เฟด ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี
วันนี้ (17 ก.ย.2569) เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดประจำเดือน ก.ย.2026 ซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีกร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 3.75 ถึงร้อยละ 4 ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ค.2023
ประธานเฟด ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกา พุ่งสูงอยู่เหนือระดับเป้าหมายมานานกว่า 5 ปีแล้ว ซึ่งถือว่านานเกินไปและอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3.7 ก็ถือเป็นระดับที่สูงเกินไปด้วยเมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อตามเป้าหมายของเฟด ที่ตั้งไว้เพียงร้อยละ 2 แม้ว่าสถานการณ์ของตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะยังคงแข็งแกร่งหลังอัตราการว่างงานอยู่ที่เพียงประมาณร้อย 4.1 แต่ภารกิจที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการรักษาเสถียรภาพด้านราคา
นอกจากนี้ ยังยืนยันด้วยว่าการตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เกิดจากการพิจารณาถึงสถานการณ์เศรษฐกิจตามที่เฟดได้ประเมินไว้เอง ซึ่งมีความรอบคอบและจริงจัง รวมทั้งไม่ได้เป็นผลจากแรงกดดันของตลาดการเงินแต่อย่างใด
ขณะที่แผนภาพแสดงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต (Dot Plot) ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินเฟดที่ออกมาล่าสุด ยังส่งสัญญาณด้วยว่า อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในช่วงปลายปีนี้ไปอยู่ที่ระดับร้อยละ 4.1
เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวอเมริกันจำนวนมาก กำลังต้องดิ้นรนกับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ทั้งค่าอาหาร ที่อยู่อาศัยและน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะเรื่องราคาพลังงานที่ถือปัจจัยหลักที่ซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อในสหรัฐฯ หลังต้องเผชิญราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ที่เพิ่มสูงขึ้นไปตามราคาน้ำมันในตลาดโลก อันเนื่องมาจากผลของสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมาถึงในอีก 7 สัปดาห์ข้างหน้านี้ได้
ขณะเดียวกัน การตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ยังถือว่าพลิกจากท่าทีของวอร์ช ในช่วงก่อนหน้านี้ ที่เคยเสนอแนะหลายครั้งก่อนขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเฟด ว่าเฟดควรลดอัตราดอกเบี้ยด้วย ซึ่งสอดคล้องกับที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องเนื่องจากต้องการลดต้นทุนการกู้ยืม และกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
โดยเควิน วอร์ช เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากทรัมป์ ให้เป็นประธานเฟดเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา แทนที่ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนก่อนหน้า ที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ 8 ปีและเคยถูกรัฐบาลทรัมป์ เปิดการสอบสวนคดีอาญาด้วย
อ่านข่าว :
ตลาดที่อยู่อาศัย EEC ฟื้นไม่ทั่วถึง REIC แนะเลือกทำเล–ราคา–จังหวะลงทุน
พลังงานเร่งอัปเกรดโครงข่าย รับData Center–พลังงานสะอาด
ราคาพลังงานโลก–ต้นทุนผลิตสูง ดันดัชนีราคาผู้ผลิต ส.ค.69 พุ่ง 9.1%