‘กรมศุลกากร’ ลุ้นจัดเก็บรายได้ทะลุเป้า 1.16 แสนล้านบาทในปีงบฯ 69
‘กรมศุลกากร’ เผยจัดเก็บรายได้ศุลกากรอยู่ที่ 1.12 แสนล้านบาท ยังต่ำเป้าเล็กน้อยราว 4,000 ล้านบาท ลุ้นจัดเก็บรายได้ทะลุเป้า 1.16 แสนล้านบาท ในปีงบฯ 69 ชี้ยกเลิกเพดาน De Minimis ยังไม่พอสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการรายย่อย เผยเรียกถกแพลตฟอร์มหารือแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการไทยแล้ว
- คาดยอดจัดเก็บรวมทะลุ 6.4 แสนล้านบาท
- ยกเลิก De minimis ยังไม่พอ เตรียมหนุน SMEs ไทยเพิ่ม
- โชว์ผลงานจับกุมยาเสพติด
- เปิดแผนงานระยะต่อไป
วันนี้ (23 กันยายน) พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เผยผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 โดยระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 จนถึงวันที่ 21 กันยายน 2569 กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บรายได้ศุลกากรอยู่ที่ 112,528 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,358 ล้านบาท หรือ 1.2% แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย 116,300 ล้านบาท อยู่ราว 4,000 ล้านบาท
หากจะเก็บให้ได้ตามเป้าพันธ์ทองมองว่า เป็นเรื่องที่ “หืดขึ้นคอ” โดยพันธ์ทองชี้ว่า การจัดเก็บรายได้ที่ต่ำกว่าเป้าหมาย เป็นผลจากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ที่เพิ่มขึ้น 13% เช่นเดียวกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เพิ่มขึ้น 40% ทำให้กรมศุลกากรคงเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2570 ไว้เท่าเดิมที่ 116,300 ล้านบาท
เมื่อดูรายการสินค้านำเข้าหลัก 3 อันดับแรกของไทย มาจาก ชิ้นส่วนวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทองคำ และน้ำมัน ซึ่งสินค้าเหล่านี้ ไม่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้า ทำให้ในภาพรวม “ทุก 100 บาทที่จัดเก็บภาษีได้ เป็นการเก็บภาษีนำเข้าเพียง 81 สตางค์เท่านั้น” พันธ์ทองกล่าว
คาดยอดจัดเก็บรวมทะลุ 6.4 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังมีหน้าที่จัดเก็บรายได้ให้กับหน่วยงานอื่นๆ ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้กรมสรรพากร หรือเก็บภาษีสรรพสามิตให้กรมสรรพสามิต รวมถึงภาษีเพื่อมหาดไทย ให้กระทรวงมหาดไทย
โดยในปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บรายได้รวม 631,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 57,024 ล้านบาท หรือ 9.9% และคาดว่าจะเก็บได้ทั้งปีทะลุ 6.4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นจัดเก็บแทนหน่วยงานอื่นสูงถึง 518,883 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 55,666 ล้านบาท หรือ 12.0% ดังนี้
- จัดเก็บแทนกรมสรรพากร 411,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45,664 ล้านบาท หรือ 12.5%
- จัดเก็บแทนกรมสรรพสามิต 56,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,480 ล้านบาท หรือ 8.6%
- จัดเก็บให้กระทรวงมหาดไทย 51,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,522 ล้านบาท หรือ 12.1%
ยกเลิก De minimis ยังไม่พอ เตรียมหนุน SMEs ไทยเพิ่ม
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ประเทศไทยได้ยกเลิกเพดาน de minimis ทำให้สินค้านำเข้าทุกชิ้นต้องถูกประเมินอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยไม่มีขีดจำกัดขั้นต่ำปลอดภาษีอีกต่อไป
มาตรการดังกล่าวส่งผลให้กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บอากรได้ 4,658 ล้านบาท และเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้ 3,356 ล้านบาท จากมูลค่านำเข้าทั้งหมด 43,422 ล้านบาท ตลอด 233 ล้านรายการ
โดยพันธ์ทองระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ในประเทศ
อย่างไรก็ตาม พันธุทองระบุว่า การจัดเก็บอากรได้เพียง 10% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดยังไม่เพียงพอต่อการสร้างความเป็นธรรมให้ SMEs กรมศุลกากรจึงเรียกผู้ประกอบการแพลตฟอร์มรายต่างๆ ในประเทศมาหารือ เพื่อหาแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มากขึ้น
โชว์ผลงานจับกุมยาเสพติด
ไม่เพียงเท่านั้น กรมศุลกากรยังแสดงผลการจับกุมและตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมาย รวมถึงตรวจพบการกระทำความผิดกรณีหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากร รวมเป็น 58,705 คดี คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,750 ล้านบาท แบ่งเป็น
- ยาเสพติดประเภทต่าง ๆ เช่น ไอซ์ เฮโรอีน ยาบ้า เคตามีน และโคเคน รวม 282 คดี ปริมาณกว่า 1,221.14 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 1,488 ล้านบาท
- บุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวม 3,519 คดี จำนวนกว่า 94 ล้านชิ้น มูลค่ารวมกว่า 530 ล้านบาท
กรมศุลกากรยังเพิ่มบทลงโทษกรณีลักลอบส่งออกกัญชา รวมถึงการนำเข้าและส่งออกสินค้าปลอมแปลงถิ่นกำเนิด เพื่อยับยั้งการกระทำผิด รักษาภาพลักษณ์ของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศคู่ค้า
เปิดแผนงานระยะต่อไป
สำหรับแผนงานระยะต่อไป กรมศุลกากรอยู่ระหว่างดำเนินโครงการสำคัญ 6 ด้าน ได้แก่
- การปลดล็อก ท่าเรือบก (ICD) ลาดกระบังให้เป็นท่าส่งออกแบบเต็มรูปแบบ
- แก้กฎหมายศุลกากรในระยะยาว
- ปรับพิธีการเรือเฉพาะเขต (Specific Local Vessel) เพื่อยกระดับบริการโลจิสติกส์ไทย
- ส่งเสริมพิธีการศุลกากรส่งออกสินค้าทางอากาศ (Green Airport)
- สนับสนุนข้อมูลในการจัดทำดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index)
- ปรับเกณฑ์บทลงโทษกรณีนำเข้าบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า