137 Pillars House โรงแรมหรูจากบ้านบอร์เนียวอายุกว่า 130 ปี
137 Pillars House คือโรงแรมระดับลักชัวรีบูติกย่านวัดเกตการาม จังหวัดเชียงใหม่ ที่สร้างขึ้นรอบบ้านไม้สักเก่าแก่ที่เคยเป็นสำนักงานของบริษัทบอร์เนียว กิจการสัมปทานไม้แห่งแรกของสยาม เรื่องราวของที่นี่น่าสนใจเพราะเป็นงานอนุรักษ์ที่ทำให้อาคารประวัติศาสตร์กลับมามีชีวิต โดยไม่ลบร่องรอยของยุคสมัยเดิม

บ้านบอร์เนียวสันนิษฐานว่าสร้างเสร็จราว พ.ศ. 2432 ในช่วงที่ล้านนายังเป็นหัวเมืองประเทศราชของสยาม ใช้เป็นสำนักงานของบริษัทบอร์เนียวที่มาทำสัมปทานไม้สักในภาคเหนือ ผู้จัดการคนแรกคือ นายหลุยส์ ที. ลีโอโนเวนส์ บุตรชายของแอนนา ลีโอโนเวนส์ พระอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในรัชกาลที่ 5
หลังบริษัทบอร์เนียวเปิดกิจการ บริษัทค้าไม้อื่นก็ตามมา เช่น บอมเบย์ เบอร์มา อีส เอเชียติก และสยามฟอร์เรส บ้านหลังนี้ถูกกองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นสำนักงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และกลับมาเป็นสำนักงานของบริษัทเดิมหลังสงคราม จนบริษัทเลิกกิจการใน พ.ศ. 2498 นายวิลเลียม เบนส์ ผู้จัดการคนสุดท้าย ซื้อที่ดินพร้อมบ้านไว้ แล้วตกทอดสู่ทายาทหลายรุ่น
ต่อมา คุณนิพันธ์ วงศ์พันเลิศ เจ้าของกังวาลเท็กซ์ไทล์ ผู้สนใจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เชียงใหม่ ตั้งใจหาเรือนแถวเรียบง่ายไว้เป็นบ้านพักตากอากาศ จนมาพบที่ดินร่มรื่นในซอยวัดเกต และได้บ้านไม้สักสีดำที่ซ่อนอยู่ในหมู่ไม้มาด้วย ตอนซื้อ บ้านทรุดโทรมมากจนบูรณะได้ยาก

ค้นคว้าก่อนซ่อม ทีมออกแบบแนวหน้ารวมตัวกัน
อาจารย์จุลพร นันทพานิช แห่ง North Forest Studio ได้รับเชิญมาดูแลงานบูรณะ และเสนอให้ค้นคว้าประวัติศาสตร์ก่อนออกแบบ ทีมใช้เวลา 3 เดือนสืบค้นจากหอจดหมายเหตุ สยามสมาคม และเอกสารเกี่ยวกับชาวตะวันตกในล้านนา ส่วนทีมออกแบบประกอบด้วย
- คุณพิสิษฐ สายัมพล แห่ง Habita Architects ดูแลการแปลงโฉมบ้านและที่ดิน
- คุณวิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล แห่ง P49 Deesign & Associates ออกแบบภายในอาคารเก่าและใหม่
- คุณวรรณพร พรประภา จาก P Landscape ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมที่เชื่อมพื้นที่ทั้งหมด
คุณพิสิษฐเสนอแนวทางไว้ 2 แบบ คือยกบ้านไปตั้งที่ทางเข้าเป็นจุดต้อนรับ หรือบูรณะในตำแหน่งเดิมที่อยู่ลึกเข้าไปในที่ดิน ทุกฝ่ายเลือกแบบหลัง ให้ผู้มาเยือนต้องเดินเข้าไปชมเรือนประธาน

ที่มาของชื่อ 137 Pillars House
ชื่อมาจากจำนวนเสาไม้ของตัวบ้านที่มีถึง 137 ต้น เพราะโครงสร้างแทบทั้งหมดเป็นไม้ จึงต้องวางเสาถี่เพื่อความแข็งแรง และในบ้านโบราณ เจ้าของยิ่งมีฐานะ บ้านยิ่งมีเสามาก
ความท้าทายสำคัญคือพื้นที่น้ำท่วมถึง แม้เรือนจะยกพื้นสูงประมาณ 1.8 เมตรอยู่แล้วก็ยังไม่พอ ทีมงานใช้คนราว 100 คนคุมแม่แรง 80 ตัว ยกเรือนครั้งละ 5 เซนติเมตร ใช้เวลา 2 วัน แล้วสอดเสาเหล็กไว้ใต้เสาไม้เดิมให้ไม้ลงมาวางบนเสาเหล็กพอดี เทคนิคนี้อาจารย์จุลพรได้แนวคิดจากงานบูรณะหลังแผ่นดินไหวที่กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล โดยสถาปนิกชาวออสเตรีย ข้อดีคือเห็นชัดว่าส่วนไหนเป็นของเดิมและส่วนไหนเสริมเข้าไป
เมื่อยกเรือนสูงขึ้นเป็น 4.8 เมตร สัดส่วนอาคารจะเพี้ยน ทีมจึงสร้างคันดินรอบตัวบ้านเพื่อให้ภาพภายนอกยังเหมือนบ้านสูง 1.8 เมตรเช่นเดิม ภายในกลับได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มเป็น 2 ชั้น
สถาปัตยกรรมโคโลเนียลล้านนาและวัสดุดั้งเดิม
บ้านบอร์เนียวเป็นสถาปัตยกรรมโคโลเนียลล้านนา ผสมดีไซน์ตะวันตกกับวัสดุแบบล้านนา จุดเด่นคือหลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องดินขอพื้นเมือง และเครื่องประดับหลังคาแบบโคโลเนียล อาจารย์จุลพรสันนิษฐานว่าช่างก่อสร้างน่าจะเป็นชาวจีนที่ชำนาญงานไม้ และบานประตูหน้าต่างอาจขนมาจากเมืองมะละแหม่งในเมียนมา
ทีมออกแบบตั้งใจใช้วัสดุใหม่ให้น้อยที่สุด ใช้ไม้จากเรือนบริวารและบ้านโบราณยุคเดียวกันแทน เพราะไม้สักอายุมากมีคุณภาพดีกว่า กระเบื้องหลังคาทุกแผ่นถูกรื้อลงมาล้างทำความสะอาด ทาน้ำยารักษา แล้วมุงกลับขึ้นไป ส่วนกลอนประตูและมือจับก็มีการทำทะเบียนทุกชิ้นก่อนบูรณะ และเสาะหาของให้ตรงยุค ส่วนเรือนบริวารซ่อมด้วยวัสดุใหม่บ้างและทาสีขาวให้เห็นชัดว่าต่างจากเรือนประธาน
ในบริเวณยังมีต้นยางอินเดียขนาดใหญ่ซึ่งเป็นไม้ตระกูลไทร ปลูกไว้ล่ามช้าง เพราะยุครุ่งเรืองบริษัทมีช้างลากซุงกว่า 200 เชือก

จากเรือนเก่าสู่โรงแรมร่วมสมัย
ปัจจุบันบ้านบอร์เนียวเป็นพิพิธภัณฑ์เล่าประวัติบ้านและพื้นที่ พร้อมเลานจ์ ฟิตเนส และห้องอาหารของโรงแรม และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ผังโรงแรมวางแบบหมู่เรือนคฤหบดี มีบ้านบอร์เนียวเป็นเรือนประธาน อาคารใหม่แต่ละหลังจงใจออกแบบให้เห็นว่าสร้างใหม่ ทีมพยายามตัดต้นไม้เดิมให้น้อยที่สุด ทำให้ห้องพักแต่ละห้องมีเลย์เอาต์ไม่ซ้ำกัน และมี Green Wall ริมสระว่ายน้ำที่ใช้กระถางต้นไม้นับร้อย
ด้านธุรกิจ คุณพิสิษฐเล่าว่าลงทุนราว 6.5 ล้านบาทต่อห้อง ซึ่งตามหลักต้องขายได้ราว 6,500 บาทต่อคืน แต่ตอนเปิดตัวขายได้ 12,000 บาท และ ณ ตอนให้สัมภาษณ์ขึ้นเป็น 20,000 บาท งานซ่อมบ้านใช้เวลาปีครึ่ง รวมการสร้างโรงแรมทั้งหมด 4 ปี และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเชนโรงแรม 137 Pillars