classicliterature.it.com

มะลิวันแม่พุ่งแตะลิตรละ 1,000 บาท พาณิชย์ลงปากคลองตลาดคุมเข้ม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

กรมการค้าภายในลงพื้นที่ปากคลองตลาด เช็กสถานการณ์ “มะลิวันแม่” หลังความต้องการซื้อเพิ่ม ขณะที่ผลผลิตปีนี้ลดลงจากฝนชุก-อากาศเย็น ดันราคามะลิสดแตะ 750-1,000 บาทต่อลิตร พวงมาลัยขนาดใหญ่สูงสุด 300 บาทต่อพวง กำชับร้านค้าปิดป้ายราคาให้ชัดเจน เตือนห้ามฉวยโอกาสขายแพงเกินสมควร หากพบราคาผิดปกติพร้อมตรวจสอบต้นทุน มีโทษสูงสุดจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายดอกมะลิ ณ ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ (ปากคลองตลาด 2) เขตตลิ่งชัน และตลาดยอดพิมาน เขตพระนคร เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ว่า ในช่วงก่อนวันแม่แห่งชาติ ความต้องการใช้ดอกมะลิและพวงมาลัยเพิ่มขึ้นตามปกติของเทศกาล

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ปริมาณผลผลิตมะลิที่ออกสู่ตลาดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด กรมการค้าภายในจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านราคา ปริมาณสินค้า และการแสดงราคาจำหน่าย เพื่อดูแลให้การซื้อขายเป็นธรรม และป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบในช่วงที่ความต้องการซื้อเพิ่มสูงขึ้น

จากการสำรวจราคาพบว่า มะลิสดดอกใหญ่เกรด A ในร้านค้าปลีกจำหน่ายประมาณ 1,000 บาทต่อลิตร ขณะที่ร้านค้าส่งอยู่ที่ประมาณ 850 บาทต่อลิตร ส่วนราคามะลิสดโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 750-1,000 บาทต่อลิตร ขึ้นอยู่กับขนาด คุณภาพ ความสด และแหล่งจำหน่าย

สำหรับพวงมาลัยมะลิสด ขนาดใหญ่จำหน่ายอยู่ที่ 200-300 บาทต่อพวง ขนาดกลาง 50-100 บาทต่อพวง และขนาดเล็ก 35-50 บาทต่อพวง โดยราคาจะแตกต่างกันตามขนาด คุณภาพ และรูปแบบของสินค้า

ฝนชุก-อากาศเย็น กดผลผลิตมะลิลด

นายจิรวุฒิกล่าวว่า จากการสอบถามผู้ค้า พบว่าดอกมะลิที่เข้าสู่ตลาดส่วนใหญ่มาจากจังหวัดนครสวรรค์และกำแพงเพชร โดยปีนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากฝนตกชุกและสภาพอากาศเย็น ส่งผลให้ต้นมะลิออกดอกน้อย

นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ยังมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตออกไปเป็นจำนวนมากแล้ว ขณะที่เมื่อเข้าสู่ช่วงวันแม่แห่งชาติ ความต้องการซื้อดอกมะลิและพวงมาลัยเพิ่มขึ้น จึงเป็นอีกปัจจัยผลักดันราคาในช่วงนี้ให้สูงขึ้น

กรมการค้าภายในประเมินว่า การปรับขึ้นของราคามะลิในขณะนี้เป็นสถานการณ์ระยะสั้น ซึ่งเป็นไปตามปริมาณผลผลิตที่ลดลง ประกอบกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลวันแม่

“สำหรับประชาชนที่ต้องการซื้อดอกมะลิหรือพวงมาลัยในช่วงวันแม่ ขอให้พิจารณาเปรียบเทียบทั้งราคา คุณภาพ ขนาด และปริมาณก่อนตัดสินใจ ไม่จำเป็นต้องซื้อจากร้านแรกที่พบ เพราะแต่ละร้านอาจมีราคาแตกต่างกันตามคุณภาพและต้นทุน การเปรียบเทียบจะช่วยให้ประชาชนเลือกซื้อได้ตรงกับความต้องการและงบประมาณ และได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้า” นายจิรวุฒิกล่าว

พาณิชย์เตือนร้านค้า ห้ามฉวยโอกาสขายแพง

พร้อมกันนี้ กรมการค้าภายในได้กำชับผู้ประกอบการให้ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจนและเปิดเผย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ รวมถึงต้องจำหน่ายสินค้าในราคาเดียวกับราคาที่แสดงไว้

ผู้ค้าจะต้องกำหนดราคาจำหน่ายอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุนและสภาพตลาด และไม่ฉวยโอกาสปรับราคาขึ้นสูงเกินสมควรในช่วงที่ความต้องการซื้อเพิ่มขึ้น

หากกรมการค้าภายในพบว่ามีการจำหน่ายในราคาสูงผิดปกติ หรือได้รับข้อร้องเรียนว่าผู้ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงตรวจสอบต้นทุนของผู้ประกอบการได้

หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรโดยไม่มีเหตุผลอันเหมาะสม อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรมการค้าภายในระบุว่า จะติดตามสถานการณ์จำหน่ายดอกไม้และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลวันแม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านราคา ปริมาณ และการแสดงราคาสินค้า หากประชาชนพบร้านค้าไม่ปิดป้ายราคา จำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดง หรือมีพฤติการณ์ที่อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Update: 2026-08-11
Tags: