classicliterature.it.com

บันทึกการเสวนา 'วัฒนธรรมกลองมโหระทึกของประเทศจีน' ตอนที่ 1 : ภาพรวม - มติชนสุดสัปดาห์

Multiverse | บัญชา ธนบุญสมบัติ

เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2569 กรมศิลปากรได้จัดงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง ‘วัฒนธรรมกลองมโหระทึกของประเทศจีน’ ที่ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ผมลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าไม่ทัน ก็เลยไปแต่เช้ารอลุ้นที่นั่งสำรอง ปรากฏว่าโชคดีได้เข้าฟังเสวนาอย่างจุใจในช่วงเวลา 9.30-12.00 น.

ผู้ร่วมเสวนาหลักมี 2 ท่าน คือ อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ และคุณเมริกา สงวนวงษ์ โดยมีคุณณฤริท ธนูศิลป์ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ เป็นหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมศูนย์วัฒนธรรมจีน ณ กรุงเทพฯ และสมาชิกสภาสมาคมวิจัยกลองมโหระทึกโบราณแห่งประเทศจีน และอดีตหัวหน้าแผนกกลองมโหระทึก พิพิธภัณฑ์ชนชาติกวางสี ส่วนคุณเมริกา สงวนวงษ์ เป็นนักโบราณคดีชำนาญการ สังกัดกองโบราณคดี กรมศิลปากร

การเสวนาแบ่งเป็น 3 ช่วง ในช่วงแรกอาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ให้ภาพรวมเกี่ยวกับกลองมโหระทึก พัฒนาการและการจัดจำแนกประเภทตามระบบของวงการวิชาการจีน การใช้งานกลองมโหระทึกในปัจจุบัน และปิดท้ายด้วยการศึกษาเปรียบเทียบกลองมโหระทึกที่พบในจีนกับในไทย ทั้งนี้ ท่านบรรยายเป็นภาษาไทยได้อย่างยอดเยี่ยม

ช่วงที่สอง คุณเมริกาพูดถึงกลองมโหระทึกที่พบในประเทศไทย ส่วนช่วงสุดท้ายเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการเสวนาได้ซักถามและแสดงความคิดเห็น

เนื่องจากการเสวนาครั้งนี้ไม่มีการถ่ายทอดสด แต่คุณณฤริท ผู้ดำเนินการเสวนา แจ้งว่าสามารถนำข้อมูลความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ได้ ผมจึงเก็บภาพจากสไลด์บนจอและบันทึกเสียงไว้ตลอดการเสวนาราว 2 ชั่วโมงครึ่ง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลที่อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ อธิบายในช่วงแรก คือภาพรวมและการจำแนกประเภทกลองมโหระทึก ส่วนเนื้อหาอื่นๆ ที่เหลือ ผมจะนำเสนอในบทความตอนต่อไป

อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ ทำงานเกี่ยวกับกลองมโหระทึกมาราว 20 ปี มีความรู้กว้างขวาง ลุ่มลึก แต่ท่านอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างยิ่ง โดยเริ่มต้นว่า “วันนี้ไม่ได้มาบรรยาย แต่มาแบ่งปันความรู้ มาเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญไทย”

เริ่มจากความหมายของกลองมโหระทึก อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ ระบุว่า กลองมโหระทึกไม่ใช่กลองสำริดธรรมดา เพราะมีรูปทรงและการใช้งานเฉพาะ และได้ยกตัวอย่างกลองสำริดแบบหนึ่งซึ่งมีสองหน้าเนื่องจากเลียนแบบกลองหนังของจีนโบราณ แต่กลองสำริดสองหน้านี้ไม่ใช่กลองมโหระทึก

ท่านยังระบุว่า กลองมโหระทึกไม่ได้มีแค่ที่เป็นวัตถุโบราณ เพราะปัจจุบันก็ยังมีการใช้งานอยู่และมีมากไม่ต่ำกว่า 2 พันใบ

ส่วนการกระจายตัวของกลองมโหระทึกมีในแถบภาคใต้ของจีน เช่น ยูนนาน (หยุนหนาน) กวางสี (กว่างซีจ้วง) กวางตุ้ง (กว่างตง) กุ้ยโจว และไหหลำ (ไห่หนาน) ส่วนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เวียดนาม ลาว เมียนมา ไทย กัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ส่วนฟิลิปปินส์นั้น เพื่อนของอาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ บอกท่านว่าเคยพบกลองมโหระทึกที่ฟิลิปปินส์ แต่เนื่องจากตัวท่านเองไม่แน่ใจ จึงไม่ได้เขียนไว้ในสไลด์นำเสนอ

อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ (ขวา) และคุณเมริกา สงวนวงษ์ (ซ้าย)

อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ บอกว่า ในปัจจุบันจีนมีวิชาศึกษากลองมโหระทึกเรียกว่า ‘ถงกู่เสวีย’ (คำว่า ‘ถงกู่’ คือ กลองมโหระทึก + ‘เสวีย’ คือ วิชา) เป็นสหวิทยาการ คือมีทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชาติพันธุ์วรรณนา ภาษาศาสตร์ โลหวิทยา ศิลปศึกษา และดุริยางคศาสตร์

ท่านบอกว่าจากการดำเนินโครงการพิเศษใน ค.ศ.2015 (พ.ศ.2558) พบว่า จีนค้นพบกลองมโหระทึกทั้งหมด 1,638 ใบ โดยพบในมณฑลกวางสี 760 ใบ ทั้งนี้ ปัจจุบันก็ยังมีการค้นพบเพิ่มเติมอยู่เป็นระยะ อย่างเช่นเดือนที่แล้ว (กรกฎาคม พ.ศ.2569) ก็พบที่กวางสีและยูนนาน ส่วนในพิพิธภัณฑ์ชนชาติกวางสีก็มีกลองมโหระทึกมากถึง 351 ใบ

ส่วนการจัดจำแนกประเภทกลองมโหระทึกนั้น นักวิชาการของจีนได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการประชุมวิชาการ ค.ศ.1980 (พ.ศ. 2523) ว่ากลองมโหระทึกแบ่งออกเป็น 8 แบบ ได้แก่ แบบวั่นจยาป้า (Wanjiaba type), แบบสือไจ้ซาน (Shizhaishan type), แบบเหลิงสุ่ยชง (Lengshuichong type), แบบเป่ยหลิว (Beiliu type), แบบหลิงซาน (Lingshan type), แบบซีเหมิง (Ximeng type), แบบจุนอี้ (Zunyi type) และแบบหมาเจียง (Majiang type) โดยชื่อของกลองแต่ละแบบมาจากชื่อสถานที่ที่ขุดพบตัวอย่างกลองที่ใช้เป็นมาตรฐาน

ขอขอบคุณ ดร.สุพัตรา ห.เพียรเจริญ อาจารย์สาขาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ช่วยถอดเสียงและระบุตัวสะกดสำหรับชื่อกลองแต่ละแบบไว้ ณ ที่นี้

ถึงตรงนี้อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ บอกว่า หลายท่านน่าจะคุ้นเคยกับระบบจำแนกกลองมโหระทึกแบบเฮเกอร์ (Heger classification) ซึ่งแบ่งกลองมโหระทึกออกเป็น 4 แบบ ได้แก่ แบบเฮเกอร์ I, II, III และ IV (Heger I, II, III and IV)

อย่างไรก็ดี เนื่องจากในช่วงที่ฟรานซ์ เฮเกอร์ (Franz Heger) นักโบราณคดีและนักมานุษยวิทยาชาวออสเตรีย เสนอระบบนี้ เขามีตัวอย่างกลองราว 165 ใบ ซึ่งได้มาจากแถบจีนตอนใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในปัจจุบันมีการค้นพบกลองมโหระทึกเพิ่มขึ้น ทำให้พบว่ากลองบางใบไม่สามารถจัดจำแนกด้วยระบบเฮเกอร์ได้ เช่น กลองแบบพรี-เฮเกอร์ วัน (Pre-Heger I) ซึ่งนักวิชาการชาวอเมริกันเสนอไว้

ทั้งนี้ เมื่อใช้ระบบการจัดจำแนกแบบจีน จะพบว่ากลองแบบพรี-เฮเกอร์ วัน ก็คือกลองแบบวั่นจยาป้า (ออกเสียงคล้ายๆ ‘วั่น-เจีย-ป้า’)

อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ บอกว่า วงการวิชาการจีนยอมรับวิธีการของเฮเกอร์ โดยใช้เป็นพื้นฐานในการต่อยอดออกไป โดยที่

กลองมโหระทึกแบบสือไจ้ซานและแบบเหลิงสุ่ยชง ตรงกับแบบเฮเกอร์วัน (Heger I)

กลองมโหระทึกแบบเป่ยหลิวและแบบหลิงซาน ตรงกับแบบเฮเกอร์ทู (Heger II)

กลองมโหระทึกแบบซีเหมิง ตรงกับแบบเฮเกอร์ทรี (Heger III)

กลองมโหระทึกแบบจุนอี้และแบบหมาเจียง ตรงกันแบบเฮเกอร์โฟร์ (Heger IV)

หากมองในแง่พัฒนาการ วงการวิชาการจีนแบ่งยุคของกลองมโหระทึกออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 ระยะเริ่มต้น (The Early Stage) ได้แก่ กลองแบบวั่นจยาป้า

ระยะที่ 2 ระยะกำลังพัฒนา (The Developing Stage) ได้แก่ กลองแบบสือไจ้ซาน

ระยะที่ 3 ระยะพัฒนาสูงสุด (The Prime Stage) ได้แก่ กลองแบบเหลิงสุ่ยชง แบบเป่ยหลิว และแบบหลิงซาน

ระยะที่ 4 ระยะเสื่อมลง (The Declining Stage) ได้แก่ กลองแบบซีเหมิง แบบจุนอี้ และแบบหมาเจียง

ตรงชื่อระยะที่ 4 คือ “เสื่อมลง (Declining)” นี้ อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ บอกว่าอาจชวนให้เข้าใจผิดได้ (ในทำนองว่ากลองมโหระทึกหมดความสำคัญลงไป) แต่แท้จริงแล้วคำนี้หมายถึงว่า

“กลองมีขนาดเล็กลง ลวดลายง่ายขึ้น (ซับซ้อนน้อยลง) และที่สำคัญคือ การใช้กลองมโหระทึกในการแสดงความมีอำนาจของเจ้าของกลองได้หมดความสำคัญลงไป หมายความว่า ถึงระยะนี้แล้ว กลองมโหระทึกได้ถูกผลิตในปริมาณมากจนคนทั่วไปก็มีใช้ ทำให้มีการใช้งานมากขึ้น เรียกว่า ระยะพัฒนาใหม่ ก็น่าจะได้”

กลองมโหระทึกทั้ง 8 แบบ ตามระบบการจำแนกประเภทของจีน

อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ ให้ภาพรวมพัฒนาการของกลองมโหระทึกว่า

“ตั้งแต่ยุคชุนชิวถึงจั้นกั๋ว กลองมโหระทึกได้ถูกสร้างขึ้นและเผยแพร่จากบริเวณมณฑลยูนนานไปยังกวางสี กวางตุ้ง และเสฉวน เรื่อยไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทั้งทางบกและทางเรือ จากเวียดนาม ผ่านลาว เข้ามายังไทย”

“ในสมัยราชวงศ์ฮั่น เป็นช่วงเวลาที่กลองมโหระทึกได้รับการเผยแพร่มากที่สุด”

“กลองมโหระทึกไม่ได้ผลิตที่จีนแล้วนำมาเผยแพร่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวคือ ฝีมือ (เทคโนโลยีการผลิตกลอง) แต่ละเผ่าก็ผลิตกลองขึ้นในแต่ละพื้นที่ในสมัยนั้นๆ นั่นคือ กลองถูกผลิตในท้องถิ่น ทำให้มีลักษณะแบบท้องถิ่น”

“ในสมัยราชวงศ์ถัง กลองแบบซีเหมิงได้รับความนิยมมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีการใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน”

“นั่นคือ กลองมโหระทึกเป็นวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงจีนเข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

อาจารย์เหลียง เยี่ยนหลี่ ให้ข้อมูลว่า ในช่วงที่พูดอยู่นี้ (เดือนสิงหาคม พ.ศ.2569) มีแผนที่จะจัดนิทรรศการกลองมโหระทึกระหว่างจีนกับไทย และกล่าวว่า “หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่าน เพื่อร่วมกันปกป้องและอนุรักษ์มรดกอันล้ำค่าของมนุษยชาติ”

ในบทความตอนที่ 2 ผมจะสรุปลักษณะหลักและเล่าเกร็ดที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลองมโหระทึกแต่ละแบบ โปรดติดตามด้วยใจระทึก!

Update: 2026-08-29
Tags: