classicliterature.it.com

อัปเดตล่าสุด! มีเงิน 1-3 ล้านบาท ใช้ธนาคารไหนคุ้ม เทียบดอกเบี้ยสูง-ที่ปรึกษาลงทุน-โปรฯ พิเศษ

“มีเงิน 1-3 ล้านบาทจะเก็บไว้ที่ธนาคารไหนดีนะ”

กว่าจะเก็บเงินล้านได้ไม่ใช่เรื่องง่ายถ้ามีแล้วก็ต้องนำมาสร้างประโยชน์หรือใช้เงินไปทำงานให้เต็มที่ ดังนั้น Thairath Money อยากชวนมาดูว่าถ้าเรามีเงิน 1-3 ล้านบาท จะไปใช้บริการกับกลุ่มธนาคารในไทยที่ไหนได้บ้าง

เริ่มต้นมีเงินล้านแรก…

เดิมใครๆ ก็คิดว่าต้องมีเงินหลายสิบล้านธนาคารถึงจะให้เราเป็น VIP หรือลูกค้าคนพิเศษ แต่ตอนนี้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว มีเพียงลูกค้ากลุ่มบน และกลุ่มที่เริ่มสร้างความมั่งคั่งอย่าง Mass Affluent ยังเติบโตขึ้น เลยเป็นที่มาให้ธนาคารต่างๆ หันมาบุกในตลาดนี้และจัดสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจมาให้ลูกค้ากลุ่ม Wealth

ล่าสุด ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต หรือ ttb เปิดตัว ttb superior สำหรับคนฝากเงินหรือลงทุนกับธนาคาร (AUM:มูลค่าสินทรัพย์รวม) 1 ล้านบาทขึ้นไป (ถึง 4.99 ล้านบาท) จะได้สิทธิพิเศษหลายด้านซึ่งน่าสนใจเพราะมีทั้งบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง หรือโปรโมชันส่วนลดตามไลฟ์สไตล์

อัตราดอกเบี้ย: บัญชีดิจิทัล ttb ME save เริ่มต้น 1.30% ต่อปี และรวมโบนัสสูงสุด 1.50% ต่อปี เมื่อมียอดเงินลงทุนในกองทุนรวมเฉลี่ยตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป หรือลงทุนในกองทุนรวมแบบ DCA (ลงทุนเท่ากันทุกเดือน) ขั้นต่ำ 3,000 บาท/เดือน

การลงทุน: ใช้ My Wealth บนแอป ttb touch ที่ช่วยสรุปภาพรวมพอร์ตทั้งหมด, วางแผนลงทุนได้หลากหลายมีกองทุนให้เลือกหลายที่

สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์: บริการล้างรถ, ล้างแอร์, ของขวัญวันเกิด, ตั๋วหนังเครือ SF, ส่วนลดแอปฯ ต่างๆ (ส่วนใหญ่ต้องกด Redeem ให้ทันเพราะสิทธิมีจำกัด)

ช่วงนี้ ttb ยังมีแคมเปญพิเศษคืออัปเกรดสู่สถานะ Superior ได้เร็วขึ้น แค่เปิดบัญชีใหม่หรือเพิ่มยอดเงินฝากในบัญชี ttb ME save และ/หรือมีการลงทุนในกองทุนรวมกับ ttb ยอดรวมตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ในช่วง 10 ส.ค. - 31 ธ.ค. 2569 เดือนถัดไปก็อัปเกรดได้เลย

ถ้ามี 2 ล้านบาทไปสมัคร Wealth ที่ไหนดี

ตัวเลข AUM ที่ 2 ล้านบาทขึ้นไปถือเป็น Wealth ระดับเริ่มต้นของหลายแบงก์ในไทย โดยเงื่อนไขพื้นฐานมักต้องมีเงินฝาก เงินลงทุนมาแล้ว 6 เดือนขึ้นไป หรือบางที่จะมีแคมเปญพิเศษให้ซื้อประกันภัยตามวงเงินที่กำหนดก็ได้อัปเกรดสถานะและใช้สิทธิพิเศษได้เลย

สิทธิพิเศษที่มักได้เพิ่มขึ้นมาเช่น รับสมุดเช็คฟรี, มีบทวิเคราะห์การลงทุน, มีสรุปข้อมูลการลงทุนให้, สัมมนา-กิจกรรมพิเศษ, ได้โปรโมชันส่วนลด ฯลฯ ซึ่งแต่ละค่ายก็มีจุดเด่นไม่เหมือนกัน

เริ่มกันที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ที่เคยเปิดตัวเอกสิทธิ์ระดับ KRUNGSRI PRIME สำหรับคนมี AUM เริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท แต่จากข้อมูลล่าสุดขยับขึ้นเป็น 2 ล้านบาทขึ้นไปแต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท มีจุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่

อัตราดอกเบี้ย: สินเชื่อบ้านกรุงศรีเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย รับดอกเบี้ยคงที่ 1 ปีแรก 1.99% ต่อปี เมื่อได้รับอนุมัติสินเชื่อตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือใครใช้สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลก็มีอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้

การลงทุน:

  • มีทีมที่ปรึกษาทางการเงินทั้งการออม-ลงทุนให้โทรถามหรือนัดคุยส่วนตัวก็ได้
  • รับวงเงินอนุมัติซื้อขายหลักทรัพย์ 2 ล้านบาท เมื่อเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทบัญชีเงินสด (Cash Account) ของ บมจ.บล.กรุงศรี ผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา (อาจมีค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไข)

สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์: ส่วนลดตรวจสุขภาพที่ รพ. ในเครือสมิติเวช, รพ. เกษมราษฎร์ ประชาชื่น, ส่วนลดค่าเข้า Lounge ในสนามบินอย่าง The Coral, The Miracle Lounge ซึ่งสิทธิอาจมีจำกัดและต้องกดรับสิทธิ์ก่อนไปใช้บริการ, รับฟรีเครื่องดื่มอินทนิล ฯลฯ

ธนาคารกสิกรไทย (KBank) จะใช้ชื่อว่าบัตรเครดิต THE PREMIER โดยลูกค้าต้องมี AUM 2 ล้านขึ้นไปและสมัครบัตรฯ ก่อนถึงจะได้สิทธิประโยชน์หลายด้าน ได้แก่

อัตราดอกเบี้ย: รับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากบวกเพิ่ม 0.25% ต่อปี สำหรับเงินฝากประจำ 6 เดือน ในยอดเงินฝากตั้งแต่ 10,000 บาทไม่เกิน 1 ล้านบาท (โปรฯ ในช่วงปี 2569 )

การลงทุน: สัมมนาด้านการลงทุน

สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์: บริการฟิตเนสในโรงแรม, Jetts 24 Hour Fitness (ในสาขาและเงื่อนไขที่กำหนด), บริการเลขานุการส่วนตัว, ส่วนลดในรพ.-โรงแรม, สิทธิ์ใช้ห้องรับรองใน The Miracle Lounge 2 สิทธิ์/ปี แต่จะไม่รวมผู้ติดตาม ฯลฯ

ธนาคารไทยพาณิชย์ มีบริการเป็นบัตรเครดิตชื่อ SCB Prime สำหรับผู้ที่มีเงินฝาก และ/หรือ เงินลงทุนในกองทุนรวมไทยพาณิชย์ และ/หรือ เบี้ยประกันชีวิต รวมกันตั้งแต่ 2 ล้านขึ้นไป (ไม่ถึง 10 ล้านบาท) มีสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจ เช่น

อัตราดอกเบี้ย: สินเชื่อบ้านปีที่ 1-2 ดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.30% (กรณีทำประกัน) ปีที่ 3 อยู่ที่ 3.15% ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR-2.00%

การลงทุน: มีผู้ดูแลบัญชี, สิทธิ์เข้าใช้ SCB Investment Center

สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์: บริการฟิตเนส ไม่เกิน 4 ครั้งต่อเดือน ฯลฯ (สำหรับคนมี AUM 2-4.99 ล้านบาท)

ธนาคารกรุงไทย (KTB) สำหรับคนที่มี AUM 2 ล้านบาทไม่เกิน 10 ล้านบาทจะได้รับสถานะ Krungthai Iconic

การลงทุน: บริการให้คำปรึกษาและวางแผนความมั่งคั่ง

สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์: รับบริการนวดแผนไทย ณ Let’s Relax Spa และ The Coral Lounge ให้ 1 สิทธิ์/ท่าน/ปี (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด/เดือน), ห้องรับรองพิเศษ ณ ไอคอนสยาม, Monthly Privileges (จะปรับเปลี่ยนทุกเดือนและมีจำนวนจำกัด)

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) มีสมาชิกระดับ Wealth Plus สำหรับลูกค้าที่มีมูลค่าสินทรัพย์ และ/หรือ มูลค่าสินเชื่อรวม ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ล้านบาท จะมีสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจคือ สิทธิ์ใช้ Miracle Lounge สูงสุด 4 ครั้ง/ปี, บริการช่างฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง สูงสุด 4 ครั้ง/ปี ได้สิทธิ์ 1 สิทธิ์/ไตรมาส

กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) สำหรับคนที่ลงทุน 2 ล้านบาทขึ้นไปจะมีสถานะ EDGE Gold มีสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจคือ

การลงทุน: ลงทุนหุ้นไทยได้, TFEX, มีทีม Financial Solution Center ดูแลในช่องทางออนไลน์และสาขา, ช่วย Review พอร์ตทุก 6 เดือน, บริการให้ยืมหุ้น (Stock Lending) และ Mandate Service ฯลฯ

นอกจากนี้ Wealth ในระดับ 2 ล้านบาทขึ้นไป ยังมี UOB Wealth Banking ที่จะมีผู้แนะนำการลงทุน Client Advisor และรับสิทธิพิเศษผ่านบัตรเครดิตยูโอบ พริวิไมลส์ เวลท์ แบงก์กิ้ง

ทางเลือกสำหรับคนมีเงิน 3 ล้านบาท

ธนาคารกรุงเทพ (BBL) สำหรับลูกค้าที่ฝากเงินหรือลงทุนฯ ตั้งแต่ 3 ล้านบาทไม่เกิน 10 ล้านบาท จะเข้าสู่สถานะ Bangkok Bank Wealth โดยมีสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจคือ

อัตราดอกเบี้ย: สินเชื่อบ้านมีข้อเสนอพิเศษให้

การลงทุน: มีทีมเจ้าหน้าที่ดูแลโดยจะทำงานร่วมกับที่ปรึกษาการเงินและการลงทุนของธนาคาร, บริการเปิดบัญชีซื้อ – ขายหลักทรัพย์กับ บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง รับวงเงินลงทุนขั้นต่ำตั้งแต่ 5 ล้านบาท โดยไม่ต้องแสดงใบแสดงรายการทางบัญชี (Bank statement)

ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT) ลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่มี AUM ตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไปใช้ชื่อว่า CIMB Preferred มีสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจคือ

บัญชีเงินฝาก: เปิดบัญชีเงินฝากของ CIMB ข้ามประเทศได้ (ยกเว้นเวียดนาม)

การลงทุน: มี Relationship Manager คอยดูแลพอร์ตในภาพรวม

สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์: ระดับ 3 ล้านบาทได้ 50 คะแนน/เดือน และใช้คะแนนมาแลกสิทธิประโยชน์ต่างๆ

สุดท้ายแล้วจะเลือกวางเงิน 1-3 ล้านไว้ที่ไหนดีที่สุด ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การใช้ชีวิตของเรา หลายสิทธิประโยชน์ต้องกดรับใน Mobile Application ให้ทันเพราะสิทธิมีจำนวนจำกัด แต่ที่สำคัญกว่าสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม คือเป้าหมายในการบริหารเงินก้อนนี้คืออะไรและสถาบันการเงินไหนมีโปรดักส์และบริการที่เหมาะสมให้เราเลือกบ้างเพื่อให้เงินเหล่านี้เติบโตอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney

Update: 2026-08-22
Tags: