classicliterature.it.com

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ รายได้พุ่ง 1 หมื่นล้าน ผู้โดยสารทะลุ 3.5 ล้านคน ลุยขยายฝูงบิน 50 ลำ ในปี 71

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ โชว์ผลงานครึ่งแรกปี 2569 รายได้จากการขายแตะ 1 หมื่นล้านบาท ผู้โดยสารกว่า 3.5 ล้านคน โต 130% จากช่วงก่อนโควิดฯ พร้อมรักษา Load Factor 85% เดินหน้าขยายฝูงบินแตะ 39 ลำปี 2570 และ 50 ลำปี 2571 เตรียมเปิดเส้นทางใหม่เชื่อมอินโดนีเซีย จีน และออสเตรเลีย รองรับที่นั่งปีหน้าเพิ่ม 60% สู่กว่า 14 ล้านที่นั่งต่อปี

วันที่ 17 ก.ย. 2569 นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 สามารถก้าวข้ามจากช่วงก่อนโควิดในทุกมิติ โดยสร้างรายได้จากการขายแตะหนึ่งหมื่นล้านบาท ขนส่งผู้โดยสารรวมกว่า 3.5 ล้านคน และรักษาอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) สูงถึง 85%

พร้อมรุกเดินหน้าขยายฝูงบินสู่ 39 ลำภายในปี 2570 และตั้งเป้า 50 ลำภายในปี 2571 รองรับการเปิดเส้นทางบินใหม่หลายเส้นทางในไตรมาส 1/2570 เชื่อมไทยสู่ตลาดศักยภาพสูง อาทิ อินโดนีเซีย จีน และออสเตรเลีย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค

“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์วางรากฐานการดำเนินงานไว้อย่างแข็งแกร่ง และพร้อมเดินหน้าต่อยอดศักยภาพในระยะถัดไป ผ่านการขยายฝูงบิน เพิ่มความถี่ และเดินหน้าลงทุนทั้งด้านบุคลากรและเทคโนโลยีควบคู่กัน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติการ มอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้โดยสาร และรองรับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้น”

นายวรเนติ กล่าวและว่าทางสายการบินเวียตเจ็ทไทยยังมุ่งต่อยอดความแข็งแกร่งจากตลาดหลักในเอเชียแปซิฟิก ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงระดับโลก เพื่อเชื่อมประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทำให้การเติบโตนับจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนเครื่องบินหรือเส้นทางบินเท่านั้น แต่คือการสร้างรากฐานองค์กรให้แข็งแกร่ง มีโครงข่ายตลาดที่หลากหลาย และพร้อมขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคง

สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ดำเนินกลยุทธ์บริหารเส้นทางบินศักยภาพโดยมีแผนการบริหารจัดการฝูงบินอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการนำเครื่องบินรุ่น Boeing 737-8 เข้ามาประจำการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการสร้างรากฐานการเติบโตในระยะต่อไป

โดยปัจจุบันมีจำนวน 17 ลำ และวางเป้าหมายขยายฝูงบินเป็น 25 ลำภายในสิ้นปี 2569 นี้ (รวมเป็นฝูงบินทั้งหมด 29 ลำ) ก่อนจะทยอยเพิ่มเป็น 39 ลำในปีหน้า และเพิ่มเป็น 50 ลำภายในปี 2571 รองรับการเพิ่มความถี่เที่ยวบินพร้อมเปิดเส้นทางบินใหม่ และต่อยอดสู่ตลาดศักยภาพใหม่อีกหลายเส้นทาง

นายวรเนติ กล่าวต่อว่า ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะความผันผวนของราคาพลังงาน และต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น สายการบินได้วางกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงทางการเงินและควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างรัดกุม ส่งผลให้เรายังคงรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้อย่างแข็งแกร่ง

สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เวียตเจ็ทไทยแลนด์สามารถสร้างการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายและก้าวข้ามช่วงก่อนโควิด-19 ได้ในทุกมิติ โดยขนส่งผู้โดยสารรวมกว่า 3.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 130% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด สอดคล้องกับการขยายปริมาณที่นั่งผู้โดยสารรองรับ 4 ล้านที่นั่ง หรือเพิ่มขึ้น 130% พร้อมรักษาอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) ให้อยู่ในระดับสูงถึง 85% ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2568 ด้านรายได้จากการขายทำสถิติเติบโตอย่างน่าประทับใจแตะหนึ่งหมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกันสายการบินได้ขยายเครือข่ายเส้นทางบินทำสถิติใหม่สู่ 36 เส้นทาง เติบโต 25% จากปี 2568 ที่ให้บริการเที่ยวบินจำนวน 29 เส้นทาง โดยได้รับการสนับสนุนจากมาตรการฟรีวีซ่า การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ควบคู่กับการขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของการเดินทางทั้งในและระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่คาดว่าทิศทางธุรกิจในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ปี 2570 จะยิ่งเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่นที่อุปสงค์การเดินทางทั้งใน-ระหว่างประเทศขยายตัวอย่างเต็มที่

ด้านนายปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์และลูกค้าสัมพันธ์ สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่าเวียตเจ็ทไทยแลนด์มุ่งเน้นการเชื่อมโยงตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง นำร่องด้วยเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

รวมถึง และเส้นทางบินตรงเชื่อมภูเก็ต-เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย และเจาะตลาดประเทศจีนโดยการเปิดเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อาทิฉงชิ่ง ชิงเต่า จางเจียเจี้ย และเส้นทางอื่น ๆ ทั้งรูปแบบเที่ยวบินประจำและเช่าเหมาลำ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงการบินระดับภูมิภาคอย่างสมบูรณ์แบบ

โดยตั้งเป้าหมายขยายฝูงบินรวมทั้งสิ้นจำนวน 39 ลำ ภายในปี 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในปีหน้าเพิ่มขึ้นอีกราว 60% หรือมากกว่า 14 ล้านที่นั่งต่อปี

นอกเหนือจากการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์ความยั่งยืน (ESG) ผ่านโครงการ Fly Green อย่างต่อเนื่องผ่านหลากกิจกรรม อาทิ โครงการด้านสิ่งแวดล้อม Garbage Hunter แคมเปญ Fly Green – FlyCycle เปลี่ยนขวด PET เป็นตั๋วเครื่องบินโดยร่วมกับพันธมิตรธุรกิจค้าปลีก

ตลอดจนการจัดกิจกรรมสปอร์ตทัวริซึม ในแคมเปญ Fly Green Charity Run 2026 ที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งมีกำหนดจัดกิจกรรมในวันที่ 22 พ.ย. 2569 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ (จตุจักร) กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนการมีสุขภาพดีของคนไทยพร้อมส่งต่อพลังดี ๆ ให้สังคมและสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกันล่าสุดได้จัดแคมเปญ 10 Years of Dedication: A New Chapter Takes Flight ฉลองครบรอบ 10 ปี เตรียมโปรโมชันเฉพาะภายในงานระหว่างวันที่ 25 – 27 ก.ย.นี้ ที่ Central Court Zone ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Update: 2026-09-17
Tags: