classicliterature.it.com

ประวัติศาสตร์ของ “ยูยิตสู” ภาคพิเศษ (1) William E. Fairbairn บิดาแห่ง WWII Combatives

คั่นรายการโดย Lordofwar Nick
ประวัติศาสตร์ของ “ยูยิตสู” ภาคพิเศษ (1) William E. Fairbairn บิดาแห่ง WWII Combatives

บทความโดย : Lordofwar Nick www.marumura.com

จากการที่ล่าสุดมานี้ผมได้ตัดสินใจ “กลับสู่เส้นทางเดิม” ที่เคยเดินแต่ไม่จบ คือการไปเรียนวิชาป้องกันตัวกับ “ครูตุ่น” แห่งสำนักอรรถยุทธ์

ผมเองได้หันมาค้นคว้าเรื่องวิชาป้องกันตัวด้วยมือเปล่าสำหรับทหารตำรวจและบุคคลทั่วไป แล้วก็ได้มาพบว่า ต้นเค้าของวิชาและแนวคิดของการต่อสู้ป้องกันตัวในโลกยุคใหม่นั้น อาจสืบย้อนไปได้ถึงสิ่งที่เรียกรวมๆ ว่า WWII Combatives ซึ่งวิชาเช่นนี้ในโลกตะวันตกนั้น หากจะถามว่าพัฒนาขึ้นมาได้อย่างไร ก็ต้องสืบย้อนไปไกลถึงประวัติของชายที่ชื่อ William E. Fairbairn

ประวัติศาสตร์ของ “ยูยิตสู” ภาคพิเศษ (1) William E. Fairbairn บิดาแห่ง WWII Combatives
พันโท วิลเลียม อีวาร์ต แฟร์แบร์น (ที่มา Wikipedia)

ขอพูดประวัติของ William E. Fairbairn แบบ ย่อที่สุด ภายในย่อหน้าเดียว นะครับ


William E. Fairbairn เป็นคนอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2428เริ่มอาชีพจากการเป็นทหาร ก่อนที่จะไปอยู่กองตำรวจเทศบาลเซี่ยงไฮ้ ในปี พ.ศ. 2450

เซี่ยงไฮ้ยุคนั้นเรียกว่าไม่เถื่อนจริงอยู่ไม่ได้ (ยุค “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้”) และมันก็กลายเป็นจุดเริ่มของการที่ Fairbairn เรียนวิชายูโด (ในยุคที่ยูโดกับยูยิตสูยังไม่ได้มีเส้นแบ่งชัดเจน และยูโดยังไม่เป็น “กีฬา” จึงยังมีเทคนิค “อันตราย” แบบยูยิตสูปรากฎอยู่) จนได้วุฒิสามกิ้ว (三級) และก็เอาวิชามาพัฒนาเป็นหลักสูตร “เรียนเร็ว” ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังปรากฎในหนังสือ Defendu (ตีพิมพ์ครั้งแรก ปี พ.ศ.2469)

ซึ่งหนังสือ Defendu เนื้อหาจะเน้นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า (รวมถึงการรับมือกับอาวุธ) และ Fairbairn ก็ยังได้พัฒนานวัตกรรมมีดต่อสู้แบบใหม่ที่เรียกว่ามีด Fairbairn–Sykes ที่หน่วยรบพิเศษของอังกฤษใช้ในยุค WWII และวิชายิงปืนพกเร็วแบบไม่ต้องเล็งเยอะที่เรียกว่า Point Shooting ทั้งยังเป็นครูสอนวิชาให้กับหน่วยคอมมานโดของอังกฤษ อเมริกา และแคนาดา

เนื้อหาที่เขียนไว้ใน Defendu ถูกนำมาเขียนใหม่โดยโฟกัสให้กลายเป็นวิชาสำหรับทหารมากขึ้นในชื่อ Get Tough ซึ่งตีพิมพ์ขายในอเมริกาในปี พ.ศ. 2485 งานเขียนของเขาถือเป็นแม่แบบคลาสสิคของวิชาสาย Self-defense และ Close Quarter Combat โดยเฉพาะในอเมริกานั้น ศิษย์ของเขาคนหนึ่งคือ Rex Applegate ได้นำวิชามาต่อยอดพัฒนาไปอีกดังปรากฎในหนังสือ Kill or Get Killed ซึ่งต่อยอดไปจนถึงยุทธวิธีการปราบม็อบด้วย William E. Fairbairn ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 1960 สิริอายุได้ 75 ปี


ใบประกาศนียบัตร รับรองว่า นาย วิลเลียม อีวาร์ต แฟร์แบร์น (ウリアム・ヱワルド・フヤバルン) ฝึกฝนโคโดคันยูโด มีความสามารถ ขั้น สามกิ้ว (三級) ณ เดือนมกราคม ปีไทโชที่ 8 (พ.ศ. 2462) ลงชื่อ (ศาสตราจารย์) ยามาชิตะ โยชิสึงุ

แฟร์แบร์น ถ่ายรูปกับอาจารย์โอคาดะ ผู้สอน “ยูยิตสู” (ยุคนั้น คำว่า “ยูยิตสู” กับ “ยูโด” บางทีก็ใช้ปนๆ กัน) ถ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2451

ได้เวลามาวิเคราะห์วิชาแล้วครับ จากนี้ไปผมจะถอดความจากหนังสือ Get Tough นะครับ ซึ่งเนื้อหาวิชาประมาณเดียวกับ Defendu เพียงแต่ถูกปรับให้เป็นวิชา “สายทหาร” มากขึ้น และภาพประกอบมันเป็นภาพวาดลายเส้นที่รายละเอียดชัดเจนดีกว่าใน Defendu ซึ่งเป็นภาพถ่ายที่ไม่ค่อยจะชัด ในที่นี้จะขอยกมาเฉพาะวิชามือเปล่าสายยูโด/ยูยิตสู ที่น่าสนใจทั้งในเชิงวิชาและในเชิงประวัติศาสตร์นะครับ

แต่ก่อนที่ผมจะเข้าสู้การยกตัวอย่างวิชา (เทคนิค) ผมอยากจะยก “สิ่งที่ทำให้ Self Defense แตกต่างจากกีฬา” จากคำคมในหนังสือของแฟร์แบร์น เอาแบบ ขอแค่สองข้อความนะครับ

  • Simply stated, viciousness of execution makes the difference-10 percent technique, 90 percent attitude. (กล่าวไว้ในคำนำของ Defendu ฉบับพิมพ์ใหม่ปี 2007 โดย Kelly McCann อดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ ซึ่งผันตัวมาเป็นนักเขียน เขียนตำราแนว Self Defense นี่แหละครับ)
  • “In war you cannot afford the luxury of squeamishness. Either you kill or capture, or you will be captured or killed. We’ve got to be tough to win, and we’ve got to be ruthless—tougher and more ruthless than our enemies.” (William E. Fairbairn กล่าวไว้ในคำนำของ Get Tough)

วิชาใน Defendu / Get Tough หากมองโดยอาศัยความเข้าใจของผม แบ่งวิชาออกได้ดังนี้ครับ

● หมวดวิชามือ การแก้การถูกจับข้อมือ ซึ่งจะละม้ายพวก อิกเกี้ยว (一教) นิเกี้ยว (二教) ในไอคิโด แต่ใดๆ ก็ดี องค์ความรู้พวกนี้มันมีมาแต่ในวิชายูยิตสูอยู่แล้วครับ วิชาพวก Hand Fight / Grip Fight เนี่ย ทุกวันนี้ตามในวิดีโอสอน BJJ ยังมีคนเอาเนื้อหาวิชาแนวนี้มาขายเลยครับ แบบ ของมันจำเป็นครับบอกเลย

● หมวดวิชาแก้การถูกรวบตัว เช่นถูกกอดรวบตัว (Bear Hug) แก้การถูกจิกหัว

● หมวดท่าล็อค ที่น่าสนใจคือ มีท่าล็อคคอที่แฟร์แบร์นเรียกว่า Japanese Strangle Hold ซึ่งผมเห็นแล้ว มันคือ RNC (Rear Naked Choke) ดีๆ นี่เองครับ

● หมวดวิชาทุ่ม มีท่าที่เรียกว่า Hip Throw แต่เป็นเวอร์ชั่นเข้าทำแบบก้นชนก้น ดูเผินๆ เกือบเหมือน Osoto Gari แต่ที่ผมฮาสุดคือท่าที่เรียกว่า Wrist Throw นี่มัน “โคเทกาเอชิ” ชัดๆ

● หมวดวิชาพื้นดิน ได้แก่วิธีการลุกเร็ว การม้วนหลัง “ล้มแล้วต้องเซฟตัวเองได้ ลุกให้ไว”

ครับ สำหรับเนื้อหาในส่วนนี้ก็ขอยกมาเท่านี้ก่อน ส่วนตัวผมนั้น ล่าสุดได้ไปเรียนวิชาป้องกันตัวกับ “ครูตุ่น” แห่งสำนักอรรถยุทธ์ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่ามีหลักการพื้นฐานจากไอคิโด ในเรื่องของ การวางตำแหน่งมือและเท้า การก้าวย่าง ระยะและจังหวะ การแก้การคว้าจับ เป็นต้น ซึ่งก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจ ผมไปเรียนในคราวนี้ได้รับแรงบันดาลใจและไอเดียอย่างมากมาย ซึ่งถ้ามีโอกาสก็จะมาเขียนเล่าให้ฟังนะครับ

สำหรับวันนี้ขอลาแต่เพียงเท่านี้ก่อน พบกันใหม่สัปดาห์หน้าสวัสดีครับ เดือนหน้ากันยายน เริ่งลงนิยาย light novel ที่ใช้เอไอช่วยเขียน (AI-assisted) ครั้งแรกในชีวิต (และน่าจะแค่ครั้งเดียว) นะครับ อย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ

และ อีกสิ่งหนึ่งที่ก็ได้เวลาปิดจบแล้วเหมือนกัน บทสรุปของการต่อสู้ผ่านหนังเอไอ “พีรดนย์ ยอดคนธรรมดา” ภาคสุดท้ายแห่งไตรภาคฮีโร่โทคุซัตสึของผมนะครับ ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยครับ

สำหรับท่านที่อยากดูไตรภาครวดเดียวจบจุกๆ ทางนี้เลยครับ

พบกันใหม่สัปดาห์หน้านะครับสวัสดีครับ

บทความโดย : Lordofwar Nick www.marumura.com

เรื่องแนะนำ :
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (16) ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (15) พลังแห่งทางสายกลาง
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (14) กระจกกระจ่างน้ำนิ่ง
– เมื่อผมสนทนากับ Gemini (11) ดู SPRIGGAN แล้วก็ย้อนกลับไปนึกถึง ต่วย’ตูนพิเศษ!?
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (13) ตื่นหรือหลับบังคับได้

ประวัติศาสตร์ของ “ยูยิตสู” ภาคพิเศษ (1) William E. Fairbairn บิดาแห่ง WWII Combatives

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้ซึ่งเขาให้มาเรียนหนังสือแต่เผลอไปเรียนดาบอิไอด้วย (แถมไอคิโดอีกเล็กน้อย) ณ ปี 2025 เดินมาในวิถีแห่ง BJJ มาได้ครึ่งทางแล้ว (พร้อมกับฟื้นฟูการฝึกดาบอิไอด้วย) และยังตั้งใจศึกษา ธรรมะ ปรัชญาชีวิต ผ่านการฝึกในโรงยิม (และที่บ้าน) เช่นเดิม

Update: 2026-08-28
Tags: