ford Motors ร่วงลง 3.3% และหุ้น General Motors ปรับตัวลง 1.1% ขณะที่หุ้น J.B. Hunt Transport ซึ่งบริษัทขนส่งด้วยรถบรรทุก ดิ่งลง 5.7%
นักลงทุนประเมินข่าวสหรัฐฯ ออกมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศในวันจันทร์ว่า อิหร่านจะต้องเผชิญกับ วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ (Economic D-Day) พร้อมประกาศมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภาคส่วนที่อิหร่านใช้พยุงเศรษฐกิจของตนเอง
สำหรับความเคลื่อนไหวของตลาดพันธบัตรนั้น สำนักข่าว CNBC รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ว่า กระทรวงการคลังอาจใช้เงินในบัญชี Treasury General Account ของทางกระทรวงฯ หรือ TGA เพื่อนำไปซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล
ทั้งนี้ แม้ข่าวดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปรับตัวลงแตะระดับ 4.704% แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ยังคงยืนเหนือระดับ 5%
นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของ Nvidia บริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนก.ค ของสหรัฐฯ ในวันพุธนี้ (26 ส.ค.) โดยดัชนี PCE เป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อประเมินภาวะเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. โดยการประชุมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ Financial Innovation: Implications for Payments and Policy
โดย รัตนา พงศ์ทวิช