classicliterature.it.com

ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.

“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่  จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน ลั่นห้ามต่อใบอนุญาต ป.3 ป.4 ป.12 จนกว่ามีมติ ครม.เป็นอย่างอื่น สั่งตรวจทำเนียบฯ เข้ม คนใกล้ชิด-คนติดตาม พร้อมกำชับกลางที่ประชุม ภท. ห้าม "รมต.-สส." พกปืน “รัชดา” แจง ครม.เคาะ 10 มาตรการสั้น-ยาวเข้ม หวัง 60 วันเสนอกฎหมายใหม่ “หลอง งูเห่า” พ่นพิษ “บิ๊กต่าย” สั่งตั้ง กก.สอบปมปล่อยผู้ต้องหาชิล “ลูกสาว” รับร่าง “พ.ต.อ.ธงชัย” ยันความจริงมีหนึ่งเดียว “ศธ.” ชงวาระแห่งชาติให้สถานศึกษาเป็นเซฟโซน   

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569 ยังคงมีความต่อเนื่องจากการใช้อาวุธปืนก่อเหตุรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เร่งร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืนขึ้นมาใหม่ รวมถึงสั่งให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ไม่ให้ต่อใบอนุญาตทั้ง 3 ป. คือ ป.3 ป.4 ที่เกี่ยวกับการครอบครอง การซื้อ ไม่ให้ดำเนินการในช่วงนี้ จนกว่ามีมติ ครม.เป็นอย่างอื่น และ ป.12 คือใบพกปืนไม่มีนานแล้ว

เมื่อถามว่า กฎหมายใหม่จะเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเดิมบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ให้ถามนายปกรณ์ ซึ่งต้องควบคุมและมีบทลงโทษ โดยบทลงโทษต้องรุนแรงเด็ดขาดมากขึ้น สำหรับเรื่องเครื่องกระสุนก็เช่นเดียวกัน ในกฎหมายใหม่ต้องครอบคลุมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ถามว่า ต้องกำชับเกี่ยวกับการพกอาวุธปืนในสถานศึกษามากขึ้นหรือไม่ เนื่องจากมีแชตหลุดนักเรียนที่เชียงใหม่ขู่ก่อเหตุ นายอนุทินกล่าวว่า กำชับไปทุกที่ ช่วงนี้ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตั้งด่านตรวจค้น เน้นไปที่อาวุธปืนและยาเสพติดเป็นหลัก เพราะฉะนั้นหากไปพกอย่างเมื่อคืนวันที่ 10 ส.ค. พบพกปืนอยู่หลายราย คดีนี้ประกันไม่ได้ในชั้นสอบสวน  เจ้าหน้าที่ตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว อย่างไรต้องไปนอนในห้องขัง เพราะฉะนั้นอย่าพกอาวุธปืนออกจากบ้าน อย่าไปเชื่อใครที่พูดต้องมีไว้ป้องกันตัว ส่วนใหญ่คนที่พกอาวุธปืนเหล่านี้ทำร้ายตัวเอง เพราะเป็นของร้อน

ถามถึงการซื้อขายอาวุธปืนช่องทางออนไลน์จะควบคุมอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อใบอนุญาตมันไม่มี อย่าบอกว่าควบคุมยากหรือง่าย  มันมีไม่ได้ ถ้ามีผิดกฎหมาย กฎหมายรุนแรง คุกอย่างเดียว ก่อนออกกฎหมายนี้ก็ต้องไปหารือกับอัยการ ศาล เพื่อขอให้ท่านร่วมมือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ขอให้พิจารณาอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด และคัดค้านประกันตัวในขั้นตอนที่เหมาะสม

ถามว่า กรณีนักการเมืองที่เปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมีปืนหลายกระบอก  นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเป็นปืนที่มีใบอนุญาตจดทะเบียนอยู่แล้วก็เก็บไว้ที่บ้านอย่างเดียว พกพาไม่ได้ แต่ถ้าเป็นปืนเถื่อน กำลังให้ไปศึกษาวิธีการออกกฎหมายให้เอามาคืนหลวงภายในเวลาที่กำหนด เพราะปืนเถื่อนที่ผิดกฎหมายหรือปืนที่โอนไม่ได้ เช่น เป็นมรดกแต่ผู้รับไม่อยู่ในสภาวะที่รับได้ ก็ให้เอามาคืน โดยจะมีบทเว้นโทษหากนำมามอบในเวลาที่กำหนด ส่วนจะใช้คำว่านิรโทษกรรมได้หรือไม่นั้น ไม่ใช่นักกฎหมาย ไม่รู้จะใช้คำว่านิรโทษกรรมได้หรือไม่ แต่เป็นบทยกเว้นว่าถ้าเมื่อนำมาคืนในเวลาที่กำหนดแล้วก็ถือว่าไม่มีโทษอะไร

ถามอีกว่า ปืนที่ถูกกฎหมายจะห้ามนำออกจากบ้าน 100% ได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องห้ามได้สิ ในเมื่อห้าม ถ้าคนไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ในขณะปฏิบัติหน้าที่หากพกปืนไปไม่มีใบพกก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย แค่คิดก็ผิดแล้ว ไม่ใช่ห้าม 100% ไม่ได้ ตอนนี้ห้ามพกพา 100% ถ้าทำก็ผิดกฎหมาย และติดคุก

ถามถึงกรณีนักกีฬายิงปืนพกปืนไปสนามซ้อมจะดำเนินการอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีผ่อนปรน และต้องตรวจสอบจำนวนกระสุนซ้อม ปืนที่ใช้ในสโมสรหรือสนามยิงปืนนั้น และสนามยิงปืนต้องเป็นผู้เก็บ หากไปยิงปืนให้ฝากปืนไว้ที่สนาม และต้องไปลงทะเบียน ไปซื้อกระสุนซ้อมก็ต้องระบุจำนวนให้ตรงกันถูกต้อง  ซ้อมเสร็จก็ต้องเก็บไว้นำกลับบ้านไม่ได้ ตอนนี้อ้างกันทั่วไปหมดว่าไปซ้อมมา แต่วันนี้ต้องไม่มี มีปืนไม่ได้ ประเทศอื่นทำหมดแล้ว ใครมีปืนโทษรุนแรงถึงประหารชีวิตด้วยซ้ำ

เมื่อถามว่า คนที่ครอบครองปืนอย่างถูกต้อง แต่ภายหลังมีพฤติกรรมข่มขู่จะเพิกถอนใบอนุญาตได้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ใบอนุญาตใบพกไม่มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนที่ครอบครองแล้วมีพฤติกรรมน่าสงสัยคนในบ้านต้องสังเกต กฎหมายห้ามพกปืนออกจากบ้าน ต้องรู้กฎหมาย จะบอกตัวเองไม่รู้แล้วพกออกมาโมโหแล้วทำร้ายคนอื่นอย่างไรก็ผิด เดี๋ยววันไหนจะค้นทำเนียบฯ ดูว่าจะมีหรือไม่ กำลังจะสั่งพวกใกล้ชิดพวกติดตามพกปืนอยู่ ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็ตัวใครตัวมัน

ถามว่านายกฯ มีปืนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนตัวไม่มี แต่เคยมีแล้วหายไปไหนไม่รู้ และไปแจ้งความ แค่นั้นเอง

ส่วนเมื่อถามต่อว่า ภรรยาได้แจ้งยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ว่าครอบครองอาวุธปืน นายกฯ กล่าวว่า ไม่เคยไปดู และเมื่อถามว่านายกฯ ต้องระวังตัวมากขึ้นหรือไม่หากเกิดกรณีที่ภรรยาโมโห นายอนุทินส่ายหน้าพร้อมกับกล่าวว่า เขามีแจ้งด้วยเหรอ ต้องให้เขาทิ้งไว้ เพราะตอนนี้ก็ขายไม่ได้

เมื่อถามว่า เรื่องปืนจะเป็นไฟไหม้ฟางหรือไม่ เพราะตอนนี้ยังเป็นกระแส พอเวลาผ่านไปมาตรการอาจจะหละหลวมได้ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องไม่ให้หลวม เรามีเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง พอเรื่องนี้มันเป็นกฎหมายแล้วเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองต้องมีหน้าที่กํากับดูแลอย่างเคร่งครัด

ถามว่า ต่อไปนี้ปืนใช้ป้องกันตัวอยู่ในบ้านเท่านั้นใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ป้องกันตัวในบ้านจริงๆ ก็ไม่ได้ คุณลองยิงโจรในบ้านสิ คุณก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น ความจริงแล้วที่ผ่านมาเป็นยังไงไม่รู้ แต่คิดว่ามันไม่ใช่ของที่ดี ใครมีอยู่ใกล้ตัวก็คิดว่าตัวเองมีกําลังเหนือคนอื่นเขา ถ้าเกิดมีเหตุที่ต้องกดดัน หรือมีเหตุบันดาลโทสะขึ้นมาก็ทําสิ่งที่ไม่คาดคิด และสุดท้ายใครเดือดร้อน ตัวเองก็เดือดร้อนอีก แล้วก็ไปทําให้คนอื่นเดือดร้อนด้วย ตรงนี้ทําให้ถูกใจคนทั้งหมดไม่ได้ แต่ต้องทำให้เกิดความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคราะห์ร้ายกลายเป็นคนบริสุทธิ์ เป็นคนสุจริต คนทั่วไป แล้วก็เป็นเด็ก แบบนี้เราก็ต้องเลือกเอาว่าจะยังไง ก็เอาไว้เป็นของโชว์ เอากระสุนทิ้งไป เอาแม็กออกไป แยกห่างออกมา แล้วเอาไปทํากล่องครอบ

เมื่อถามว่า มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นมีแนวคิดทําบุญใหญ่ประเทศหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ทำความดีไว้

เคาะ 10 มาตรการเข้ม

ขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายอนุทินสั่งการในที่ประชุม ครม.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน เพื่อจัดการการครอบครองปืนผิดกฎหมายและปืนเถื่อน โดยให้ดำเนินการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว โดยมาตรการระยะเร่งด่วน 1.ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ จนกว่ามีมติ ครม.เป็นอย่างอื่น 2.ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (ป.3) จนกว่ามีมติ ครม.เป็นอย่างอื่น 3.ตรวจสอบใบ ป.3 ทั่วประเทศ ให้นายทะเบียนตรวจสอบจำนวนใบ ป.3 ที่ค้างและยังไม่มีการซื้อขาย พร้อมรายงานกระทรวงมหาดไทยภายใน 30 วัน 4.เร่งจัดระเบียบใบ ป.4 ให้ผู้ได้รับใบ ป.3 และซื้อปืนแล้วขอใบอนุญาตให้มีและใช้ (ป.4) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ ครม.มีมติ มิฉะนั้นจะถือว่ามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.ตรวจสอบผู้ค้าปืนทั่วประเทศ ให้กรมการปกครอง (ปค.) ตรวจสอบยอดจำหน่ายให้สอดคล้องกับใบ ป.3 หากพบไม่ตรงกันให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมให้กรมสรรพากรตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี 6.ตรวจสอบเครื่องกระสุนของสนามยิงปืน ให้ ปค.ร่วมกับ สตช.และหน่วยงานด้านการกีฬาตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี และ 7.เร่งปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย ให้ฝ่ายปกครองและ สตช.เร่งดำเนินการ หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเข้มงวด และเสนอขอให้ศาลลงโทษขั้นรุนแรง

สำหรับมาตรการระยะยาว 1.เร่งปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืนให้ทันสมัย ให้ มท.เสนอแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืน นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการอนุญาตและซื้อขายทุกขั้นตอนแบบเรียลไทม์เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากรและกรมสรรพากร เพิ่มการจัดเก็บอัตลักษณ์อาวุธปืน ควบคุมการค้าและความรับผิดชอบของผู้ค้าปืน รวมถึงเพิ่มโทษผู้กระทำผิด โดยเสนอร่างกฎหมายภายใน 60 วัน 2.กำหนดให้ใบ ป.4 ต้องต่ออายุทุก 3 ปี และ 3.เพิ่มความเข้มงวดการควบคุมเครื่องกระสุน ให้ผู้ค้าปืนและสนามยิงปืนตรวจสอบยอดจำหน่ายเทียบกับสินค้าคงคลังเป็นรายวัน

จากนั้นในช่วงเย็น ที่พรรคภูมิใจไทย  นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย โดยได้ออกปากเตือน สส.ในพรรคถึงการพกพาอาวุธปืน โดยกำชับห้ามพกพาปืนทุกกรณี ในทางกฎหมายอาจสามารถต่อสู้ได้ เสียค่าปรับ หรือจำคุก หรือต่อสู้คดีได้ แต่อย่าลืมว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีเรื่องของมาตรฐานทางจริยธรรมทางการเมืองควบคุมอยู่ด้วย ซึ่งหากผิดจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองได้ และหมดอนาคตทางการเมือง

ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ กำชับมาตรการเกี่ยวกับอาวุธปืนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด โดยตรวจสอบและกำหนดเป้าหมาย เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นทั้งในพื้นที่ และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมมอบหมาย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร  รอง ผบ.ตร. ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและยกระดับการรักษาความปลอดภัยสถานที่สาธารณะ

ผบ.ตร.ตั้ง กก.สอบ

นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีโทรศัพท์ไปตำหนิ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. หลังมีภาพนายฉลอง เรี่ยวแรง ผู้ต้องหาคดียิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี สูบบุหรี่และไม่ใส่กุญแจมือขณะอยู่ในห้องสอบสวนของ สภ.รัตนาธิเบศร์ ว่าโทรศัพท์ไป แต่ไม่ใช่แค่เรื่องสูบบุหรี่ แต่บอกว่าทำไมผู้ต้องหาดูชิลจัง เพราะเพิ่งก่อคดีอุกฉกรรจ์มา ท่าน ผบ.ตร.รับสาย แล้วบอกว่าเพิ่งวางหูไป       กำชับตำหนิที่โรงพักมา

เมื่อถามว่า นายฉลองให้การว่าเคยช่วยเหลือนายก อบจ.นนทบุรี ให้มีตำแหน่ง ผกก.สมัยรับราชการตำรวจ ทำได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า โหกี่ปีเข้าไปแล้ว พ.ต.อ.ธงชัยอายุมากแล้ว ตอนนั้นยังไม่เข้าการเมืองในสมัยนั้น แต่ยุคนี้ไม่มีการช่วยเหลือ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวในเรื่องนี้ว่า  น้อมรับข้อสั่งการดังกล่าว และจะนำไปปฏิบัติ โดยได้สั่งการให้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประสิทธิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว คาดว่าจะทราบผลโดยเร็ว ซึ่งระเบียบดังกล่าวนั้นมีมาหลายยุคสมัยแล้ว ตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. และถึงแม้ว่า พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จะเป็นรุ่นพี่ ก็ยืนยันว่าไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบ หากพบเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ก็ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ

สำหรับความคืบหน้าของคดีนั้น พนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ คุมตัวนายฉลองไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี โดยแจ้ง 4 ข้อหา คือ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2.พยายามฆ่าผู้อื่น 3.พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และ 4.ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว โดยศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต เนื่องจากพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรงและอุกอาจ คดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี หรือก่อเหตุประการอื่น ให้ยกคำร้อง 

ทั้งนี้ ในระหว่างนำตัวนายฉลองไปยังศาล นายฉลองไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ

ความจริงมีหนึ่งเดียว

ส่วนที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ น.ส.พรรษพร เย็นประเสริฐ อายุ 37 ปี บุตรสาวพร้อมครอบครัวของ พ.ต.อ.ธงชัย เดินทางมายังสถาบันนิติเวชวิทยาเพื่อรับร่าง พ.ต.อ.ธงชัย บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดย น.ส.พรรษพรกล่าวว่า ครอบครัวยืนยันว่าความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว และเชื่อว่าชาวนนทบุรีรู้ดีว่าคุณพ่อเป็นคนอย่างไร โดยตลอดชีวิตการทำงาน คุณพ่อมีแต่ให้และช่วยเหลือประชาชนชาวนนทบุรีมาโดยตลอด หากคุณพ่อไม่มีผลงานและไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ก็คงไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.มาหลายสมัย

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์หรือความสนิทสนมกับบุคคลต่างๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี รวมถึงประเด็นที่ทั้งสองคนเป็นเพื่อนตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างหรือไม่ น.ส.พรรษพรกล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องของคดี และให้ตำรวจเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมขอให้ตำรวจเป็นผู้ให้คำตอบในประเด็นดังกล่าว

พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ กล่าวถึงผลการชันสูตรเบื้องต้นร่างของ พ.ต.อ.ธงชัย ว่ามีบาดแผลจากกระสุนปืน มีกระสุนฝังอยู่ภายในร่างกายและทะลุออก โดยบาดแผลสำคัญอยู่บริเวณลำคอ ซึ่งกระสุนทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสียชีวิต

“รายละเอียดเกี่ยวกับวิถีกระสุนและพฤติกรรมการก่อเหตุ ระยะยิง หรือวิถีกระสุน จุดเข้า-ออก รวมถึงข้อมูลทางนิติเวชที่เกี่ยวข้อง ได้ประสานกับพนักงานสอบสวนแล้ว โดยจะส่งข้อมูลเบื้องต้นให้พนักงานสอบสวนใช้ประกอบการดำเนินคดีต่อไป” พล.ต.ต.วิรุฬห์กล่าว

ขณะที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในเรื่องนี้ว่า ส่วนตัวรู้จักกับทั้งสองคน ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวนายก อบจ.ด้วย ขณะที่นายฉลองก็เป็นนักการเมืองรุ่นพี่ เคยทำงานร่วมกันและคุ้นเคยกันมายาวนานตั้งแต่เป็น สส.ปี 2554 และรับทราบว่าทั้งสองคนมีความสนิทสนมกันมายาวนาน แต่ก็มีความเข้าใจไม่ตรงกันในหลายๆ เรื่อง รวมถึงเคยแข่งขันกัน แต่เป็นเรื่องทางการเมือง ซึ่งไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรที่หนักหนาในใจมากกว่านี้หรือไม่ ด้วยความเคารพ เสียใจกับทั้งคู่

“รู้จักทั้งคู่ ไม่ได้ทำให้เขาทะเลาะกัน แต่มองว่าทุกคนก็อายุเริ่มมากกันหมดแล้ว ควรจะต้องพักมือพักใจกัน อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยแล้ว เข้าเลข 7 กันหมดแล้ว” นายสุชาติกล่าว และว่า เรื่องหนี้สินไม่เคยรับรู้เรื่องนี้ ทั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับทั้ง 2 ครอบครัว เพราะเรื่องแบบนี้จริงๆ  ไม่ควรเกิดขึ้น ซึ่งทั้งคู่ทำการเมืองกันมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี ไม่ควรที่จะต้องตัดสินใจกันแบบนี้ แต่มันเป็นไปแล้ว

ส่วนความคืบหน้าคดีกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี (ท.ศ.น.) นายอนุทินกล่าวว่า ก็ดำเนินคดีไป ตอนนี้ก็เน้นไปที่การช่วยเหลือ โดยในที่ประชุม ครม.ก็ได้เน้นย้ำกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักนายกฯ ที่เกี่ยวข้องในส่วนของเงินเยียวยา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงกองทุนในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุขก็ได้มอบหมายให้ไปดูแลเรื่องสภาพจิตใจ

น.ส.รัชดากล่าวว่า ในส่วนของการเยียวยาจะได้รับจาก 1.กองทุนผู้ประสบสาธารณภัย 2.กระทรวงยุติธรรม 3.กระทรวงศึกษาธิการ สำหรับกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกฯ ได้อนุมัติการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นการเยียวยาผู้เสียชีวิต รายละ 1 ล้านบาท รวม 6 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการโอนเงินเข้าบัญชีกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย และกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผู้ช่วยประสานงานเรื่องการรับเงินเยียวยากับครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป

สถานศึกษาเป็นเซฟโซน

ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ศธ.เสนอให้ ครม.พิจารณายกระดับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ และ ครม.มีมติเห็นชอบตามที่เสนอ โดยมาตรการที่มีผลทันที ซึ่ง ศธ.ได้ออกประกาศให้สถานศึกษาเป็นเขตพื้นที่ปลอดภัย พร้อมจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยประจำสถานศึกษา จัดทำและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน และบูรณาการการทำงานกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ศธ.เร่งดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยทำงานร่วมกับนักจิตวิทยา พร้อมเตรียมห้องพักใจ เพื่อเป็นพื้นที่ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ และเตรียมความพร้อมครูและผู้ปกครองให้สามารถดูแลนักเรียนได้อย่างเหมาะสมก่อนกลับเข้าสู่การเรียนตามปกติ

“ระยะยาว ศธ.อยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายแม่บทด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อวางระบบการดูแลนักเรียนและนักศึกษาอย่างยั่งยืน พร้อมติดตามและประเมินสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงคัดกรองภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ PTSD ในระยะ 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน เพื่อให้การเยียวยาไม่จบลงเพียงหลังเหตุการณ์ แต่ดูแลต่อเนื่องจนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ”

ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวถึงกระแสข่าวสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟบีไอ) ชี้เบาะแสให้ตำรวจไทยเข้าตรวจค้นบ้านผู้ก่อเหตุคดียิง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี ว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ และ พล.ต.อ.ธัชชัย ลงไปกำกับดูแลคดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต ซึ่งใต้ฟ้าเมืองไทย ไม่มีเรื่องไหนที่ตำรวจไทยทำไม่ได้

ส่วนความเคลื่อนไหวในภูมิภาคนั้น  เพจโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เผยข้อมูลที่ฝ่ายกิจการนักเรียน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง จัดกำลังบูรณาการความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมและวางแผนการเผชิญเหตุในสถานการณ์ต่างๆ  เพื่อยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้แก่นักเรียน ครู บุคลากร และผู้ปกครอง ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 10 ส.ค.2569 หลังมีข่าวว่ามีโอเพนแชตไลน์ หลุดในกลุ่มนักเรียนระบุว่าจะมีการยิงกัน

ล่าสุด เพจโรงเรียนแจ้งว่าสถานการณ์ภายในโรงเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นปกติ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นภายในโรงเรียน

ขณะเดียวกัน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ออกชี้แจงและลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ โดยได้ร่วมประชุมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้นักเรียน ครู และผู้ปกครอง อย่าตื่นตระหนกและขอความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่

ทั้งนี้ หลายโรงเรียนใน จ.เชียงใหม่ ก็มีมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบดูแลเพื่อเป็นการป้องกันแม้จะไม่มีเบาะแสหรือเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวมาก่อนก็ตาม

ส่วนที่โรงเรียนวีระราษฎร์ประสาน  อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง พร้อมด้วยปลัดอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่คณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาที่จังหวัดนนทบุรี.

Update: 2026-08-11
Tags: