น้ำท่วมชิบะหลังไต้ฝุ่นถล่ม พัดปลาคาร์ปหาย 100,000 ตัว
ปลาคาร์ปสวยงาม หรือ นิชิกิโกอิ (Nishikigoi) ที่พร้อมจำหน่ายราว 100,000 ตัว ถูกกระแสน้ำพัดหายไป หลังฝนตกหนักจากพายุไต้ฝุ่นทำให้คันกั้นน้ำบางส่วนรอบทะเลสาบแห่งหนึ่งในจังหวัดชิบะ ใกล้กรุงโตเกียว พังทลายลง ขณะที่ทางการกำลังประเมินความเสียหายซึ่งกระจายเป็นวงกว้างต่อภาคเกษตรกรรมและการประมงในพื้นที่
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พายุไต้ฝุ่นตู้เจวียน ซึ่งเคลื่อนตัวเข้าใกล้ภูมิภาคนี้เมื่อราวหนึ่งสัปดาห์ก่อน ทำให้นาข้าวและพื้นที่เกษตรกรรมอื่น ๆ จมอยู่ใต้น้ำ อีกทั้งน้ำยังท่วมบ่อเพาะเลี้ยงปลาคาร์ปและปลาไหลบริเวณทะเลสาบอินบานุมะทางตอนเหนือของจังหวัดชิบะ
เคนจิ ทานิ วัย 58 ปี เจ้าของฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเมืองนาริตะ เพิ่งรู้ถึงความรุนแรงของความเสียหายเมื่อเดินทางกลับถึงบ้านเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังไปร่วมงานประกวดปลานิชิกิโกอิในต่างประเทศ
ฟาร์มของเขามีปลาคาร์ปราว 100,000 ตัวที่เตรียมไว้สำหรับเปิดขายในวันอาทิตย์ตามกำหนดการเดิม แต่เมื่อน้ำทะลักเข้าท่วมบ่อเลี้ยง ปลาเกือบทั้งหมดถูกพัดหายไป เหลือรอดเพียง 200-300 ตัวเท่านั้น
ผมอยากให้ซ่อมคันกั้นน้ำให้กลับมาใช้การได้ แม้จะเป็นเพียงการซ่อมแซมฉุกเฉินชั่วคราวก็ตาม เพราะถ้ามีไต้ฝุ่นลูกใหม่เข้ามาอีก พวกเราก็คงทำอะไรไม่ได้เลย นายทานิกล่าว
ปลานิชิกิโกอิของญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างสูงในต่างประเทศ รวมถึงจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยข้อมูลของรัฐบาลระบุว่า มูลค่าการส่งออกปลาคาร์ปเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วงห้าปีจนถึงปี 2568 แตะระดับราว 1 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ขณะที่อีกพื้นที่หนึ่งของจังหวัดชิบะ ฟาร์มสตรอว์เบอร์รีได้รับความเสียหายจากน้ำในแม่น้ำใกล้เคียงที่เอ่อล้นตลิ่ง โดยต้นกล้าสตรอว์เบอร์รีราว 10-20% ในฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองคิมิตสึได้รับผลกระทบ
โนบุยูกิ วาตานาเบะ เจ้าของฟาร์มสตรอว์เบอร์รี วัย 48 ปี เผยว่า ตนเคยเรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นหามาตรการรับมือกับแม่น้ำสายนี้ซึ่งมักเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ ถ้าพวกเขายังไม่ลงมือทำอะไรอีก ผมคงเป็นคนรุ่นสุดท้ายในครอบครัวที่ทำกิจการนี้
ทั้งนี้ คาดว่าความเสียหายต่อภาคเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมงในจังหวัดชิบะ จะเพิ่มสูงขึ้นจากตัวเลขราว 87 ล้านเยน ณ วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นับเป็นการซ้ำเติมชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเพิ่งเผชิญภัยพิบัติในลักษณะเดียวกันมาแล้วในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนพายุตู้เจวียนจะมาถึง
รายงานระบุว่า ฝนที่ตกกระหน่ำอย่างหนักในเดือนสิงหาคมสร้างความเสียหายมูลค่า 8.22 พันล้านเยนใน 33 เขตเทศบาล และฝนตกหนักอีกระลอกเมื่อต้นเดือนกันยายนได้สร้างความเสียหายอีกราว 230 ล้านเยนใน 17 เขตเทศบาล
โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท