classicliterature.it.com

“วิทัย” โชว์ความสำเร็จ “พร้อมเพย์” 10 ปี ทะลุ 83 ล้านบัญชี ผนึกเวิลด์แบงก์สกัดโกงข้ามชาติ


นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ขึ้นกล่าวเปิดเวทีการเสวนา G30 International Banking Seminar ในงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ทั้งปัญหาหนี้สาธารณะที่ปรับตัวสูงขึ้น ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงจากภาคการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank Finance)

ทั้งนี้ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายดังกล่าว แต่พัฒนาการด้านการเงินดิจิทัลได้ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งปัจจุบันประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลกเกือบ 80% หรือประมาณ 8 ใน 10 คนทั่วโลก มีบัญชีการเงินแล้ว และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2554 ที่มีเพียง 50%

ขณะที่ประเทศไทยมีระบบการชำระเงิน “พร้อมเพย์” (PromptPay) ที่เปิดตัวมาแล้ว 10 ปี ถือเป็นหนึ่งในโมเดลความสำเร็จระดับโลกที่ช่วยเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการชำระเงินรายย่อย และมียอดผู้ลงทะเบียนใช้งานมากกว่า 83 ล้านบัญชี

ส่วนสถิติในปี 2568 มีมูลค่าการโอนเงินผ่านระบบสูงถึง 54 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 2 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทย อีกทั้งการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกรรมโอนเงินสูงสุด 2 ล้านบาท ยังได้ช่วยเพิ่มโอกาสทางการเงินให้แก่ผู้คนในพื้นที่ห่างไกล และลดต้นทุนให้แก่ร้านค้ารายย่อย

นายวิทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะต่อไปภาคการเงินจะถูกขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกระบวนการแปลงสินทรัพย์ทางกายภาพ (Tokenization) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้บริการทางการเงินรวดเร็ว หรือมีต้นทุนถูกลงเท่านั้น แต่ถือเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพในการช่วยให้งานที่ซับซ้อนเป็นระบบอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ยังช่วยยกระดับการประเมินความเสี่ยงสินเชื่อสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) รวมถึงกลุ่มผู้ที่มีประวัติทางการเงินจำกัดให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น ควบคู่ไปกับการนำ Tokenization มาเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินข้ามพรมแดนและการชำระราคาหลักทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ความรวดเร็วและการเชื่อมโยงของเทคโนโลยีได้กลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้ภัยทุจริตทางการเงินดิจิทัล (Digital Fraud) แพร่กระจายเร็วขึ้น และขยายวงกว้างในระดับข้ามพรมแดน

“การสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมทางการเงินและเสถียรภาพ ถือเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดของธนาคารกลางยุคใหม่ทั่วโลก” นายวิทัย กล่าว

ดังนั้น ธปท. จึงมุ่งสร้างสมดุลผ่านกรอบนวัตกรรมอย่างรับผิดชอบ (Responsible Innovation Framework) บน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1. เทคโนโลยีที่มั่นคงปลอดภัย 2. การกำกับดูแลและธรรมาภิบาลที่ดี และ 3. ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เพื่อรองรับการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่โดยไม่ละทิ้งเสถียรภาพ เนื่องจากปัญหาภัยไซเบอร์และภัยทางการเงินไม่สามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง

ขณะเดียวกัน ธปท. ได้ผนึกกำลังกับธนาคารโลก โดยได้รับการสนับสนุนจาก นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการจัดทำกรอบแนวทางรับมือภัยการเงินดิจิทัลระดับโลก เพื่อร่วมกันสกัดกั้นภัยหลอกลวงข้ามพรมแดนอย่างยั่งยืน

“ภัยหลอกลวงดิจิทัลทำงานไร้พรมแดน จึงจำเป็นต้องอาศัยแนวทางแก้ไขระดับโลก เพราะหากไม่ร่วมมือกัน มิจฉาชีพก็จะเพียงแค่ย้ายฐานไปโจมตีจุดที่อ่อนแอกว่าของระบบอยู่ดี” นายวิทัย กล่าว

ด้านหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้กำกับดูแล คือ การเปิดทางให้นวัตกรรมเติบโต ควบคู่กับการสร้างเกราะป้องกันเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค รักษาการเข้าถึงการเงิน และคงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเงินและความไว้วางใจของประชาชน

Update: 2026-10-17
Tags: